ดิบเถื่อนในกรงอาคม•ตอนที่ 11

ศัตรูในเงามืด

ผลงานโดย ภูริศร์
เศษกระจกที่แตกกระจายเกลื่อนพื้นคอนกรีตคือสัญญาณเตือนชิ้นแรก... กลิ่นน้ำมันเบนซินที่ฉุนกึกปะปนกับกลิ่นไหม้ของยางรถยนต์ลอยคละคลุ้งอยู่ในความมืดของไซต์งานก่อสร้างโซน C สภาพของรถบรรทุกสิบห้อที่จอดนิ่งสนิทถูกทุบทำลายจนกระจกหน้าแตกละเอียด ข้างตัวรถมีรอยสเปรย์สีแดงฉานพ่นทับชื่อบริษัทของคินน์เอาไว้ด้วยข้อความหยาบคายและคุกคาม รินรดายืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความโกลาหล เธอสวมเสื้อแจ็กเก็ตลุยงานทับเสื้อกล้ามสีเข้ม เส้นผมรวบเป็นหางม้าลวกๆ แต่ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองความเสียหายทั้งหมดด้วยความสุขุม แม้ในใจจะเต้นระรัวด้วยความตระหนก แต่สัญชาตญาณของนักโบราณคดีที่เคยผ่านการเผชิญหน้ากับความอันตรายมาโชกโชน สอนให้เธอรับมือกับสถานการณ์วิกฤตด้วยความนิ่ง "พวกมันไม่ได้มาเพื่อทรัพย์สิน" เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังขึ้นจากด้านหลัง รินรดาไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร... คินน์ก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเธอ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับแผ่รังสีความดุดันและอำนาจมืดออกมาจนอากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลดลงฮวบฮาบ ดวงตาคมปลาบสีสนิมกวาดมองซากความเสียหายด้วยความเรียบเฉย ทว่ากรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่นบ่งบอกถึงพายุโทสะที่กำลังก่อตัวอยู่ภายใน "ธันวา..." รินรดาเอ่ยชื่อนั้นออกมาเบาๆ "มันต้องการบีบให้คุณแสดงตัว" "หึ..." คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุบทำลายความเงียบลงอย่างสิ้นเชิง "มันคิดว่าการทำลายเศษเหล็กพวกนี้ จะทำให้ฉันสั่นคลอนได้งั้นรึ มันยังไม่รู้จักฉันดีพอ" ร่างสูงหันมามองเธอ แววตาคู่นั้นเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความหมقมุ่นที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย มือหนารวบต้นแขนเรียวของเธอไว้แล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกกว้างปะทะเข้ากับร่างบาง รินรดาอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจ แรงดึงดูดดิบเถื่อนและอันตรายของเขาพุ่งเข้าจู่โจมเธอทันทีราวกับสัตว์ป่าที่กำลังหิวกระหาย "คุณทำอะไร คินน์ ที่นี่มันไซต์งานนะ!" เธอพยายามขัดขืน ดันอกเขาออก แต่มันไร้ผลราวกับผลักกำแพงเหล็ก "แล้วยังไง?" เสียงกระซิบของเขาชิดริมฝีปาก แนบชิดจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้ม "ในเมื่อคนของมันกำลังจับตาดูเราอยู่ ฉันก็ต้องแสดงให้พวกมันเห็น... ว่าสมบัติชิ้นไหนที่เป็นของฉัน และห้ามใครแตะต้องเด็ดขาด" ปลายนิ้วแข็งแกร่งของเขาเชยคางเธอขึ้น บังคับให้เธอนัยน์ตาประสานกับเขา รสจูบที่ตามมาไม่มีความนุ่มนวลหรือปรานี เป็นการรุกรานที่ดุดันและร้อนแรงราวกับเปลวเพลิงที่กำลังแผดเผา รินรดาสะท้านเฮือกเมื่อริมฝีปากหนาบดขยี้กลีบปากของเธออย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตักตวงความหวานล้ำอย่างตะกละตะกลามจนเธอแทบยืนไม่อยู่ ร่างกายของเธอยอมจำนนต่อสัมผัสอันตรายนี้ทุกครั้งอย่างน่าสมเพช ศักดิ์ศรีที่เคยมีมลายหายไปในพริบตาเมื่อฝ่ามือใหญ่อีกข้างสอดลูบไล้ไปตามแผ่นหลังโค้งเว้าผ่านเนื้อผ้าแจ็กเก็ต บีบเคล้นสะโพกมนอย่างหนักหน่วงจนเธอต้องส่งเสียงครางประท้วงในลำคอ สัมผัสของเขาเต็มไปด้วยความดิบเถื่อนและหวงแหน ราวกับต้องการประทับตราความเป็นเจ้าของเธอลงบนเรือนร่างท่ามกลางซากปรักหักพังและความมืดมิด เมื่อเขาผละริมฝีปากออกอย่างนึกเสียดาย รินรดาก็หอบหายใจจนตัวโยน ริมฝีปากบวมเจ่อและแดงก่ำ ดวงตาฉ่ำน้ำด้วยความวาบหวามที่เขาสร้างขึ้นอย่างจงใจ "จำไว้... รินรดา" คินน์กระซิบชิดใบหู น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่ยังคุกรุ่น "เธอเป็นของฉันคนเดียว และไม่มีวันหลุดรอดไปไหนได้ แม้แต่ไอ้ธันวาก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมอง" ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าและแสงไฟฉายจากลูกน้องของคินน์ที่วิ่งเข้ามาตรวจสอบพื้นที่ก็สว่างวาบขึ้น ทำให้คินน์จำต้องปล่อยร่างเธอให้เป็นอิสระอย่างไม่เต็มใจนัก รินรดารีบยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเอง พยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติเพื่อซ่อนความปั่นป่วนในอก "นายครับ เราเจอหลักฐานบางอย่างที่พวกมันทิ้งไว้" บอดี้ว่านคนสนิทวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พร้อมกับยื่นซองเอกสารเปื้อนคราบน้ำมันให้คินน์ คินน์รับมาเปิดดู แววตาคมกริบหรี่แคบลง รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นที่มุมปากอย่างน่ากลัว "มันไม่ได้แค่มาป่วน... แต่มันส่งคำท้ามา" คินน์ยื่นเอกสารแผ่นนั้นให้รินรดาดู เธอก้มลงมองภาพถ่ายที่แนบมากับจดหมายขู่ ภาพถ่ายห้องทำงานเก่าแก่แห่งหนึ่ง... และสิ่งของโบราณที่คุ้นเคย ซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ในห้องนิรภัยส่วนตัวของเธอเองที่คอนโดมิเนียม หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความลับดำมืดในอดีตที่เธอพยายามฝังกลบไว้กำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาเป็นเครื่องมือต่อรอง "มันรู้เรื่องอดีตของคุณ..." รินรดาพึมพำ ใบหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด คินน์หันกลับมามองเธอ แววตาดุดันฉายประกายความอันตรายยิ่งกว่าเดิม มือหนาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นราวกับต้องการดึงเธอกลับเข้าสู่ความคุ้มครองอันป่าเถื่อนของเขา "เกมนี้มันเริ่มสนุกขึ้นแล้วล่ะ..." คินน์ยิ้มเยาะ "เพราะฉันจะถลกหนังหัวไอ้คนที่กล้าแตะต้องของๆ ฉันทีละคน" ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยปากพูดอะไร เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ตของเธอก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ เธอกดรับด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย "สวัสดีครับ... คุณรินรดาจำเสียงผมได้ไหม?" เสียงปลายสายทุ้มนุ่มแต่น่าขนลุกดังขึ้น "ของขวัญที่ผมส่งไปให้ที่ไซต์งาน... ถูกใจคุณกับท่านประธานคินน์ไหมครับ?" ธันวา! รินรดาหน้าถอดสีทันที คินน์ที่ยืนอยู่ข้างๆ คว้าโทรศัพท์จากมือเธอไปอย่างไร้ความเกรงใจ กรอกเสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นลงไปในสายทันทีโดยไม่รอให้เธอได้ตั้งตัว "ถ้าแกแน่จริง... ก็เข้ามาหาฉันตรงๆ อย่าใช้แผนสกปรกแบบนี้" "โอ้... ใจเย็นสิครับคุณคินน์" เสียงปลายสายหัวเราะเยาะอย่างสะใจ "ผมไม่ได้อยากคุยกับคุณ... ผมแค่อยากบอกคุณรินรดาว่า... 'ความลับ' ที่เธอซ่อนไว้ในโกดังเก่าเขต 7 คืนนี้... ผมกำลังจะไปเปิดมันดูซะหน่อยนะ" สายถูกตัดไปทันที คินน์หันขวับมามองรินรดาที่ตอนนี้ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในวังวนอันตรายนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนในกรงอาคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%