ดิบเถื่อนในกรงอาคม•ตอนที่ 3

กลิ่นอายคุกคาม

ผลงานโดย ภูริศร์
ความมืดมิดในยามวิกาลไม่ได้ทำให้ความกดดันรอบกายลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย รินรดายืนนิ่งอยู่ ณ จุดที่เงาร่างของธันวาเพิ่งจางหายไป ลมหายใจของเธอสะดุดกึกเมื่อตระหนักได้ว่า ตัวเองกำลังตกเป็นหมากในเกมอำนาจที่ใหญ่เกินกว่าจะคาดเดา หญิงสาวขยับตัวถอยหลังช้าๆ เพื่อจะกลับเข้าสู่ตัวบ้าน ทว่าสัญชาตญาณดิบกลับกรีดร้องเตือนภัยเสียก่อน เมื่อแผ่นหลังบอบบางของเธอปะทะเข้ากับกำแพงแกร่งของร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่ "คิดจะเดินหนีไปไหน... รินรดา" เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบกระซิบชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ตรงซอกคอทำให้ขนกายของเธอลุกชันขึ้นพร้อมกันอย่างไร้การควบคุม กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงและกลิ่นอายอันตรายรอบตัวบ่งบอกชัดเจนว่าเขาคือ "คินน์" เจ้าของกรงอาคมแห่งนี้ ผู้ซึ่งไม่เคยยอมให้ใครไม่เชื่อฟังคำสั่งของตนเอง รินรดาเบี่ยงตัวหลบสัมผัสคุกคามนั้นทันที ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความไม่พอใจ เธอหันกลับไปประจันหน้ากับมาเฟียหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าหัวใจในอกจะเต้นกระหน่ำรากับกลองศึกก็ตาม "ฉันแค่จะกลับเข้าไปนอน คุณคินน์... หรือว่าการเดินสำรวจรอบบ้านพักของฉัน มันผิดกฎข้อไหนในอาณาจักรของคุณด้วยล่ะคะ" ประโยคหลังเธอจงใจเน้นเสียงประชดประชันเพื่อปกปิดความหวั่นไหว คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับจะค้นหาความลับทุกอย่างที่เธอซ่อนไว้ ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าเข้ามาเบียดชิดจนเธอไม่มีทางถอยหนี ฝ่ามือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นทาบกับผนังไม้เหนือศีรษะของเธอ เป็นการกักขังเธอไว้ในวงแขนอย่างเบ็ดเสร็จ "อย่าอวดเก่งให้มันมากนัก รินรดา" คินน์กดเสียงต่ำลง ทว่าทรงพลังจนกดดันให้อากาศรอบตัวแทบจะหมดสิ้น "เธอคิดว่าสายตาที่แอบมองมาจากมุมมืดเมื่อครู่ มันคือมิตรหรือศัตรู... หืม?" รินรดาชะงักไปชั่วขณะ ความตกใจวาบขึ้นในแววตา "คุณ... หมายถึงอะไร" "อย่ามาทำเป็นไขسา" คินน์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหมقมุ่นและดุดัน "ธันวาไม่ใช่คนที่จะมาเดินเล่นแถวนี้ตอนตีสอง... และเป้าหมายของมันก็ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากผู้หญิงที่อวดดีจนหาญกล้าต่อรองกับฉันอย่างเธอนี่แหละ" แรงกดดันจากร่างกายของชายหนุ่มที่ทาบทับเข้ามาทำให้รินรด้ารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ความใกล้ชิดนี้มันอันตราย เกินกว่าจะรับไหว ร่างกายของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ยามที่ปลายนิ้วหยาบกร้านของเขาเอื้อมขึ้นมาแตะไล้กรอบหน้าเรียวเบาๆ "ปล่อยฉันนะ..." เธอเอ่ยเสียงสั่น พยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสวาบหวามที่คอยแต่จะสั่นคลอนความตั้งมั่นของตนเอง "ปากบอกว่าให้ปล่อย แต่ตัวเธอกลับสั่นเทาอยู่ในอ้อมแขนของฉันเนี่ยนะ..." คินน์กระซิบชิดริมฝีปากของเธอ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเย้ายวนและอำนาจครอบงำ "เธอปฏิเสธไม่ได้หรอก รินรดา... ว่าร่างกายของเธอ มันกำลังเรียกร้องหาฉัน" ฝ่ามือทรงพลังเลื่อนลงมาโอบรัดเอวคอดกิ่วไว้แน่น รั้งร่างบางให้แนบชิดติดกับแผ่นอกแกร่งจนไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน ความร้อนจากร่างกายของทั้งคู่แผดเผาบรรยากาศรอบข้างจนแทบลุกเป็นไฟ รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอยกมือขึ้นดันแผงอกเขาไว้ ทว่ามันก็เปรียบเสมือนการเอาแมลงตัวน้อยไปต้านทานพายุ "ฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายบริการของคุณ..." เธอเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความโกรธกรุ่น แม้เนื้อตัวจะเริ่มอ่อนยวบยาบไปกับสัมผัสอันช่ำชองของเขาแล้วก็ตาม "แต่เธอกำลังทำให้ฉันคลั่ง..." คินน์ไม่ปล่อยให้เธอได้ต่อรองอีกต่อไป ริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทุกอย่างทันที รสจูบครั้งนี้ไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่มันคือการประกาศิตและการลงทัณฑ์ ความดุดัน เอาแต่ใจ และเต็มไปด้วยความโหยหาถูกถ่ายทอดผ่านริมฝีปากที่บดขยี้ลงมาอย่างเร่าร้อน รินรดาสะท้านเฮือก เผลอเผยริมฝีปากออกด้วยความตกใจ เปิดโอกาสให้เรียวลิ้นร้อนล้ำลึกกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาข้างหนึ่งสอดเข้าใต้กลุ่มผมยาวสลวยเพื่อตรึงท้ายทอยของเธอให้รับรสจูบอันป่าเถื่อนนี้อย่างจำยอม เสียงลมหายใจหอบกระชั้นประสานไปกับเสียงครางประท้วงในลำคอ ร่างกายที่เคยแข็งขืนค่อยๆ อ่อนระทวยลงทีละน้อย ความตึงเครียดรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงสวาทที่แผดเผาสติสัมปชัญญะของทั้งคู่จนกระเจิง ฝ่ามือของคินน์ลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าของสรีระผ่านเนื้อผ้าบางเบาอย่างจงใจปลุกเร้า สร้างความวาบหวามที่วิ่งพล่านไปตามเส้นประสาทจนรินรดาต้องจิกเล็บลงบนลาดไหล่กว้างของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่านที่โถมกระหน่ำ ในห้วงเวลาที่สติของเธอกำลังจะหลุดลอยไปกับวังวนเสน่หาอันตรายนี้เอง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกจากปลายทางเดินก็ดังแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศ "คุณคินน์ครับ! เกิดเรื่องแล้วครับ!" เสียงลูกน้องคนสนิทของเขาทำให้คินน์ต้องผละริมฝีปากออกอย่างไม่สบอารมณ์ นัยน์ตาดุร้ายฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เขากวาดสายตามองใบหน้าแดงก่ำและริมฝีปากที่บวมเจ่อของรินรดาด้วยความหลงใหล ก่อนจะกระซิบเสียงต่ำด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาเธอต้องสะท้านเยือกไปถึงกระดูกดำ "เกมยังไม่จบแค่นี้หรอก รินรดา... คืนนี้ฉันจะมาทวงต่อ" พูดจบ คินน์ก็หมุนตัวเดินผละจากไปในความมืดทันที ทิ้งให้เธอยืนหอบหายใจโยนตัวอยู่ลำพังพิงกำแพงไม้ด้วยความสับสนและตื่นตระหนก รินรดายกมือขึ้นสัมผัสริมฝีปากที่ยังคงร้อนผ่าว หัวใจเต้นรัวแรงด้วยความหวาดหวั่น ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะถอนหายใจด้วยความโล่งอกนั้นเอง สายตาก็เหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตสีขาวใบเล็กที่ถูกเสียบไว้ตรงช่องหน้าต่างไม้ข้างตัว... ข้อความด้วยลายมือหวัดๆ ปรากฏแก่สายตาทำเอาเลือดในกายเย็นเฉียบลงฉับพลัน *'ระวังตัวไว้ให้ดี... สามีเธอกำลังจะกลับมาทวงของของเขาคืนจากมาเฟียสารเลวคนนี้'* รินรดาเบิกตากว้างจนแทบถลน ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อรากับถูกสาปเป็นหิน เมื่อตระหนักได้ว่าอดีตที่เธอหนีตายมาตลอดกำลังตามล่าเธอจนเจอแล้ว! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและดำดิ่งไปกับความเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนในกรงอาคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%