เล่ห์นางหงส์: บัลลังก์เลือดใต้รอยยิ้มหวาน•ตอนที่ 28

ชำระแค้นให้มารดา

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
“หลักฐานชิ้นนี้... ใต้เท้าคงจำลายปักรูปนกกระเรียนเหินเวหาบนผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ได้ดีใช่หรือไม่?” หลินฟางเซียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแววตากลับเย็นเยียบดั่งธารน้ำแข็งในเหมันตฤดู มือเรียวบางขยับคลี่ผ้าเช็ดหน้าสีซีดจางที่เต็มไปด้วยรอยคราบเลือดเก่ากรังวางลงบนโต๊ะไม้หอมท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบงันจนน่าอึดอัดภายในตำหนักหย่งเหอ กุ้ยเฟยเหม่ยหลิงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักถึงกับชะงัก สีหน้าของนางที่เคยเรียบเฉยกลับแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในพริบตา แต่นางยังคงเชิดคางขึ้น พยายามซ่อนมือที่สั่นเทาไว้ภายใต้แขนเสื้อยาวรุ่มร่าม “เจ้ากำลังเพ้อเจ้ออะไร ฟางเซียน? ผ้าเช็ดหน้าเก่าขาดแคลนเช่นนี้ ข้าจะไปรู้จักได้อย่างไร” นางเค้นเสียงตอบ ดวงตาที่เคยคมดุจหงส์กลับหลบวูบลงต่ำ “รู้จักสิคะ... เพราะนอกจากกลิ่นกำยานที่ท่านใช้เป็นประจำจะอบอวลอยู่ในใยผ้าแล้ว รอยเย็บตะเข็บมุมซ้ายที่ท่านจงใจทำเป็นสัญลักษณ์ลับในวันนั้น ข้ายังจำได้แม่นยำไม่เคยลืม” หลินฟางเซียนลุกขึ้นยืนช้าๆ ก้าวย่างแต่ละก้าวของนางราวกับเสียงมัจจุราชที่กำลังคืบคลานเข้ามา “ท่านจำคืนที่แม่ของข้าสิ้นใจได้ไหม? คืนที่ลมพายุพัดกระหน่ำจนตำหนักร้างนั่นสั่นคลอน ท่านเป็นคนผลักนางลงไปในกองเพลิงด้วยมือของท่านเอง... เพียงเพราะท่านกลัวว่าความลับเรื่องการวางยาพิษในถ้วยชาฮองเฮาองค์ก่อนจะถูกเปิดเผย” จ้าวเฟยหลงที่ประทับอยู่เบื้องหลังม่านกั้นค่อยๆ ก้าวออกมา สายตาของจักรพรรดิผู้เฉลียวฉลาดจดจ้องมองไปยังกุ้ยเฟยด้วยความผิดหวังที่ปะทุขึ้นในแววตา ความเงียบงันในห้องบัดนี้หนักอึ้งดั่งขุนเขา “เหม่ยหลิง... เจ้ามีอะไรจะแก้ตัวอีกหรือไม่?” สุรเสียงของจ้าวเฟยหลงทุ้มต่ำ แต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล กุ้ยเฟยเหม่ยหลิงหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะที่สั่นเครือและบ้าคลั่ง “แก้ตัวหรือ? ในวังหลังแห่งนี้ ใครบ้างที่มีมือสะอาดสะอ้าน? ข้าทำไปเพื่อรักษาสถานะของข้า เพื่อไม่ให้ข้าต้องกลายเป็นศพถูกโยนทิ้งราวกับหมาข้างถนนในวันที่ข้าหมดประโยชน์! ท่านรักนาง... ท่านรักนางคนเดียว แต่ข้าล่ะ? ข้าที่อยู่ข้างกายท่านมานานนับสิบปีเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ท่านพร้อมจะเขี่ยทิ้งเมื่อใดก็ได้!” หลินฟางเซียนเดินเข้าไปใกล้กุ้ยเฟยจนแทบชิด “ท่านไม่ได้ทำเพื่อรักษาตัวหรอกค่ะ ท่านทำเพราะความริษยาที่กัดกินหัวใจท่านจนดำมืด ท่านฆ่าคนบริสุทธิ์นับสิบเพียงเพื่อให้ได้มาซึ่งบัลลังก์ที่เปื้อนเลือดนี้ แต่บัดนี้... เส้นทางของท่านได้สิ้นสุดลงแล้ว” นางหยิบตราประทับลับที่ซ่อนอยู่ภายในม้วนเอกสารคดีเก่าออกมาวางลงตรงหน้ากุ้ยเฟย เหม่ยหลิงเบิกตากว้างเมื่อเห็นตราประทับตระกูลหลินที่นางนึกว่าถูกเผาทำลายไปพร้อมกับตำหนักร้างเมื่อหลายปีก่อน “เจ้า... เจ้าไปเอามาได้อย่างไร!” “ความจริงอาจถูกฝังได้ แต่มันไม่มีวันตายไปพร้อมกับผู้ล่วงลับหรอกค่ะ เพราะวันนี้... ท่านจะต้องชดใช้ในทุกสิ่งที่กระทำไว้” ในจังหวะนั้นเอง ขันทีคนสนิทของกุ้ยเฟยก็พุ่งตัวเข้ามาหมายจะสังหารหลินฟางเซียน ทว่าความไวของจ้าวเฟยหลงเหนือกว่า เขาชักกระบี่ข้างกายฟาดฟันเพียงครั้งเดียว กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ กุ้ยเฟยเหม่ยหลิงทรุดตัวลงกับพื้น ร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างไร้ทางสู้ ความเหิมเกริมในอดีตมลายหายไปสิ้น ทว่า ในขณะที่หลินฟางเซียนกำลังจะก้าวเข้าไปเพื่อสะสางบัญชีแค้นครั้งสุดท้าย พลันมีเสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารองครักษ์นับร้อยวิ่งกรูเข้ามาล้อมรอบตำหนักหย่งเหอเอาไว้ ธนูอาบยาพิษนับสิบเล่มถูกน้าวสายเล็งตรงมายังจุดที่นางยืนอยู่... แต่ทว่าเป้าหมายของพวกมันไม่ใช่กุ้ยเฟยเหม่ยหลิง “ใต้เท้าสวี... ท่านหมายความว่าอย่างไร?” หลินฟางเซียนชะงักกึก เมื่อเห็นอัครมหาเสนาบดีผู้มีอำนาจล้นฟ้าก้าวออกมาจากแถวของทหาร พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูชั่วร้าย “พระสนม... ท่านรวบรวมหลักฐานได้เก่งกาจนัก แต่ท่านลืมไปอย่างหนึ่ง ในวังหลวงแห่งนี้ อำนาจสูงสุดไม่ใช่จักรพรรดิ... แต่เป็นผู้ที่ถือครองกองทัพไว้ในมือต่างหาก” สวีเหยียนยกมือขึ้นเป็นสัญญาณ และในวินาทีนั้นเอง จ้าวเฟยหลงที่ควรจะปกป้องนางกลับถูกทหารของสวีเหยียนเข้าจู่โจมจากด้านหลังจนกระบี่หลุดจากมือ! หลินฟางเซียนเบิกตากว้าง ความหนาวเหน็บแล่นริ้วไปทั่วไขสันหลัง นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของวังหลัง แต่มันคือการยึดอำนาจที่นางคาดไม่ถึง! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของฟางเซียนมาจนถึงวินาทีสำคัญนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์นางหงส์: บัลลังก์เลือดใต้รอยยิ้มหวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%