เล่ห์นางหงส์: บัลลังก์เลือดใต้รอยยิ้มหวาน•ตอนที่ 7

ก้าวแรกสู่ตำแหน่ง

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
เสียงกรีดร้องของกระเบื้องเคลือบพอร์ซเลนชั้นดีที่แตกกระจายดังสนั่นก้องตำหนักเหอเซียง กลิ่นหอมหวานของชาไป๋ฮวาเต๋าผสมปะปนกับกลิ่นคาวสนิมจางๆ ของโลหิตที่เพิ่งถูกเช็ดถูออกไปไม่นาน กุ้ยเฟยเหม่ยหลิงทรุดกายลงนั่งบนตั่งมุกแกะสลัก ดวงตาหงส์คู่งามที่เคยทอดมองสรรพสิ่งด้วยความเหยียดหยาม บัดนี้แดงก่ำด้วยเพลิงโทสะ ปิ่นทองคำประดับไข่มุกแท้สั่นระริกตามแรงหายใจกระชั้นชิด นางแค่น "ฮึ" ออกมาคำหนึ่ง เสียงนั้นเย็นเยียบเสียจนขันทีและนางกำนัลที่หมอบกราบอยู่เบื้องล่างต่างตัวสั่นเทา ประหนึ่งยืนอยู่ริมปากเหวแห่งความตาย "ดี... ช่างดีเสียจริง!" เหม่ยหลิงแค่นหัวเราะ น้ำเสียงกรีดลึกบาดหู "บ่าวไพร่ไร้หัวนอนปลายเท้าคนหนึ่ง ไต่เต้ามาจากหลุมโคลนตม อาศัยเพียงมารยาไม่กี่เล่มเกวียน... กลับสามารถเหยียบหัวสตรีตระกูลสูงส่งเช่นข้าขึ้นไปนั่งในตำแหน่ง 'เจาอี๋' ได้อย่างหน้าตาเฉย ฝ่าบาททรงเลอะเลือนไปแล้วหรือไร หรือทรงลืมไปแล้วว่าตระกูลเหม่ยของข้าคือผู้ค้ำจุนราชบัลลังก์ใต้หล้า!" "พระสนมโปรดทรงพระสำรวม..." ขันทีเฒ่าเอ่ยเสียงสั่น พลางเหลือบสายตามองซ้ายแลขวาด้วยความหวาดระแวง "กำแพงมีหู ประตูมีช่อง ข่าวเรื่องที่ฝ่าบาททรงมีราชโองการพิเศษเลื่อนขั้นให้หลงผินขึ้นเป็นหลงเจาอี๋ แพร่สะพัดไปทั่ววังหลังแล้วพ่ะย่ะค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น... พระราชทาน 'หยกมังกรคู่' ประจำพระองค์ให้ไปเก็บไว้ที่ตำหนักบูรพาอีกด้วย" เพล้ง! ถ้วยชาหยกเขียวใบสุดท้ายถูกปัดร่วงลงมากระแทกพื้นแตกละเอียด เหม่ยหลิงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง อาภรณ์สีแดงเพลิงโบกสะบัดตามแรงอารมณ์ ใบหน้าที่เคยงดงามหยาดเยิ้มบิดเบี้ยวด้วยความริษยา "หยกมังกรคู่..." นางทวนคำ กัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสัน "ของสิ่งนั้น... แม้แต่ข้าที่เป็นกุ้ยเฟยและให้กำเนิดองค์ชายใหญ่ ฝ่าบาทยังไม่เคยตรัสอนุญาตให้แตะต้อง เหตุใดนังสารเลวหลินฟางเซียนจึงได้ครอบครองมัน!" ในขณะเดียวกัน ที่ตำหนักบูรพาอันเงียบสงบ หลินฟางเซียนกำลังยืนอยู่เบื้องหน้าคันฉ่องทองเหลือง ปิ่นหยกขาวเนื้อดีทอดตัวยาวระต้นคอระหง อาภรณ์สีฟ้าครามปักลายหงส์สวรรค์ขับเน้นให้ผิวพรรณผุดผ่องดั่งหยกสลัก ทว่าแววตาของนางกลับว่างเปล่า เยือกเย็น และไร้ซึ่งรอยยิ้มแห่งความปีติยินดี แม้ว่าในเวลานี้ ขันทีหลวงเพิ่งจะอ่านราชโองการเลื่อนขั้นให้นางกลายเป็น 'หลงเจาอี๋' สนมชั้นสูงผู้มีอำนาจปกครองตำหนักรองรองจากกุ้ยเฟยก็ตาม นางก้มลงมองกล่องไม้จันทน์หอมที่ถูกเปิดทิ้งไว้ ด้านในบรรจุหยกมังกรคู่สลักลวดลายวิจิตร งดงาม ทรงพลัง และ... อันตรายยิ่ง "นายท่าน... บ่าวเกรงว่ากุ้ยเฟยคงไม่ยอมรามือแน่เจ้าค่ะ" ชุนฮวา สาวใช้คนสนิทเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวล ขณะรินชาอุ่นๆ ลงในถ้วย "ข่าวเรื่องที่พระองค์ได้รับหยกมังกรคู่กระจายไปทั่ววังหลังแล้ว ตอนนี้บรรดาพระสนมต่างพากันอิจฉาริษยา บ้างก็ว่าร้ายลับหลังว่าพระองค์ใช้มารยาทความงามยั่วยวนฝ่าบาท..." ฟางเซียนยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา "ปล่อยให้พวกนางพูดไป..." น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นชา ดั่งสายน้ำในฤดูเหมันต์ "สุนัขเห่าหอนย่อมไม่กัดคน ยิ่งพวกมันร้อนรนมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งแสดงว่าพวกมันเริ่มหวาดกลัวมากเท่านั้น ชุนฮวา เจ้าจำวันที่มารดาของข้าต้องตายอย่างโดดเดี่ยวในเรือนพักร้างของตระกูลหลินได้หรือไม่?" ชุนฮวาชะงัก หลุบตาลงต่ำ "บ่าว... ไม่มีวันลืมเจ้าค่ะ" "ดี" ฟางเซียนหมุนตัวกลับ ชายผ้าไหมลู่ลม ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบตำหนักที่กว้างใหญ่ขึ้น อำนาจที่เพิ่มขึ้น... หมายถึงภาระและคมดาบที่จ่ออยู่บนคอมากขึ้นเป็นเงาตามตัว "เก้าอี้เจาอี๋ตัวนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่มันโรยด้วยเลือดและกระดูก นังเหม่ยหลิงคิดว่านางคุมอำนาจวังหลังเบ็ดเสร็จ แต่นางลืมไป... ว่าบัลลังก์ที่สั่นคลอน ย่อมพังทลายได้ง่ายที่สุดหากมีใครสักคนไปเขย่ารากฐานมัน" ยามโหย่ว (17.00 - 18.50 น.) บรรยากาศยามเย็นปกคลุมวังหลวง ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มอมเทา ห่างออกไปไม่ไกลนัก เสียงฝีเท้าหนักแน่นของมหาดเล็กประกาศก้องดังขึ้นหน้าตำหนัก "ฝ่าบาทเสด็จ—!" จ้าวเฟยหลง ในฉลองพระองค์สีทองปักลายมังกรห้ากรงเล็บ ก้าวพระบาทเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาคมกริบดั่งพญาอินทรีวาดมองสตรีที่ยืนรอรับเสด็จอยู่เบื้องหน้า เขาหยุดยืนตรงหน้าฟางเซียน กลิ่นอายกดดันอันทรงอำนาจแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ "เจาอี๋... ดูเหมือนเจ้าจะไม่ค่อยแปลกใจกับการเลื่อนขั้นครั้งนี้เลยสินะ" พระสุรเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเชิงหยั่งเชิง ฟางเซียนย่อกายถวายบังคมอย่างงดงามไร้ที่ติ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาพระองค์ตรงๆ ไม่มีร่องรอยความหวาดกลัว มีเพียงประกายความฉลาดล้ำลึกที่ซ่อนอยู่ภายใน "ทูลฝ่าบาท หม่อมฉันเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดานที่พระองค์ทรงวางไว้ การที่หมากตัวนี้เดินขึ้นไปอีกช่อง ย่อมไม่ใช่เพราะโชคชะตา... แต่เป็นเพราะฝ่าบาททรงต้องการให้กระดานนี้พลิกผันไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ?" จ้าวเฟยหลงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะทุ้มต่ำออกมาในลำคอ มือหนายื่นไปเชยคางนางขึ้นเบาๆ สบตาคู่นั้นที่ดื้อรั้นและฉลาดเป็นกรด "เจ้าช่างกล้าหาญยิ่งนัก... ฟางเซียน" พระองค์กระซิบชิดริมหีบปากนาง "รู้หรือไม่? ข้าเพิ่งได้รับรายงานว่า กุ้ยเฟยกำลังรวบรวมหลักศิลาโบราณเพื่อฟ้องร้องกล่าวโทษเจ้าในที่ประชุมขุนนางพรุ่งนี้เช้า ข้อหา... ครอบครองสมบัติหลวงโดยมิชอบ" ฟางเซียนไม่สะทกสะท้าน มุมปากยังคงประดับรอยยิ้มเย็นเยียบ "หากกุ้ยเฟยต้องการเล่นเกมใหญ่ หม่อมฉันก็พร้อมจะเปิดฉากสงครามเช่นกันเพระยะค่ะ... เพียงแต่ว่า ฝ่าบาทจะทรงอนุญาตให้หม่อมฉัน 'ยืมมือ' บางคนในวังหลัง เพื่อกำจัดหนามยอกอกนี้ให้สิ้นซากได้หรือไม่?" จ้าวเฟยหลงหรี่ตาลง รอยยิ้มที่มุมปากของจักรพรรดิเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และถูกใจ "เจ้าต้องการสิ่งใด... ว่ามา" ทว่า ก่อนที่ฟางเซียนจะได้เอ่ยคำตอบ ขันทีหน้าตำหนักก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาทรุดกายลงกราบแทบเท้าด้วยความตื่นตระหนก ร่างทั้งร่างสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ "ฝ่าบาท! พระสนม! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ...!" ขันทีละล่ำละลักละลอก "องค์ชายใหญ่... องค์ชายใหญ่ทรงประชวรหมดสติไปอย่างกะทันหันหลังเสวยพระ oanh (ขนมหวาน) ที่ตำหนักเหอเซียง... และ... และในห้องบรรทมขององค์ชาย พบ 'ตุ๊กตาคุณไสย์' ลงยันต์สาปแช่งที่มีชื่อของ... ของหลงเจาอี๋ซ่อนอยู่พ่ะย่ะค่ะ!" ดวงตาของหลินฟางเซียนหรี่แคบลงทันที รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ ...เกมนรกถูกเปิดฉากเร็วกว่าที่คิด และเหม่ยหลิงไม่ได้แค่จะเล่นงานนาง... แต่นางหมายจะฆ่าให้ตายทั้งเป็น! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหยดเลือดและหยาดน้ำตาไปกับ "ไป๋เหลียนฮวา" แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์นางหงส์: บัลลังก์เลือดใต้รอยยิ้มหวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%