เล่ห์นางหงส์: บัลลังก์เลือดใต้รอยยิ้มหวาน•ตอนที่ 4

กับดักในอุทยานหลวง

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
“กุ้ยเฟยทรงเมตตายิ่งนัก ที่มอบคัมภีร์หายากเล่มนี้ให้หม่อมฉันได้ศึกษา แต่เกรงว่าหากหม่อมฉันเผลอทำเปื้อนฝุ่นหยดเดียว โทษทัณฑ์คงหนักหนาจนไม่อาจแบกรับ... ท่านว่าจริงหรือไม่?” หลินฟางเซียนเอ่ยขึ้นขณะที่สายตาประสานกับกุ้ยเฟยเหม่ยหลิงกลางศาลาริมน้ำในอุทยานหลวง ไอเย็นจากสระบัวที่ควรจะทำให้สดชื่น กลับมอดไหม้ด้วยกลิ่นอายคุกรุ่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มอาบยาพิษ กุ้ยเฟยเหม่ยหลิงหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะดั่งกระดิ่งเงินที่ฟังดูบาดหู นางใช้นิ้วเรียวยาวที่ประดับด้วยปลอกเล็บทองคำแตะลงบนขอบคัมภีร์ที่วางอยู่บนโต๊ะหินอ่อน “ฟางเซียน เจ้าช่างวิตกกังวลเกินไป ในวังหลังนี้ ใครเล่าจะกล้าทำร้ายเจ้า... เพียงแค่เจ้าจง ‘ระวัง’ ฝีเท้าขณะเดินข้ามสะพานหยกแห่งนี้ก็พอ เพราะบางครั้ง สิ่งที่ดูเรียบเนียนก็อาจลื่นไถลจนทำให้ชีวิตของเจ้า... ดับสูญได้โดยง่าย” คำขู่นั้นชัดเจนจนไม่ต้องตีความ ฟางเซียนขยับยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา นางวางถ้วยชาลงอย่างแผ่วเบา เสียงกระทบกันของกระเบื้องเคลือบกังวานก้องในความเงียบ “ขอบพระทัยที่เตือนเพคะ กุ้ยเฟย” ฟางเซียนลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่วงท่าองอาจสง่างามราวกับหงส์ที่กำลังกางปีก “แต่หม่อมฉันได้ยินมาว่า... ในสระบัวแห่งนี้มีปลาคาร์ฟสีทองอาศัยอยู่ หากใครโชคร้ายตกลงไปโดยไม่มีผู้ช่วยชีวิต สิ่งที่รออยู่ใต้ผืนน้ำหาใช่แค่โคลนตม แต่เป็นเศษกระดูกของบรรดาสนมนางในที่เคยคิด ‘ลื่นไถล’ พลาดท่ามานับไม่ถ้วน ไม่ทราบว่าคำกล่าวนี้... กุ้ยเฟยเคยได้ยินหรือไม่?” สีหน้าของเหม่ยหลิงแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเรียบเฉย แต่แววตานางวาวโรจน์ดั่งอสรพิษ นางขยับมือเป็นสัญญาณลับที่สื่อสารกับนางกำนัลคนสนิทที่ยืนอยู่เบื้องหลัง ในจังหวะที่ฟางเซียนหันหลังเดินผ่านสะพานหยกที่ปูด้วยหินขัดมันวาว ร่างของนางกำนัลนางหนึ่งก็จงใจเซถลาเข้ามาปะทะอย่างแรง หมายจะให้ร่างบางร่วงลงสู่สระบัวเบื้องล่าง ทว่าฟางเซียนกลับไหวตัวทัน นางอาศัยจังหวะที่คู่กรณีโถมตัวเข้าหา เบี่ยงตัวหลบด้วยท่วงท่าอ่อนช้อยดุจพลิ้วไหวของสายลม ก่อนจะฉวยโอกาสคว้าแขนเสื้อของนางกำนัลผู้นั้นแล้วกระชากแรงๆ จนร่างนั้นเสียหลักพุ่งลงสู่สระน้ำไปเอง *ตูม!* เสียงน้ำกระเซ็นซ่านเรียกความสนใจจากเหล่าข้าหลวงในบริเวณนั้น ฟางเซียนไม่ได้ตื่นตระหนก นางกลับทำสีหน้าตกใจสุดขีด รีบคว้ามือของกุ้ยเฟยเหม่ยหลิงเอาไว้แน่นราวกับคนเสียขวัญ “กุ้ยเฟย! ระวังเพคะ! คนผู้นี้ช่างสะเพร่าเหลือเกิน!” “เจ้าทำอะไรของเจ้า!” เหม่ยหลิงตวาดเสียงสั่น นางพยายามจะสะบัดมือออก แต่ฟางเซียนกลับกำไว้แน่นจนเล็บแทบจิกเข้าไปในเนื้อ ความร้อนที่ส่งผ่านจากมือของฟางเซียนทำให้เหม่ยหลิงรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง “หม่อมฉันแค่ช่วยชีวิตนางกำนัลท่านไม่ให้จมน้ำหายไปอย่างไร้ร่องรอยเพคะ” ฟางเซียนกระซิบข้างหูของเหม่ยหลิง เสียงนั้นแผ่วเบาแต่เยือกเย็นจนคนฟังต้องขนลุก “เหมือนที่ท่านเคยทำกับใครบางคน... เมื่อสิบปีก่อน” เหม่ยหลิงเบิกตากว้าง ความลับที่นางคิดว่าฝังลึกใต้ก้นบึ้งของบ่อน้ำกำลังถูกขุดขึ้นมาในที่แจ้ง นางพยายามจะเอ่ยปากสั่งให้คนจับตัวฟางเซียน แต่ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินหลัก “เกิดเรื่องอันใดขึ้นกลางอุทยานหลวง?” จ้าวเฟยหลงก้าวเข้ามาด้วยชุดฉลองพระองค์สีเหลืองทองอำไพ ดวงตาคมกริบกวาดมองสถานการณ์ที่เปียกปอนตรงหน้า กุ้ยเฟยเหม่ยหลิงรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นผู้ถูกกระทำทันที “ฝ่าบาท! สนมหลิน... นางผลักข้าหลวงของหม่อมฉันลงน้ำ ทั้งยังกำมือหม่อมฉันไว้แน่นจนเจ็บปวดไปหมดเพคะ!” ฟางเซียนทรุดตัวลงคุกเข่าด้วยสีหน้าสำนึกผิด หากแต่ในดวงตากลับไร้ซึ่งความหวาดกลัว นางเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรของฮ่องเต้ “ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันเพียงแค่ช่วยชีวิตนางกำนัลที่ลื่นตกลงไป แต่กลับถูกกุ้ยเฟยทรงตำหนิ หม่อมฉันเพียงแค่ขอความเป็นธรรมให้กับตนเอง... และความลับบางอย่างที่บ่อน้ำแห่งนี้กำลังจะบอกพวกเรา” จ้าวเฟยหลงชะงัก สายพระเนตรเลื่อนไปมองบ่อน้ำที่นิ่งสงบก่อนจะกลับมาที่ใบหน้าของฟางเซียน เขาไม่ได้ถามหาความจริงจากปากนาง แต่เขากำลังอ่านความนัยในแววตาที่เด็ดเดี่ยวคู่นั้น ทันใดนั้น ร่างที่เปียกโชกของนางกำนัลที่เพิ่งขึ้นจากน้ำก็ตะเกียกตะกายขึ้นมาบนฝั่ง นางไอออกมาเป็นน้ำคละเลือด ใบหน้าซีดเผือดดั่งศพ ก่อนจะชี้มือไปที่เหม่ยหลิงแล้วกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว “นายหญิง... ท่านบอกข้าว่าถ้าข้าทำให้สนมหลินตกน้ำ... ท่านจะปล่อยให้ข้ากลับบ้าน! อย่าฆ่าข้า! อย่าฆ่าข้าเหมือนที่ท่านฆ่าคนในตระกูลหลิน!” ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วอุทยานหลวง เหม่ยหลิงตัวสั่นเทาด้วยความโกรธแค้นและตื่นตระหนก จ้าวเฟยหลงแค่นเสียงในลำคอ แววพระเนตรดุดันขึ้นทันทีที่ได้ยินชื่อตระกูลหลิน เขาก้าวเข้ามาใกล้ฟางเซียน แล้วโน้มพระวรกายลงจนใบหน้าห่างกันเพียงลมหายใจ “เจ้ากล้าดียิ่งนัก ที่ลากเอาเรื่องราวในอดีตมาเปิดเผยกลางที่แจ้งเช่นนี้... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าหมากเกมนี้จะจบลงเพียงเท่านี้?” ฟางเซียนไม่ได้ถอยหนี นางกลับยิ้มหวาน—รอยยิ้มที่งดงามที่สุดและอันตรายที่สุดในชีวิตของนาง “หากหมากตานี้ทำให้ฝ่าบาทตระหนักว่าใครคือผู้ที่จงรักภักดี และใครคือผู้ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังความตาย... หม่อมฉันก็พร้อมจะเดิมพันด้วยชีวิตเพคะ” ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหยดเลือดและหยาดน้ำตาไปกับ "ไป๋เหลียนฮวา" แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์นางหงส์: บัลลังก์เลือดใต้รอยยิ้มหวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%