ความเงียบงันภายในห้องพักกว้างขวางถูกฉีกกระชากด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังขึ้นจากเบื้องล่าง รินรดาสะดุ้งเฮือก หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำจนแทบจะกระกระเด็นออกมานอกอก ดวงตากลมโตภายใต้ความตื่นตระหนกจับจ้องไปยังใบหน้าคมคายของชายหนุ่มที่ยังคงคร่อมทับเรือนร่างของเธอเอาไว้
คินน์ไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย นัยน์ตาสีเข้มดูลึกล้ำราวนัยน์ตาของสัตว์นักล่าที่กำลังรอเหยื่อเดินเข้ามาติดกับ รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะปนกลิ่นบุหรี่จางๆ รดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน
"ดูเหมือนว่าธันวาจะใจร้อนกว่าที่เราคิดนะครับ..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมฝีปากของหญิงสาว ราวกับตั้งใจจะให้เธอรับรู้ถึงความสั่นประสาทที่กำลังคืบคลานเข้ามา
"ปล่อยฉัน..." รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามออกแรงผลักไหล่กว้างของเขาออก แต่มีหรือที่เรียวแรงของผู้หญิงจะสู้มหาอำนาจดิบเถื่อนของมาเฟียหนุ่มได้ คินน์กลับยิ่งทิ้งน้ำหนักตัวลงมาแนบชิด ล็อกข้อมือทั้งสองข้างของเธอตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือข้างเดียวอย่างง่ายดาย
เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาทุกที... พร้อมกับเสียงเคาะประตูห้องพักที่ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
"คุณคินน์ครับ... ผมเองครับ" เสียงของธันวาเอ่ยลอดผ่านบานประตูเข้ามา น้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งและมั่นอกมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม
รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอพยายามจะเปล่งเสียงร้องออกไปเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่คินน์กลับไวกว่า ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาประกบเรียวปากหนาร้อนระอุเข้ากับกลีบปากนุ่มของเธออย่างดิบเถื่อนและเอาแต่ใจ!
"อื้อ..." เสียงท้วงติงถูกกลืนหายไปในลำคอ รสจูบในครานี้ไม่ได้อ่อนโยนหรือหยอกเย้าเหมือนครั้งก่อน แต่มันคือการรุกรานที่ดุดัน เร่าร้อน และเปี่ยมไปด้วยความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ คินน์ขบเม้มริมฝีปากอิ่มอย่างแรงจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ บังคับให้เธอยอมเปิดทางให้เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ ร่างกายของรินรดาสั่นสะท้าน ความรู้สึกวาบหวามสายหนึ่งแล่นพล่านไปตามสันหลัง ปลายนิ้วที่เคยพยายามขัดขืนค่อยๆ อ่อนแรงลงท่ามกลางรสจูบอันตระการตาที่สูบฉีดสติสัมปชัญญะของเธอจนกระเจิง
ข้างนอกประตู... เสียงธันวายังคงดังขึ้นอีกครั้ง "คุณคินน์ครับ? ได้ยินผมไหม หรือว่า... คุณกำลังทำธุระสำคัญอยู่ข้างในกันแน่?"
คำพูดกำกวมและน้ำเสียงเยาะเย้ยของธันวาทำให้รินรดายิ่งตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว หากธันวาพังประตูเข้ามาเห็นสภาพของเธอในตอนนี้... ชีวิตของเธอคงพังทลายไม่เหลือชิ้นดี
ทว่าคินน์กลับผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างอ้อยอิ่ง เขามองหญิงสาวที่หอบหายใจจนอกอิ่มกระเพื่อมไหว ดวงตาฉ่ำน้ำด้วยพิษสวาทและหยาดน้ำตาแห่งความตื่นกลัว มันคือภาพที่กระตุ้นสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเขาให้พุ่งทะยานถึงขีดสุด
"อยากให้เขาเข้ามาเห็นเราในสภาพนี้ไหมล่ะครับ... คนสวย" คินน์กระซิบเสียงพร่าชิดใบหูของเธอ ปลายนิ้วหยาบกร้านลูบไล้ลงมาตามลำ颈ระหงผ่านผิวเนื้อเนียนนุ่มจนเกิดรอยแดงวาบหวาม รินรดาส่ายหน้าพรืด น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ "อย่า..."
"ถ้าไม่อยาก... ก็ทำตัวว่านอนสอนง่ายเสียหน่อยสิครับ" เขายิ้มร้ายกาจ ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แต่ยังไม่วายก้มลงมากระซิบคำสั่งเด็ดขาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้ "นอนนิ่งๆ อยู่บนเตียงนี้... ห้ามส่งเสียงเด็ดขาด ไม่อย่างนั้น ผมอาจจะเปลี่ยนใจลากเธอออกไปให้ธันวาได้ยลโฉมจริงๆ"
พูดจบ คินน์ก็จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยท่าทีสุขุมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะก้าวเดินไปยังประตูห้องพัก ปล่อยให้รินรดานอนหอบหายใจสะท้านอยู่บนฟูกหนา ความรู้สึกอับอาย เกรี้ยวกราด และหวั่นไหวตีรันกันอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก
แอด...
บานประตูเปิดออกเผยให้เห็นร่างของธันวาที่ยืนยิ้มเยาะอยู่เบื้องหน้า โดยมีบอดี้การ์ดร่างยักษ์ยืนประกบซ้ายขวา
"อ้าว... ดูเหมือนผมจะมารบกวนเวลาส่วนตัวของคุณคินน์สินะครับ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาท กวาดสายตาคมกริบมองเข้าไปภายในห้องราวกับต้องการค้นหาพิรุธ
คินน์ยืนขวางประตูเอาไว้ ใบหน้าเรียบเฉยเย็นชา แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีมองคู่สนทานาราวกับมองมดปลวก "รู้ตัวก็ดี... มีธุระอะไร ถึงได้ถ่อมาถึงนี่"
"ผมแค่อยากจะมาทòiถามเรื่อง ‘ของ’ ที่ผมฝากไว้กับคุณ..." ธันวาเหยียดยิ้มร้ายกาจ "นักโบราณคดีสาวคนนั้น... ดูท่าทางเธอจะรู้เรื่องศิลาโบราณมากกว่าที่คุณคิดนะครับ ระวังตัวหน่อยเถอะ คุณคินน์... ของบางอย่าง ถ้าถือครองไว้โดยไม่มีปัญญาควบคุม มันอาจจะย้อนกลับมาแว้งกัดเอาได้"
บรรยากาศหน้าห้องประจันหน้ากันด้วยความตึงเครียด ชนิดที่ว่าแค่อากาศผ่านก็อาจเกิดประกายไฟขึ้นได้ คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาดิบเถื่อนฉายชัดขึ้นวูบหนึ่ง
"เรื่องนั้น... ผมจัดการเองได้" คินน์ตอบเสียงต่ำ ทว่าทรงพลังอำนาจจนธันวาชะงักไปเล็กน้อย "แต่ก่อนจะห่วงเรื่องของผม... เป็นห่วงคอของคุณเองจะดีกว่านะ ธันวา"
ขณะที่ศึกทางวาจากำลังระอุถึงขีดสุด รินรดาที่นอนราบอยู่บนเตียงพยายามพยุงกายลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบเพื่อหาทางหนี แต่ทว่า... พรึบ! ปลายเท้าของเธอไปเตะโดนแจกันเซรามิกราคาแพงที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงล้มลงกระทบพื้นเสียงดังสนั่น!
เคร้ง!
เสียงนั้นทำลายความเงียบทั้งหมดลงในพริบตา ธันวาหันขวับมามองต้นเสียงทันทีด้วยแววตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปากของศัตรูตัวฉกาจ
"อุ๊ย... ดูเหมือนผมจะได้ยินเสียงหวานๆ ของ ‘ใครบางคน’ อยู่ในห้องนอนของคุณซะแล้วล่ะครับ คุณคินน์"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในวังวนอันตรายนี้ด้วยกันนะครับ
ดิบเถื่อนในกรงอาคม•ตอนที่ 7
กับดักของนักล่า
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนในกรงอาคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!