ดิบเถื่อนในกรงอาคม•ตอนที่ 9

ความต้องการที่ปิดไม่มิด

ผลงานโดย ภูริศร์
เสียงล็อกกลอนประตูห้องทำงานส่วนตัวดังขึ้นก้องกังวาน ราวกับเสียงกิโยตินที่ตัดขาดโลกภายนอกออกไปอย่างสิ้นเชิง รินรดาสะดุ้งเฮือก แผ่นหลังบางแนบชิดกับบานไม้เนื้อแน่นทันทีที่ถูกคินน์ต้อนจนมุม ความมืดสลัวภายในห้องที่ถูกปิดม่านทึบขับเน้นบรรยากาศให้ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงผสมผสานกับน้ำหอมผู้ชายปะปนอยู่ในอากาศ ทว่าสิ่งที่คุกคามสติสัมปชัญญะของเธอยิ่งกว่าสิ่งใด คือเงาร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับลงมาจนไร้ทางหนี "คิดจะเล่นเกมอะไรกับผมอีก รินรดา" เสียงทุ้มต่ำคาดคั้นลอดไรฟัน แววตาของมาเฟียหนุ่มวาวโรจน์ด้วยไฟโทสะและแรงปรารถนาที่ถูกกดทับมานาน เขากวาดสายตามองสำรวจเรือнร่างของนักโบราณคดีสาวที่กำลังสั่นเทาด้วยความโกรธปนหวาดหวั่น ธันวาอาจคิดใช้เธอเป็นหมากเบี้ยเพื่อทำลายเขา แต่ธันวาคงไม่รู้เลยว่า หมากตัวนี้กำลังทำให้คินน์คลั่งจนแทบควบคุมสติไม่อยู่ "ฉันไม่ได้เล่นเกม... ปล่อยฉัน ออกไปจากที่นี่ซะ คินน์!" เธอเชิดหน้าขึ้นพยายามสزตสิทธิ์และศักดิ์ศรีของตนเองเอาไว้ แม้หัวใจจะเต้นรัวรากับกลองเพลเมื่อปลายนิ้วแข็งแกร่งเอื้อมมาแตะที่ปลายคางมน บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสอันดุดัน "ปากเก่งนักนะ... แต่ตัวสั่นไปหมดแล้วไม่ใช่หรือไง" คินน์หัวเราะในลำคออย่างเยียบเย็น ก่อนจะฉวยข้อมือทั้งสองข้างของเธอรวบขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวตรึงไว้กับบานประตู แรงมหาศาลจากบุรุษเพศทำให้เธอกลายเป็นกวางน้อยในกำมือของราชสีห์ รินรดากัดริมฝีปากแน่นเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวจากร่างกายของเขาที่เบียดชิดเข้ามาจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ไออุ่นจากตัวเขาแผ่ซ่านทะลุกระโปรงและเสื้อผ้าจนผิวเนื้อซ่านเสียว ความโกรธขึงในตอนแรกเริ่มถูกหลอมละลายด้วยกระแสความปรารถนาอันแปลกประหลาดที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไร้การควบคุม ดวงตาสองคู่ประสานกันในความสลัว ไฟแห่งความใคร่และอำนาจปะทะกันอย่างดุเดือด ไม่มีฝ่ายใดยอมลดราวาศอกให้กัน จนกระทั่งคินน์เป็นฝ่ายก้มลงบดริมฝีปากลงมาอย่างไร้ความปรานี จูบนั้นไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของและการลงทัณฑ์ รสจูบดิบเถื่อน ร้อนแรง และเรียกร้อง รินรดาส่งเสียงประท้วงในลำคอ พยายามเบือนหน้าหนีความวาบหวามที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย แต่มือหนาอีกข้างกลับประคองท้ายทอยเธอไว้มั่น บังคับให้เธอน้อมรับรสจูบอันเอาแต่ใจนี้อย่างจำยอม ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปาก ลมหายใจอุ่นร้อนผสานกลิ่นไออันเป็นเอกลักษณ์ของเขามอมเมาสติเธอจนพร่าเลือน มือบางที่เคยพยายามผลักไส ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว เมื่อฝ่ามือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้ร่มผ้า สัมผัสหยาบกร้านแต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดทำให้ผิวเนื้อของเธอร้อนรุ่มราถูกไฟแผดเผา คินน์ถอนริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอกอบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่สายตายังคงจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อและแดงก่ำของเธอด้วยความพึงพอใจ ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้นถี่รัว "คุณมัน... คนป่าเถื่อน..." เธอกระซิบเสียงพร่า หยาดน้ำใสคลอหน่วยตาด้วยความอับอายที่พ่ายแพ้ต่อร่างกายตัวเอง "ใช่ ผมมันป่าเถื่อน... และคุณก็ชอบความป่าเถื่อนของผมเหมือนกัน รินรดา" เขากระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ ก่อนที่อุ้งมือแข็งแกร่งจะช้อนอุ้มร่างบางขึ้นในท่าอุ้มเจ้าสาวอย่างง่ายดาย รินรดาอุทานด้วยความตกใจ เรียวขาเรียวเกี่ยวรอบเอวสอบของเขาโดยสัญชาตญาณเพื่อพยุงตัวไม่ให้ร่วงหล่น คินน์ก้าวฉับๆ ไปยังโซฟาหนังตัวยาวกลางห้อง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งโดยมีร่างอวบอัดของเธอนั่งคร่อมอยู่บนตัก แรงปะทะทำให้ลมหายใจขาดห้วง รินรดารู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งของตัวตนที่แนบชิดผ่านเนื้อผ้า เปลวไฟแห่งความเร่าร้อนแผ่ซ่านไปทั่วท้องน้อยจนเธอต้องซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของเขาเพื่อซ่อนความเขินอาย "มองหน้าผม..." คำสั่งเด็ดขาดทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง คินน์ใช้ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมที่ชื้นเหงื่อออกจากกรอบหน้าของเธอ แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความหมกมุ่นและลุ่มหลงอย่างชัดเจน กระดุมเสื้อเชิ้ตของรินรดาถูกปลดออกที2เม็ดอย่างรวดเร็วด้วยมือหนา เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดและเนินอกอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะการเต้นของหัวใจ สายตาของคินน์เข้มจัดขึ้นทันที ราวกับเสือร้ายที่พบเหยื่ออันโอชะ เขาก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มเบาๆ สร้างรอยรักสีจางและปลุกเร้ากระแสความเสียวซ่านให้แล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลัง "อ๊ะ... คินน์..." เสียงหวานหลุดครางออกมาอย่างลืมตัว เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาเคลื่อนต่ำลงมาสัมผัสกับเนินอกผ่านเนื้อผ้าชุดชั้นใน ความวาบหวามที่ถูกปรนเปรอทำให้ร่างบางสะท้านเฮือก เผลอแอ่นอกเข้าหาโดยสัญชาตญาณ มือทั้งสองข้างจิกทึ้งเส้นผมสีเข้มของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่านที่โถมทับ บรรยากาศในห้องร้อนระอุขึ้นทุกขณะ เสียงหอบหายใจของคนทั้งสองดังประสานกันท่ามกลางความเงียบงัน คินน์ไม่ปล่อยให้เธอมีเวลาได้ตั้งตัว นิ้วมือแกร่งเกี่ยวรั้งขอบชุดของเธอออกอย่างไร้ความปรานี เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าที่งดงามราวกับงานศิลปะชิ้นเอก สายตาของมาเฟียหนุ่มสะท้อนประกายความปรารถนาอันดิบเถื่อน เขาคือผู้ครอบครอง และเธอก็คือสิ่งเสพติดที่เขาไม่มีวันยอมปล่อยมือ รินรดารู้สึกราวกับตัวเองกำลังจะหลอมละลายไปกับสัมผัสอันร้อนแรงและชำนาญของเขา ความโกรธแค้น ปมปัญหา และเรื่องราวรอบตัวมลายหายสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ที่เรียกร้องหาการเติมเต็ม คินน์ประคองใบพักตร์เธอให้มารับจูบอันลึกซึ้งอีกครั้ง รสชาติหวานล้ำและความดุดันหลอมรวมกันจนแทบแยกไม่ออก ในวินาทีที่ร่างทั้งสองแนบสนิทเป็นหนึ่งเดียว ท่ามกลางห้วงเวลาอันเร่าร้อนและสั่นประสาทที่ดึงดูดทั้งคู่ให้จมดิ่งลงไปในวังวนแห่งเสน่หาแบบถอนตัวไม่ขึ้นนั้นเอง... ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงตะโกนจากลูกน้องคนสนิทที่หน้าห้องด้วยความตื่นตระหนก "นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... ธันวาพาตำรวจบุกเข้ามาที่คฤหาสน์แล้วครับ!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในวังวนอันตรายนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนในกรงอาคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%