ดิบเถื่อนในกรงอาคม•ตอนที่ 8

คำเตือนจากความมืด

ผลงานโดย ภูริศร์
กลิ่นอายจางๆ ของไวน์แดงราคาแพงยังคงลอยวนอยู่ในอากาศ คละเคล้ากับกลิ่นบุหรี่นิโคลัสเข้มข้นที่คินน์มักจะใช้มันเป็นเครื่องมือสงบสติอารมณ์ยามที่ความมืดครอบงำจิตใจ ทว่าในห้องทำงานส่วนตัวที่ปิดตาย ห่างไกลจากสายตาของผู้คน รินรดาไม่ได้รู้สึกถึงความหรูหรานั้นเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่เธอสัมผัสได้มีเพียงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ซึ่งยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า "คุณบ้าไปแล้วหรือไงคินน์!" เสียงหวานเอ่ยลอดไรฟันด้วยความโกรธกร่าย ดวงตากลมโตฉายแววระแวดระวังและดื้อรั้นในเวลาเดียวกัน เธอก้าวถอยหลังทีละก้าวเมื่อร่างหนานั้นรุกไล่เข้ามาใกล้ราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุม "ผมไม่ได้บ้า ริน... คนที่กำลังทำตัวโง่เขลาและเอาชีวิตมาทิ้งต่างหากคือคุณ" เสียงทุ้มต่ำตึงเครียดดังขึ้น แววตาคมกริบของมาเฟียหนุ่มไร้ซึ่งความล้อเล่น มันเต็มไปด้วยความดุดันและรAอเร้นที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า คินน์ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วชนิดที่รินรดาไม่ทันตั้งตัว ฝ่ามือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวบางก่อนจะตรึงมันไว้กับบานประตูไม้เนื้อแข็งด้านหลัง แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนถึงกับสร้างความเจ็บปวด แต่หนักหน่วงพอที่จะประกาศิตให้เธอรู้ว่า... เธอไม่มีทางหนีพ้นจากกรงขังแห่งนี้ไปได้ รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อข่มความสั่นไหวในอก กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับความดุดันเฉพาะตัวพุ่งเข้าปะทะนาสิกจนหัวใจดวงน้อยเต้นรัวระรัว เธอเชิดหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าขาเรียวจะเริ่มอ่อนแรงลงทุกทีเมื่อแผงอกกว้างของเขาทาบทับลงมาใกล้จนแทบไม่มีช่องว่าง "ปล่อยฉันนะ ฉันไม่ใช่เด็กในปกครองของคุณที่จะมาสั่งให้หันซ้ายหันขวาได้ตามใจชอบ! เรื่องตระกูลของคุณ เรื่องมรดกเลือดนั่น... ฉันเข้ามาพัวพันเพราะหน้าที่นักโบราณคดี ไม่ใช่เพราะอยากเอาชีวิตมาทิ้งขว้างกับมาเฟียเถื่อนๆ อย่างคุณ!" คำว่า 'มาเฟียเถื่อน' ไม่ได้ทำให้คินน์โกรธเคือง ทว่ามุมปากหยักกลับกระตุกยิ้มเยือกเย็น รอยยิ้มที่เคลือบด้วยพิษร้ายและแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งขรึม "ปากเก่งนักนะริน..." คินน์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกโด่งคมเฉี่ยวเกือบจะชนกับแก้มเนียน ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดารู้สึกได้ทำให้สติสัมปชัญญะของเธอกระเจิดกระเจิง หัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมาจากอก "ถ้าคุณยังไม่เลิกยุ่งเกี่ยวกับเอกสารโบราณชิ้นนั้น และถ้าคุณยังดื้อดึงที่จะขุดคุ้ยเรื่องราวเบื้องหลังของตระกูลผมตามคำยุยงของไอ้ธันวา... คนที่จะจัดการคุณ ไม่ใช่ศัตรูของผมหรอ... แต่จะเป็นผมนี่แหละ ที่จะบดขยี้คุณให้คากำมือ" คำเตือนจากความมืดเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงนั้นแหบพร่า ทว่าเต็มไปด้วยอำนาจมืดที่สั่นประสาท รินรดาผวากายเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วสากของเขาไล่ขึ้นมาแตะที่ปลายคางมน บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสอันตรายที่เธอทั้งเกลียดและโหยหาในเวลาเดียวกัน สัมผัสจากคินน์ไม่เคยมีความอ่อนโยน มันคือการครอบครอง คือการประกาศความเป็นเจ้าของ และในขณะเดียวกันก็คือไฟสวาทที่พร้อมจะแผดเผาทุกสติสัมปชัญญะให้มลายหายไป รินรดารู้สึกได้ถึงความร้อนระอุที่แผ่ซ่านไปทั่วผิวเนื้อทันทีที่เรียวปากหนาฉกฉวยลงมาบด "อื้อ..." เสียงประท้วงในลำคอถูกกลืนหายไปอย่างไร้ร่องรอย เมื่อจูบอันดุดันและเร่าร้อนถูกประทานลงมาอย่างไร้ความปรานี คินน์ไม่ได้ขออนุญาต เขาใช้ความเหนือกว่าทางร่างกายและอำนาจเข้าครอบครองเรียวปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตักตวงความหวานล้ำจากโพรงปากอุ่นอย่างกระหายหิว ราวกับสัตว์ป่าที่อดโซมานาน รินรดาพยายามทุบตีแผงอกกว้างเพื่อประท้วง แต่ยิ่งเธอขัดขืนมากเท่าไหร่ วงแขนแข็งแรงราวกับคีมเหล็กก็ยิ่งรัดแน่นจนแผ่นหลังแนบชิดติดกับประตูมากยิ่งขึ้น ความวาบหวามสายหนึ่งพวยพุ่งขึ้นมาจากท้องน้อย กระจายตัวไปทั่วทุกอณูผิวจนแขนขาของหญิงสาวอ่อนระทวย รินรดาลืมสิ้นซึ่งความโกรธเกรี้ยว เธอกำปกเสื้อสูทราคาแพงของเขาไว้แน่นเพื่อพยุงร่างไม่ให้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น รสจูบที่ทั้งดุดัน เย้ายวน และเต็มไปด้วยความหึงหวงผสมผสานกับความโกรธทำให้เธอลืมหายใจ ความสัมพันธ์อันตรายที่เต็มไปด้วยเส้นกั้นของความแค้นและอำนาจกำลังละลายหายไปในสัมผัสที่ร้อนรุ่มนี้ มือหนาเริ่มไม่อยู่นิ่ง มันเลื่อนจากกรอบหน้าคมลงมาตามลำคอระหง ลูบไล้ผิวกายผ่านเนื้อผ้าบางเบาจนรินรดาสะท้านเฮือก ร่างกายของเธอบิดเร้าด้วยความรัญจวนที่เขาเป็นผู้จุดชนวนขึ้นมาอย่างง่ายดาย คินน์ผริมฝีปากออกช้าๆ ลมหายใจหอบกระชั้นรดรดร่องแก้มเนียน ดวงตาคมกريบมองเรือนร่างอรชรที่ตอนนี้สั่นสะท้านด้วยแรงปรารถนาอย่างพึงพอใจ "จำคำเตือนของผมเอาไว้ให้ดี... รินรดา" คินน์กระซิบเสียงพร่าชิดใบหู ขบเม้มใบหูเล็กเบาๆ จนหญิงสาวครางฮือในลำคอ "ถ้าคุณยังดึงดันจะเดินเข้าหาความตาย ผมนี่แหละที่จะเป็นคนฝังคุณไว้ใต้ร่างของผม... ตลอดกาล" ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท ตามด้วยเสียงเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาของบอดี้การ์ดคนสนิทที่หน้าตาตื่นตระหนก "นายครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" ลูกน้องคนสนิทละล่ำละลักรายงานด้วยน้ำเสียงร้อนรน "พวกของธันวาบุกเข้ามาที่คลังสินค้าเก่าฝั่งตะวันออก... และมัน... มันพาใครบางคนที่คุณคาดไม่ถึงมาด้วยครับนาย!" คินน์ชะงักกึก ดวงตาคมกริบหรี่แคบลงทันที รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน เขายอมผละร่างออกจากรินรดาอย่างไม่สบอารมณ์นัก รินรดายืนหอบหายใจโยน เสื้อผ้าหลุดลุ่ยเล็กน้อย ใบหน้าแดงก่ำด้วยพิษสวาท เธอมองตามแผ่นหลังกว้างที่ก้าวผละออกไปอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจระคนสงสัย ใครกันที่ทำให้มาเฟียผู้เยือกเย็นและดิบเถื่อนอย่างคินน์ถึงกับมีสีหน้าเคร่งเครียดได้ขนาดนั้น? คินน์หันกลับมามองเธอนิ่งเป็นครั้งสุดท้าย แววตาเต็มไปด้วยคำสั่งเด็ดขาดที่ห้ามขัดขืน "อยู่แต่ในห้องนี้... ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด จนกว่าผมจะกลับมา" พูดจบ ร่างสูงก็ก้าวเท้าเดินพ้นประตูห้องทำงานไปอย่างเร่งรีบ ทิ้งให้รินรดายืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความเงียบงันและความหวาดระแวงที่ก่อตัวขึ้นใหม่ ทว่า... ในจังหวะที่เธอกำลังจะเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานเพื่อติดต่อโลกภายนอก แสงไฟนีออนบนเพดานห้องก็กะพริบไหวสองครั้งก่อนจะดับสนิทลง เหลือเพียงความมืดมิดที่เข้าปกคลุมทั่วทุกมุมห้อง และก่อนที่รินรดาจะได้ตั้งตัว เสียงฝีเท้าฝีเท้าหนึ่งก็ดังขึ้นแผ่วเบามาจากมุมมืดด้านหลังผ้าม่านกำมะหยี่สีทึบ... เสียงลมหายใจที่ไม่ใช่ของเธอ และไม่ใช่ของคินน์! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในวังวนอันตรายนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนในกรงอาคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%