"เจ้ายังจำคำสาบานที่เคยให้ไว้ต่อหน้าศพมารดาได้หรือไม่... ฟางเซียน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำของจ้าวเฟยหลงดังก้องอยู่ในโถงพระราชฐานชั้นในที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ร่างสูงโปร่งในฉลองพระองค์สีเหลืองทองปักลายมังกรห้าเล็บยืนหันหลังให้แก่นาง เบื้องหน้าของเขาคือกระถางกำยานทองเหลืองที่ควันสีขาวนวลลอยวนเวียนดุจวิญญาณที่ไม่อาจไปผุดไปเกิด
หลินฟางเซียนยืนตัวตรง ศีรษะเชิดขึ้นเล็กน้อย แม้ภายใต้ชุดสีชาดปักลวดลายหงส์ที่กำลังจะถูกสวมทับในไม่กี่ชั่วยามข้างหน้า หัวใจของนางจะยังคงสั่นไหวด้วยแรงอาฆาตที่ยังชำระไม่หมดสิ้น
"หม่อมฉันไม่มีวันลืมเพคะ" นางตอบ น้ำเสียงราบเรียบดั่งผิวน้ำในยามไร้ลม "แต่ในเมื่อรัชสมัยแห่งความโกลาหลจบลงแล้ว ความแค้นส่วนตัวย่อมต้องหลีกทางให้แก่ความสงบสุขของอาณาจักร หม่อมฉันเข้าใจดีว่าบัลลังก์นี้มิได้สร้างขึ้นด้วยความเมตตา แต่สร้างขึ้นด้วยกองกระดูกของผู้ที่คิดกบฏ... ซึ่งรวมถึงนางผู้นั้นด้วย"
จ้าวเฟยหลงหันกลับมา แววตาของเขาซับซ้อนเกินกว่าที่ใครจะหยั่งถึง เขาเดินเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นจันทร์หอมจางๆ จากร่างของนาง มือหนาเชยคางหญิงสาวขึ้นบังคับให้สบตา
"เหม่ยหลิงถูกจองจำในคุกหลวงอย่างอนาถ ร่างกายที่เคยสูงส่งบัดนี้เหลือเพียงซากที่รอเวลาสิ้นลม เจ้าสะใจหรือไม่"
ฟางเซียนกระตุกยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "การเห็นศัตรูตายช้าๆ มิใช่ชัยชนะที่แท้จริงเพคะ ชัยชนะคือการที่หม่อมฉันได้ยืนอยู่ ณ จุดที่นางโหยหา และเห็นนางได้รับรู้ว่าทุกสิ่งที่นางพยายามทำลายไปนั้น บัดนี้กลับงอกงามและแข็งแกร่งกว่าเดิมภายใต้การปกครองของหม่อมฉันต่างหาก"
บรรยากาศในห้องดูจะหนาแน่นขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก จ้าวเฟยหลงหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูขมขื่นและปลาบปลื้มในคราเดียวกัน เขาโอบกอดนางไว้แน่น แผ่นหลังของฟางเซียนแนบชิดกับอกแกร่ง ความอบอุ่นที่นางเคยปฏิเสธมาตลอดชีวิตบัดนี้กลับกลายเป็นสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวนางไว้จากความดำมืดภายในใจ
"เจ้าคือยอดพธูที่ข้าเลือก... และข้าจะไม่มีวันปล่อยให้หงส์ตัวนี้ต้องเจ็บปวดอีก"
ท่ามกลางเสียงปี่พาทย์บรรเลงต้อนรับรุ่งอรุณแห่งวันใหม่ ราชโองการสถาปนาฮองเฮาถูกประกาศก้องไปทั่วทั้งวังหลวง ข้าราชบริพารต่างก้มกราบกรานพื้นศิลาจนหน้าผากแนบดิน หลินฟางเซียนก้าวขึ้นสู่ขั้นบันไดหยกทีละก้าว แต่ละย่างก้าวมีความหมายถึงเลือด เนื้อ และหยดน้ำตาที่นางยอมสละเพื่อยืนอยู่ตรงนี้
ทว่า ในขณะที่เสียงเฉลิมฉลองดังสนั่นหวั่นไหว สายตาของฟางเซียนกลับเหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งที่ยืนนิ่งอยู่หลังเสาต้นใหญ่ในมุมมืดของลานพิธี สตรีในชุดคลุมสีเทาหม่น นางก้มหน้าซ่อนใบหน้าภายใต้หมวกงอบปีกกว้าง แต่ท่าทางการยืนและการจับดาบที่ข้างเอวนั้น... ฟางเซียนจำได้แม่นยำ
มันคือ 'หลินอิง' พี่สาวต่างมารดาที่ควรจะตายไปในเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่จวนตระกูลหลินเมื่อสามปีก่อน!
ฟางเซียนชะงักฝีเท้า หัวใจเต้นรัวจนแทบกระดอนออกมาจากอก นางพยายามจะเพ่งมองอีกครั้ง ทว่าฝูงขุนนางที่กรูเข้ามาถวายพระพรกลับบังสายตาของนางไว้เสียมิด เมื่อนางพยายามมองหาอีกครั้ง เงาร่างนั้นก็หายวับไปราวกับภูตผี
"เป็นอะไรไป ฮองเฮา?" จ้าวเฟยหลงเอ่ยถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นภรรยาของเขามีอาการผิดปกติ
ฟางเซียนสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสะกดอารมณ์ให้คงที่ นางคลี่ยิ้มงดงามที่ดูอ่อนหวานจนน่าสะพรึงกลัวให้แก่สามี "ไม่มีอะไรเพคะ... เพียงแค่รู้สึกว่าลมยามเช้าวันนี้ ช่างหนาวเย็นผิดปกติเหลือเกิน"
ในขณะที่นางกำลังจะหันกลับไปทำพิธีต่อ มือที่สั่นเทาของนางก็สัมผัสได้ถึงกระดาษชิ้นเล็กๆ ที่ถูกสอดเข้ามาในแขนเสื้อโดยใครบางคนขณะที่นางเดินผ่านเมื่อครู่ นางแอบคลี่มันออกดูเพียงเสี้ยววินาที ข้อความด้วยหมึกสีเลือดปรากฏอยู่บนกระดาษยับยู่ยี่ว่า...
*'สิ่งที่เจ้าแลกมาด้วยบัลลังก์ ยังมีอีกหนึ่งชีวิตที่ต้องคืนให้แก่ข้า... ฮองเฮาผู้น่าสงสาร'*
ความหวาดกลัวแล่นริ้วไปทั่วร่าง ฟางเซียนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่กำลังสว่างไสว แต่นางกลับรู้สึกเหมือนบัลลังก์ที่กำลังนั่งอยู่นี้กำลังสั่นคลอนจากฐานรากที่ถูกกัดกินโดยอดีตที่นางคิดว่าฝังกลบไปแล้วอย่างถาวร
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับไป๋เหลียนฮวานะคะ หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นกับบทสรุปที่กำลังจะเกิดขึ้นในตอนสุดท้ายนะคะ
เล่ห์นางหงส์: บัลลังก์เลือดใต้รอยยิ้มหวาน•ตอนที่ 29
รุ่งอรุณแห่งความสงบ
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์นางหงส์: บัลลังก์เลือดใต้รอยยิ้มหวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!