เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ย่ำเข้ามาใกล้บนพื้นไม้เก่าครึ่งปูนครึ่งไม้ของเรือนโบราณ ไม่ได้ทำให้คินน์ละสายตาไปจากใบหน้าตื่นตระหนกของรินรดาเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบทอประกายดุร้ายราวกับสัตว์ป่าที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ มือหนาที่บีบต้นแขนเรียวบางไว้ค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักกดลงไปทีละน้อยจนหญิงสาวต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด
"ท่านประธานคินน์... ดูเหมือนเราจะไม่ได้อยู่กันแค่สองคนซะแล้วล่ะครับ"
เสียงทุ้มต่ำและกวนประสาทของธันวา ดังแทรกขึ้นมาจากความมืดตรงโถงทางเดินด้านนอก น้ำเสียงนั้นเจือไปด้วยความเย้ยหยันและคุกคามอย่างไม่ปิดบัง รินรดาพยายามจะดึงแขนของตัวเองกลับ แต่แรงมหาศาลของคินน์กลับทำให้เธอกลายเป็นเพียงนกน้อยที่ติดอยู่ในกรงเล็บเหล็ก
คินน์ไม่ได้หันไปมองผู้มาใหม่ทันที เขาก้มตัวลงกระซิบชิดริมหูของรินรดา ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอระหงทำให้ขนกายของเลุกชันขึ้นพร้อมกัน "อย่าส่งเสียง... ถ้าไม่อยากให้มันรู้ว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่"
คำพูดนั้นทั้งดิบเถื่อนและจาบจ้วง แต่น่าแปลกที่สติสัมปชัญญะของรินรดากลับพร่าเลือนลงไปทุกทีเมื่อฝ่ามือหนาอีกข้างเลื่อนขึ้นมาประคองกรอบหน้าของเธอ บังคับให้เธอต้องสบตาเขา แววตาดำสนิทคู่นั้นสะท้อนเงาของเธออยู่เพียงผู้เดียว มันเต็มไปด้วยความหมقมุ่น ความกระหาย และอำนาจที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางหน้า
ธันวาก้าวเข้ามาในแสงสลัวของตะเกียงโบราณ รอยยิ้มหยันบนใบหน้าของศัตรูคู่แค้นฉายชัดเจน "โอ๊ะ... ผมคงมาขัดจังหวะเวลาสวีทของคุณคินน์กับคุณรินรดาสินะครับ น่าเสียดายจริงๆ ที่โบราณสถานแห่งนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับเรื่องรักๆ ใคร่ๆ... โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่กำลังจะล่มจมเพราะความโลภ"
คินน์เหยียดยิ้มมุมปาก ช้าๆ เขาก็ดึงร่างของรินรดาเข้ามาชิดจนแผ่นอกกว้างแนบสนิทกับแผ่นหลังบางของเธอ มือข้างหนึ่งยังคงล็อกเอวคอดไว้แน่นราวกับประกาศความเป็นเจ้าของต่อหน้าศัตรู
"แกคิดว่าแกมีสิทธิ์อะไรมาพูดเรื่องโลภ ธันวา?" คินน์เอ่ยเสียงเย็นเยียบ แววตาเปลี่ยนเป็นคมกริบราวกับใบมีด "ของที่อยู่ในมือฉัน... ต่อให้มันเน่าคาคามือ แกก็ไม่มีวันได้แตะ"
รินรดาหายใจติดขัด หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัวธันวา แต่เป็นเพราะสัมผัสร้อนผ่าวจากร่างกายของคินน์ที่กำลังแผดเผาเธอยิ่งกว่าไฟ ความใกล้ชิดที่เกินขอบเขตนี้กำลังทำให้กำแพงในใจของเธอพังทลายลงอย่างช้าๆ กลิ่นกายบุรุษผสมกับกลิ่นอายอันตรายของอำนาจ ทำให้นักโบราณคดีสาวผู้เคยสุขุมรอบคอบแทบจะสูญเสียการควบคุม
"ปากดีให้ได้ตลอดเถอะครับ..." ธันวาหัวנסในลำคอ ก่อนจะชูโทรศัพท์มือถือในมือขึ้นหน้าจอแสดงภาพเอกสารลับบางอย่าง "ถ้าความลับเรื่องรอยร้าวของมูลนิธิคุณแตกออกไป... ผู้หญิงคนนี้แหละที่จะเป็นคนแรกติดคุกฐานยناกยอกโบราณวัตถุ ไม่ใช่คุณ"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ แรงกดดันจากรอบด้านบีบให้รินรดาต้องกำชายเสื้อของคินน์แน่นโดยไม่รู้ตัว ความหวาดกลัวต่อข้อกล่าวหาแล่นริ้วเข้ามาในอก แต่สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่ลูบไล้ต้นแขนของเธออย่างแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลม กลับสร้างความสั่นสะท้านที่แปลกประหลาดขึ้นมาแทน
"กล้าดีนี่..." คินน์คำรามในคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวบังรินรดาไว้มิดชิดราวกับโล่กำบัง สายตาคุกคามจนธันวาต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว "แต่อย่าลืมว่าแกกำลังเล่นอยู่กับใคร..."
ฉับพลัน ไฟฉุกเฉินรอบเรือนโบราณก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ พร้อมกับเสียงฝีเท้าจำนวนมากที่กำลังกรูเข้ามาล้อมรอบตัวเรือนจากทุกทิศทาง
คินน์ไม่รอช้า มือหนาคว้าข้อมือของรินรดาแล้วกระชากให้วิ่งตามเข้าไปในห้องเก็บโบราณวัตถุด้านในทันที ประถูกกระแทกปิดล็อกลงอย่างแน่นหนาด้วยกลอนเหล็กโบราณ แสงไฟจากภายนอกสาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างกระจกสี ทำให้เห็นเงาร่างของคนนับสิบกำลังพยายามพังประตูเข้ามา
ในความมืดและเสียงอึกทึกครึกโครมนั้น รินรดาถูกดันจนแผ่นหลังแนบติดกับชั้นวางวัตถุโบราณ ร่างสูงใหญ่ของคินน์กักตัวเธอไว้ตรงกลาง แขนแกร่งยันกับชั้นไม้ทั้งสองข้าง ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ชิดริมฝีปากของเธอ
"ท่านประธานคินน์..." เธอหอบหายใจกระเส่า เอ่ยเสียงสั่นพร่าเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาแตะลงที่ริมฝีปากของเธอแผ่วเบา
"เงียบซะ..." คินน์กระซิบเสียงพร่า แววตาในความมืดคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยไฟอารมณ์ที่ถูกจุดขึ้นมาจนยากจะดับลง "ต่อให้ข้างนอกนั่นจะมีหำหมาตัวไหนพังเข้ามา... จำไว้ว่าตอนนี้ ตัวเธอเป็นของฉัน... และไม่มีใครหน้าไหนพรากเธอไปจากฉันได้ทั้งนั้น"
ริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาอย่างไร้การปรานี รสจูบที่ทั้งดุดัน เรียกร้อง และเต็มไปด้วยความเร่าร้อนกระชากวิญญาณของรินรดาให้จมดิ่งลงไปในวังวนเสน่หาที่เขาขีดเส้นไว้ ความหวาดกลัวภายนอกมลายหายสิ้น เหลือเพียงสัมผัสวาบหวามที่สั่นประสาทและหลอมละลายทุกศักดิ์ศรีของเธอจนหมดสิ้น
ทว่า... ในวินาทีที่เรียวปากของเธอกำลังจะเผยอรับสัมผัสอันลึกซึ้งนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งเป็นจังหวะ พร้อมกับเสียงกระซิบที่ลอดผ่านรอยแตกของบานประตูเข้ามา ทำให้คินน์ต้องชะงักกึกและดึงตัวออกห่างจากเธอด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็นคมกราบ
"นายครับ... คนของเราข้างนอกถูกจัดการหมดแล้ว... และคนที่สั่งการเรื่องนี้ตัวจริง ไม่ใช่ธันวา... แต่เป็นคนใกล้ตัวที่คุณไว้ใจที่สุดครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและดำดิ่งไปในวังวนแห่งเสน่หานี้ด้วยกันนะครับ ภูริศร์
ดิบเถื่อนในกรงอาคม•ตอนที่ 5
รอยประทับ
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดิบเถื่อนในกรงอาคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!