ดิบเถื่อนในกรงอาคม•ตอนที่ 10

รอยร้าวในใจ

ผลงานโดย ภูริศร์
“คุณคิดว่าตัวเองกำลังเล่นอยู่กับใคร... รินรดา” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ชิดใบหูนั้นเย็นเยียบราวกับสายลมจากขุมนรก แต่มันกลับแผดเผาผิวเนื้อทุกตารางนิ้วให้ร้อนรุ่มจนแทบละลาย ร่างบางของนักโบราณคดีสาวถูกดันจนแผ่นหลังแนบสนิทกับผนังห้องหนังสือเก่าแก่ กลิ่นอายเฉพาะตัวของคินน์—กลิ่นบุหรี่ราคาแพงผสมผสานกับความดุดันอันเป็นเอกลักษณ์—โอบล้อมกักขังเธอไว้ในพื้นที่แคบ ๆ ที่ไม่มีทางหนี รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความเจ็บแปลบที่ปลายประสาทช่วยเรียกสติให้เธอกลับมาเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้าย เอกสารลับในกระเป๋าเสื้อโค้ดและร่องรอยการลอบเข้ามาค้นห้องทำงานของเขาเมื่อครู่ เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่าเธอก้าวล้ำเส้นแบ่งระหว่าง "ความปลอดภัย" กับ "ความหายนะ" มาไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับเสียแล้ว “ฉันไม่ได้เล่นอะไรทั้งนั้น... ปล่อยฉัน คินน์” เธอกลั้นใจสบตากับดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีคู่นั้น แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองเพลจนแทบกระเด็นออกมานอกอก แต่ศักดิ์ศรีและทิฐิที่ค้ำคออยู่ก็ทำให้เธอต้องเชิดหน้าสู้ แรงกดดันมหาศาลจากร่างกายใหญ่โตที่ทาบทับลงมาทำให้เธอตระหนักได้ทันทีว่า ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่แค่มาเฟียธรรมดา แต่เขาคือ "กรงขัง" ที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งที่กล้าต่อกร คินน์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนผ่านหน้าอกแกร่งที่เบียดชิดกับเนินอกนุ่มของเธอ มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นไล้กรอบหน้าเรียวด้วยปลายนิ้วที่หยาบกร้านจากการผ่านศึกและอำนาจ สัมผัสนั้นทั้งเย้ายวนและคุกคามในเวลาเดียวกัน จนรินรดาเผลอหลับตาลงด้วยความสั่นสะท้อน “ดื้อด้าน... และโง่เขลา” เขาเอ่ยเสียงพร่า นิ้วโป้งเกลี่ยไล้ริมฝีปากที่เธอกัดไว้เบา ๆ ก่อนจะออกแรงกดให้มันเผยอขึ้นอย่างถือวิสาสะ “เธอคิดว่าธันวาจะปกป้องเธอได้พ้นเงื้อมมือฉันงั้นรึ? หรือเธอคิดว่าความลับเน่า ๆ ในอดีตของเธอจะรอดพ้นจากสายตาฉันไปได้... หืม?” คำว่า "ธันวา" และ "อดีต" กระแทกเข้ากลางใจของรินรดาอย่างจัง ราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบซ้ำ ๆ ที่แผลเก่า ภาพเหตุการณ์ในอดีตที่เธอพยายามฝังกลบมันไว้ซุกซ่อนใต้คราบนักวิชาการผู้สุขุมผุดวาบขึ้นมาในหัว ความลับที่เธอต้องยอมแลกทุกอย่างเพื่อปกปิด มันกำลังถูกผู้ชายคนนี้ขุดคุ้ยขึ้นมาประจานด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน “คุณรู้...” เสียงของเธอกลั้นสะอื้นเล็กน้อย แต่ยังคงความแข็งกร้าวไว้ “คุณรู้เรื่องนั้นได้ยังไง” “ไม่มีอะไรในอาณาจักรของฉันที่ฉันไม่รู้... รินรดา” คินน์โน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นผู้ควบคุมเกม “รวมถึงเรื่องที่ว่า... เธอกำลังสั่นแค่ไหนเวลาที่อยู่ใกล้ฉัน” ทันทีที่พูดจบ ริมฝีปากหนาก็ทาบทับลงมาปิดกั้นคำปฏิเสธทั้งหมดอย่างไร้ความปรานี จูบครั้งนี้ไม่ใช่ความอ่อนโยนหรือเกี้ยวพาราสี แต่มันคือการประกาศิตและการลงทัณฑ์ รสจูบดุดัน รุกเร้า และเปี่ยมด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ผสมผสานกับความโกรธเกรี้ยว รินรดาพยายามเบือนหน้าหนีและทุบกำปั้นลงบนอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่แรงเพียงน้อยนิดนั้นกลับเทียบไม่ได้เลยกับกำแพงมนุษย์ตรงหน้า มือใหญ่รวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวตรึงไว้แน่นหนาราวกับคีมเหล็ก ขณะที่มืออีกข้างสอดเข้าไปใต้เสื้อโค้ดตัวหนา ลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าของแผ่นหลังผ่านเนื้อผ้าบางเบาอย่างอารักขาและจาบจ้วงในเวลาเดียวกัน สัมผัสร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านผ่านฝ่ามือของเขาทำให้สัมปชัญญะของรินรดาพร่าเลือน ความโกรธแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามที่วิ่งพล่านไปตามกระแสเลือดอย่างน่าละอาย ร่างบางสั่นสะท้าน หัวใจที่เคยเต้นระรัวด้วยความกลัว บัดนี้กลับเต้นเร่าด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่เธอไม่อาจปฏิเสธ เธอกำลังจมดิ่งลงไปในวังวนที่เขาสร้างขึ้น—วังวนที่เต็มไปด้วยพิษร้ายและหอมหวานจนยากจะถอนตัว เมื่อคินน์ผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ทิ้งไว้เพียงรอยแดงช้ำและลมหายใจหอบกระชั้น รินรดาก็แทบจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นหากไม่มีแขนแกร่งโอบเอวคอดไว้เสียก่อน ดวงตาคู่คมจ้องมองเธอด้วยประกายไฟที่ลุกโชนไปด้วยความหมقมุ่นและต้องการจะครอบครองให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด “จำใส่สมองของเธอไว้ให้ดี รินรดา...” เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อ “เธอไม่มีวันหนีพ้นจากกรงนี้ไปได้ ต่อให้เธอพยายามเอาชีวิตเข้าแลกก็ตามที” ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้กล่าวคำโตเถียงใด ๆ ออกไป เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ตามด้วยเสียงร้อนรนของลูกน้องคนสนิทที่ตะโกนเข้ามาจากด้านนอก “นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... คนของธันวาบุกเข้ามาทำลายคลังสินค้าโซน B ทางทิศเหนือครับ!” คินน์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบตวัดมองไปทางประตู ก่อนจะก้มลงมองหญิงสาวในอ้อมแขนที่ตอนนี้แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและคำถามมากมาย รอยร้าวในใจของรินรดาลึกขึ้นในทุกวินาที และเธอก็รู้ตัวแล้วว่า... เธอกำลังยืนอยู่บนปากเหวแห่งความตายที่พร้อมจะถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ ชายหนุ่มปล่อยมือจากข้อมือของเธออย่างไม่ไยดี เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยท่าทีเยือกเย็นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะหันมามองเธอนิ่ง ๆ ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก “อยู่ที่นี่... และอย่าคิดลองดีหนีไปไหนเด็ดขาด ไม่งั้นฉันจะทำให้เธอรู้ว่านรกบนดินมันหน้าตาเป็นยังไง” พูดจบ คินน์ก็หมุนตัวก้าวออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้รินรดายืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงันและความมืดมิดของห้องหนังสือ ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินหัวใจอีกครั้งเมื่อเธอกวาดสายตามองไปรอบห้อง แล้วสะดุดเข้ากับกรอบรูปเก่า ๆ บนโต๊ะทำงานของเขา—รูปถ่ายของหญิงสาวปริศนาที่มีใบละม้ายคล้ายคลึงกับเธอราวกับแกะ... ทว่ามีดวงตาที่ว่างเปล่าอย่างไร้ชีวิตชีวา รินรดากลืนน้ำฝาดเหนียวลงคออย่างยากลำบาก เมื่อตระหนักได้ว่า ตัวเองไม่ใช่ผู้หญิงคนแรกที่ก้าวเข้ามาในกรงนี้... และอาจไม่ใช่คนสุดท้ายที่จะต้องแหลกสลาย ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในวังวนอันตรายนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนในกรงอาคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%