"เจ้าคิดว่าข้าเป็นใครกันหรือ ฟางเซียน? หมากตัวที่ไร้ประโยชน์... ย่อมต้องถูกเขี่ยทิ้งเพื่อเปิดทางให้กระดานราบรื่นขึ้น มิใช่หรือไร?"
เสียงทุ้มต่ำของจ้าวเฟยหลงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของหลินฟางเซียนราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรก รอยยิ้มที่เขาแย้มออกมามิใช่ความเอ็นดู ทว่าคือความอำมหิตที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากจักรพรรดิผู้ทรงธรรม มือหนาของเขาบีบปลายคางนางแน่นจนรู้สึกถึงแรงกดที่แปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวด แต่นางมิได้เบือนหน้าหนี สายตาที่เคยอ่อนโยนของฟางเซียนบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาดุจแผ่นน้ำแข็งในฤดูเหมันต์
"หม่อมฉันทราบดีเพคะ ว่าในพระเนตรของฝ่าบาท... ชีวิตคนมีค่าเท่ากับค่าของหมากบนกระดาน" ฟางเซียนเค้นเสียงตอบ มือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ นางไม่ได้สั่นสะท้านกับถ้อยคำเหล่านั้น เพราะนางรู้อยู่แก่ใจว่าเกมนี้เดิมพันด้วยชีวิต
เหม่ยหลิงกุ้ยเฟยที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์หอมมุมห้องเพียงหัวเราะเบาๆ นางจิบชาพลางมองดูความร้าวฉานของทั้งคู่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสมเพช "ฝ่าบาท... ดูเหมือนหมากตัวนี้จะเริ่มพยศเสียแล้วนะเพคะ หากนางยังไม่ยอมทำตามแผนที่ท่านวางไว้ เกรงว่าคืนนี้... เลือดคงได้อาบฉลองพระองค์เสียแล้ว"
จ้าวเฟยหลงผละมือออกจากคางฟางเซียนอย่างนุ่มนวล แต่ทุกย่างก้าวที่เขาสะบัดชายเสื้อเดินผ่านนางไปกลับแฝงด้วยกลิ่นอายสังหารที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก แผนการในคืนนี้คือการใช้ฟางเซียนเป็นเหยื่อล่อให้กลุ่ม 'พยัคฆ์เงา' ที่จ้องลอบสังหารฮ่องเต้ปรากฏตัวออกมาในโถงทางเดินลับหลังตำหนักอัครมเหสี ทว่าสิ่งที่เขาไม่ได้บอกฟางเซียนคือ... เขาเตรียมจงใจทิ้งรอยโหว่ในกองกำลังคุ้มกันเพื่อให้นาง 'เกือบ' จะถูกฆ่าเสียจริง เพื่อให้ฆาตกรตายใจและเผยตัวผู้อยู่เบื้องหลังออกมา
"ออกไปซะ" จ้าวเฟยหลงสั่งเสียงเรียบ "เดินไปตามทางเดินเชื่อมตำหนักทิศเหนือ เจ้ามีเวลาหนึ่งชั่วยาม หากภายในเวลานั้นเจ้ายังรอดชีวิตกลับมา... ข้าจะพิจารณาเรื่องความปลอดภัยของคนในตระกูลหลินให้อีกครั้ง"
ฟางเซียนแค่นยิ้มที่มุมปาก นางหันหลังกลับโดยไม่แม้แต่จะทำความเคารพตามธรรมเนียม ทุกย่างก้าวของนางมั่นคง ดั่งนกฟีนิกซ์ที่กำลังบินเข้าสู่กองเพลิงด้วยความสมัครใจ นางรู้ดีว่าจ้าวเฟยหลงไม่ใช่คนโง่เขลาที่จะหวังพึ่งพาดวงชะตา แต่เขาคือคนประเภทที่ยอมเผาบ้านตัวเองเพื่อฆ่ามดเพียงตัวเดียว
ทว่าเมื่อนางก้าวพ้นประตูออกมาเข้าสู่ความมืดมิดของโถงทางเดิน สายลมวูบหนึ่งก็พัดผ่านจนเทียนไขดับพรึบ ความเงียบงันที่ผิดปกติทำให้นางชะงักฝีเท้า นางไม่ได้หันไปมองข้างหลัง ทว่าสัมผัสได้ถึงคมดาบที่พุ่งวาบผ่านอากาศตรงมายังลำคอของนาง
*ฉึก!*
ไม่ใช่เสียงเลือดสาด แต่เป็นเสียงเหล็กกระทบเหล็ก ฟางเซียนพลิกตัวหลบอย่างรวดเร็วพร้อมชักปิ่นหยกอาบยาพิษที่นางพกติดตัวออกมาปะทะ นางเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างในชุดดำที่พุ่งเข้าใส่ มิใช่เพียงหนึ่ง... แต่เป็นสี่! แผนของจ้าวเฟยหลงผิดพลาดไปถนัดตา เพราะจำนวนของนักฆ่าเกินกว่าที่เขาประเมินไว้มากนัก!
"เจ้าเป็นใคร!" ฟางเซียนตวาดถามขณะกระโดดหลบคมดาบที่ฟาดลงมาบนพื้นหินจนแตกร้าว
"คนที่จะส่งเจ้าไปลงนรกแทนฮ่องเต้ยังไงล่ะ!" เสียงตอบโต้กลับมาด้วยความเหี้ยมเกรียม
ท่ามกลางการต่อสู้ ฟางเซียนตระหนักได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่การลอบสังหารธรรมดา แต่นี่คือ 'กับดักซ้อนกับดัก' เหม่ยหลิงกุ้ยเฟยไม่ได้เป็นเพียงศัตรู แต่เป็นผู้ชักใยให้นักฆ่ากลุ่มนี้มาเก็บกวาดนางให้พ้นทางก่อนที่ฮ่องเต้จะทันได้ลงมือเสียอีก!
ฟางเซียนตัดสินใจเบี่ยงทิศทางวิ่งหนีเข้าสู่ห้องลับที่ฮ่องเต้เคยเตือนห้ามเข้า แต่นี่คือทางรอดเดียวที่จะทำให้นางสามารถตลบหลังพวกมันได้ นางกระชากกลไกที่ผนังห้อง เสียงกลไกเฟืองเหล็กดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ทว่าสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าเมื่อประตูกลเปิดออก กลับไม่ใช่ทางหนี... แต่เป็นร่างของชายผู้หนึ่งที่นอนจมกองเลือดอยู่
เขาคือขุนนางคนสนิทที่กุมความลับเรื่องการตายของมารดานาง!
ฟางเซียนตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นว่าในมือของชายผู้นั้นกำกระดาษชิ้นหนึ่งไว้แน่น ฆาตกรชุดดำทั้งสี่หยุดชะงักไปชั่วครู่เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า พวกมันไม่ได้สนใจจะฆ่านางอีกต่อไป แต่กลับหันไปมองที่ร่างนั้นด้วยความหวาดกลัว
"นั่นคือหลักฐาน..." หนึ่งในนักฆ่าพึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ถ้าท่านอ๋องรู้ว่ามันตกอยู่ในมือของนาง... พวกเราทุกคนต้องตาย!"
ฟางเซียนไม่รอช้า นางตัดสินใจทิ้งตัวลงคว้ากระดาษแผ่นนั้นมาไว้ในกำมือทันที แม้จะรู้ว่านั่นคือการตัดสินประหารชีวิตตัวเอง แต่สิ่งที่ปรากฏบนกระดาษแผ่นนั้นกลับทำให้นางต้องหยุดชะงัก... ลายพระหัตถ์ของฮ่องเต้ที่สั่งการให้ฆ่าคนผู้นี้ด้วยตัวเอง ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน!
จังหวะนั้นเอง ประตูด้านหลังของนางก็ถูกกระชากเปิดออก พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มทหารรักษาพระองค์ที่นำโดยจ้าวเฟยหลง เขาหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าประตูกล แสงคบเพลิงจากทหารด้านหลังส่องสว่างจนเผยให้เห็นใบหน้าที่ตื่นตะลึงของเขาเป็นครั้งแรก
"ฟางเซียน... เจ้าไม่ควรมาอยู่ในนี้" จ้าวเฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบกว่าครั้งใด ทว่าดวงตาของเขากลับสั่นไหวเมื่อเห็นกระดาษในมือนาง
"ฝ่าบาท..." ฟางเซียนแสยะยิ้ม ทั้งน้ำตาและเลือดที่อาบอยู่บนใบหน้า "แผนซ้อนแผนของพระองค์... ช่างล้ำลึกเหลือเกินนะเพคะ แต่น่าเสียดาย... ที่ข้าไม่ได้มีบทเป็นเหยื่อเพียงอย่างเดียว"
นางลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายสั่นเทาแต่สายตาเด็ดเดี่ยว นางยื่นกระดาษแผ่นนั้นให้เขาดู ก่อนจะโยนลงพื้นกลางวงล้อมของนักฆ่าและฮ่องเต้
"หากความลับนี้รั่วไหลไปถึงมือขุนนางทวนกระแส... พระองค์คิดว่าบัลลังก์ที่พระองค์ถวิลหานักหนา จะยังมั่นคงอยู่หรือไม่?"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่จ้าวเฟยหลงจะชักกระบี่ออกจากฝัก แต่อาวุธนั้นไม่ได้ชี้ไปที่เหล่านักฆ่า... มันกลับหันปลายคมมายังลำคอของหลินฟางเซียน!
---
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเล่ห์เหลี่ยมและหยดเลือดในวังหลังไปกับฟางเซียนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ไป๋เหลียนฮวา
เล่ห์นางหงส์: บัลลังก์เลือดใต้รอยยิ้มหวาน•ตอนที่ 14
แผนซ้อนแผนของฮ่องเต้
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์นางหงส์: บัลลังก์เลือดใต้รอยยิ้มหวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!