ดิบเถื่อนในกรงอาคม•ตอนที่ 4

แรงดึงดูดใต้เงาจันทร์

ผลงานโดย ภูริศร์
เสียงเปรี้ยงของฟ้าผ่าคำรามก้องสะท้านผืนป่า ดึงสติรินรดาให้หลุดพ้นจากห้วงอดีตอันดำมืดที่เพิ่งไล่ล่าเธอมาจนมุม เม็ดฝนห่าใหญ่เทกระหน่ำลงมาราวกับฟ้าถล่ม ปิดตายทุกเส้นทางหลบหนีในค่ำคืนนี้อย่างไร้ความปรานี ที่พักหลังน้อยกลางป่าลึกที่เธอเคยคิดว่าปลอดภัย บัดนี้กลับกลายเป็นกรงขังขนาดย่อม เมื่อบานประตูไม้สักถูกผลักเปิดออกด้วยมือหนาของคนที่เธอไม่อยากพบหน้าที่สุดในโลก คินน์ก้าวเข้ามาในความมืด ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมกันฝนชุ่มน้ำแผ่ซ่านไอความเย็นยะเยือกและกลิ่นอายอันตรายที่เธอกลัวฝังใจ นัยน์ตาคมกริบดั่งสัตว์ป่าในความมืดมองตรงมาที่เธอคนเดียว ราวกับเหยื่อตัวน้อยที่ไม่มีวันหนีพ้นอุ้งมือของเขาไปได้ "หนีเก่งนี่รินรดา... คิดเหอะว่าซ่อนตัวอยู่หลังเขาแล้วฉันจะหาไม่เจอ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่กลับกดดันหัวใจของเธอให้จมดิ่งลงสู่ก้นบึ้ง รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด ร่างบางถอยร่นจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ เธอเชิดหน้าขึ้นพยายามรักษาศักดิ์ศรีเฮือกสุดท้ายไว้ แม้ขาพาลจะทรุดลงอยู่รอมร่อ "คุณต้องการอะไรจากฉันอีก... ฉันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพวกคุณแล้ว!" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงก้าวประชิดเข้ามาด้วยระยะห่างที่อันตราย กลิ่นอายความเป็นชายและอำนาจดิบเถื่อนโอบล้อมรอบตัวเธอไว้จนแทบหมดลมหายใจ มือหนาเอื้อมไปล็อกคางสลักเสลาของเธอไว้บังคับให้เงยหน้าสบตา บังคับให้เธอเห็นความหมุนวนดุจพายุร้ายในแววตาของเขา "เกี่ยวข้องสิ... เกี่ยวเต็มๆ เลยล่ะ ริน" เสียงกระซิบพร่าต่ำแนบชิดใบหู "ในเมื่อพายุข้างนอกมันต้อนเราให้มาติดอยู่ในที่เดียวกันแบบนี้... เราก็ควรมาเคลียร์บัญชีคั่งค้างกันให้จบเสียที" ฟ้าแลบวาบสว่างวาบไปทั่วห้อง เผยให้เห็นรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความเย้ายวนและดุดันของมาเฟียหนุ่ม ก่อนที่ไฟในห้องจะดับสนิทลง เหลือเพียงแสงจันทร์สลัวที่สาดส่องผ่านม่านหยาดฝน ความมืดมิดไม่ได้ทำให้ความตึงเครียดลดลง ตรงกันข้าม มันกลับปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวผู้ชายคนนี้ให้ตื่นเต็มตา มือแกร่งรวบเอวคอดกิ่วของเธอเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วจนแนบสนิท รินรดาผวากำเสื้อเขาแน่น ความร้อนจากร่างกายของคินน์แผดเผาผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนเธอสะท้าน "ปล่อยนะ..." เสียงประท้วงของเธอเบาหวิวเมื่อริมฝีปากหนาฉกฉวยลงมาปิดกลีบปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ รสจูบในคราแรกดุดันและดลบันดาลด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่เพียงชั่วพริบตาก็แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่แสนอันตราย คินน์บดขยี้เรียวปากเธอบังคับให้เปิดรับสัมผัสล้ำลึก ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย รินรดาสั่นสะท้าน หัวใจเต้นรำไม่เป็นจังหวะ มือที่เคยผลักไสค่อยๆ อ่อนแรงลงเมื่อฝ่ามือใหญ่อีกข้างลูบไล้ไปตามแผ่นหลังและสะโพกโค้งเว้าอย่างจงใจคุกคาม สัมผัสของเขาเต็มไปด้วยความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ราวกับจะตีตราจองร่างบางนี้ให้เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว ท่ามกลางเสียงสายฝนที่โหมกระหน่ำด้านนอก บรรยากาศภายในห้องกลับร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ จนแทบลุกเป็นไฟ ความยินยอมพร้อมใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดื้อรั้นค่อยๆ ถูกหลอมละลายด้วยความปรารถนาอันรุนแรงที่คินน์ถ่ายทอดผ่านปลายนิ้วและริมฝีปาก รินรดาหลับตาลงรับสัมผัสวาบหวามที่สั่นประสาท ร่างกายของเธออ่อนยวบรากับขี้ผึ้งลนไฟ ยอมจำนนต่อแรงดึงดูดใต้เงาจันทร์ที่ทรงพลังเกินกว่าจะต้านทาน ทว่า... ในจังหวะที่ลมหายใจของทั้งคู่เริ่มประสานเป็นหนึ่งเดียว และคินน์กำลังจะพาเธอดำดิ่งลงสู่วังวนแห่งเสน่หาที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงปริศนาก็ดังขึ้นที่หน้าประตูกระท่อม! คินน์ชะงักกึก นัยน์ตาคมกริบหันขวับไปมองบานประตูทันที ร่างสูงผละออกจากรินรดาเพียงเล็กน้อยแต่ยังคงโอบเอวเธอไว้แน่นด้วยมือข้างเดียว มืออีกข้างเอื้อมไปแตะด้ามปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างรวดเร็ว รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เสียงเคาะประตูสามครั้งดังขึ้นอย่างเยือกเย็น... พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของใครบางคนที่คุ้นเคยดังลอดเข้ามาท่ามกลางสายฝน "ท่านประธานคินน์ครับ... ดูเหมือนเราจะไม่ได้อยู่กันแค่สองคนซะแล้วล่ะครับ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความดาร์กนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนในกรงอาคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%