“ถอยไปให้พ้น!”
เสียงตวาดก้องของผู้อาวุโสซ่งดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วตำหนักเมฆาอัสนี แรงกดดันจากลมปราณแท้จริงขั้นหลอมรวมวิญญาณแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง จนเหล่าศิษย์สายในที่ยืนรายล้อมต่างหน้าถอดสี กระอักเลือดคำโตออกมาพร้อมกัน ศิษย์หลายคนถึงกับเข่าทรุดลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวต่ออำนาจกดดันอันน่าสะพรึงกลัวนี้
ทว่า ใจกลางพายุลมปราณอันบ้าคลั่งนั้น กลับมีร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งยืนหยัดอยู่อย่างมั่นคงราวกับรูปสลักหยกหิมะ
เซียนจื่อเวยปรายตามองผู้อาวุโสซ่งด้วยแววตาเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งพันปี นางไม่แม้แต่จะกระดุกกระดิกกายถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางโบกสะบัดตามแรงลมปราณที่หมุนวนเป็นเกลียวคลื่นรอบเรือนพักหลังเล็ก—เรือนพักที่บัดนี้ถูกห่อหุ้มด้วยเสาแสงสีทองอร่ามพุ่งทะยานเสียดฟ้า ทะลวงทะมึนผ่านม่านเมฆหนาทึบจนเกิดเป็นเสียงฟ้าร้องคำรามก้องกังวานในยามวิกาล
“ผู้อาวุโสซ่ง... ท่านคิดจะทำลายค่ายกลคุ้มกันเรือนของศิษย์พี่หลี่เช่นนั้นหรือ?” สุ้มเสียงของนางราบเรียบ เย็นชา แต่กลับทรงพลังจนทำให้ผู้ฝึกตนระดับสูงยังต้องชะงัก
“จื่อเวย! เจ้าเด็กนี่มันทำเรื่องอัปยศอะไรลงไปรู้ตัวบ้างหรือไม่!” ผู้อาวุโสซ่งใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดหวั่นในคราเดียวกัน นัยน์ตาของเขาเบิกกว้างจ้องมองไปยังเสาแสงสีทองที่กำลังดูดกลืนพลังฟ้าดินรอบรัศมีร้อยลี้เข้าสู่ร่างเดียว “พลังปราณสวรรค์และปฐพีปั่นป่วนถึงเพียงนี้... มันกำลังฝืนเบิกเนตรทะลวงขอบเขต! หากปล่อยให้มันทำสำเร็จ เขตแดนสำนักเราอาจต้องพังพินาศเพราะแรงสะท้อนจากทัณฑ์สวรรค์!”
มิใช่เพียงแค่ผู้อาวุโสซ่งเท่านั้นที่ตื่นตระหนก บัดนี้ ยอดเขาหลักทั้งเจ็ดของสำนักกระบี่สวรรค์ต่างสั่นสะเทือน ระฆังสำนักที่ไม่ได้ถูกตีมานานกว่าสามร้อยปีกลับส่งเสียงกังวานโหยหวนขึ้นเองอย่างไม่มีสาเหตุ เหล่าผู้อาวุโสและเจ้าสำนักต่างพากันเหาะเหินเดินอากาศ มุ่งตรงมายังทิศทางของเรือนพักหลังน้อยด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด
ในสายตาของคนนอก หลี่มู่เฉินเป็นเพียงศิษย์สายในผู้ไร้รากปราณที่บังเอิญโชคดีได้เข้าสำนักมาด้วยเส้นสายบางอย่าง แต่สิ่งที่พวกเขากำลังเผชิญหน้าอยู่ ณ วินาทีนี้ กลับมิใช่พลังของคนไร้ค่า หากแต่เป็น "เจตจำนง" บางอย่างที่แม้แต่ฟ้าดินยังต้องก้มหัวให้
ภายในเรือนพักที่ปิดตาย หลี่มู่เฉินนั่งขัดสมาธิอยู่บนฟูกเก่าๆ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มแผ่นหลังที่เปลือยเปล่า กล้ามเนื้อทุกมัดกำยำได้รูปราวกับงานแกะสลักชั้นยอด ทว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือเส้นชีพจรทั่วร่างที่ปูดโปนจนกลายเป็นสีดำสนิท ราวกับมีมังกรเพลิงกำลังวิ่งพล่านอยู่ใต้ผิวหนัง
*เปรี้ยง!*
สายฟ้าสีครามฟาดผ่าลงมาตรงกลางหลังคาเรือนจนกระเบื้องแหลกละเอียดเป็นจุล แรงกระแทกมหาศาลซัดสาดเข้าใส่ร่างของเขาอย่างจัง แต่หลี่มู่เฉินมิได้แม้แต่จะขยับเขยื้อน ลมหายใจของเขาเข้าออกเป็นจังหวะลึกซึ้งตามคัมภีร์เต๋าโบราณ—นี่คือวิถีแห่งการ "ยืมฟ้าดินหลอมรวมตนเอง"
ในห้วงจิตสำนึกอันเวิ้งว้าง หลี่มู่เฉินกำลังยืนอยู่เบื้องหน้าประตูหินบานมหึมาที่สลักลวดลายอสูรโบราณ ประตูนี้คือเขตแดนกั้นระหว่าง "ปุถุชน" กับ "ผู้บำเพ็ญเพียรที่แท้จริง" นั่นคือการทะลวงสู่ "ขอบเขตปราณขั้นที่หนึ่ง"
*“หึ... ประตูสวรรค์งี่เง่าเช่นนี้ ยังกล้ามาขวางทางข้าอีกหรือ?”* เสียงหัวነในลำคอของหลี่มู่เฉินเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
อดีตมหาเทพผู้เคยเหยียบย่ำดวงดาวและพลิกผันมหาสมุทร บัดนี้ต้องมาติดอยู่ในร่างมนุษย์ปุถุชน ช่างเป็นเรื่องน่าขันสิ้นดี! แต่กระนั้นความยากลำบากนี้กลับจุดประกายความเร่าร้อนในสายเลือดของเขาให้พลانพุ่งขึ้นถึงขีดสุด หลี่มู่เฉินประสานอินด้วยมือข้างเดียว อักขระโบราณนับหมื่นตัวผุดขึ้นรอบตัวเขาราวกับฝูงผีเสื้อเรืองแสง
“เปิด!”
เขาส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอ พลังปราณทั้งหมดในตันtianระเบิดออกราวกับภูเขาไฟระเบิด พลังงานสีทองอร่ามพุ่งทะลุทะลวงผ่านจุดชีพจรสำคัญทั้งร้อยแปดจุดในชั่วพริบตาเดียว!
*ตูมมมม!*
คลื่นกระแทกจากการทะลวงขอบเขตแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างในรัศมีสิบลี้ แรงลมอันเกรี้ยวกราดพัดพาเอาต้นไม้ใบหญ้าและก้อนหินปลิวว่อน ผู้อาวุโสซ่งที่ยืนอยู่ด้านนอกถึงกับต้องยกแขนขึ้นตั้งรับและถอยหลังไปสามก้าวเต็มๆ ด้วยความตกใจสุดขีด
“นี่มัน... พลังปราณบริสุทธิ์อะไรกันนี่!” ผู้อาวุโสซ่งอุทานออกมาเสียงหลง นัยน์ตาเต็มไปด้วยความหวาดผวา “ไม่ใช่แค่การทะลวงขั้นธรรมดา... เจ้าเด็กนี่มันกำลังหลอมรวมแก่นแท้ฟ้าดิน!”
ท่ามกลางความโกลาหล เซียนจื่อเวยกลับมิได้สะดุ้งสะเทือน นางเพียงแต่ทอดสายตาไปยังเรือนพักที่บัดนี้สงบลงแล้วด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก มุมปากบางเฉียบยกยิศยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มจนภูตผีปีศาจยังต้องอับอาย แต่น่าเสียดายที่ไม่มีผู้ใดมีบุญพาสวาสนาได้เห็นมันนอกจากสายลมที่พัดผ่าน
เสาแสงสีทองค่อยๆ เลือนหายไป ท้องฟ้าที่เคยคำรามด้วยพายุฝนกลับกลับมาปลอดโปร่งในชั่วพริบตา ราวกับไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้นมาก่อน
ประตูไม้ผุพังของเรือนพักค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวเดินออกมาอย่างมั่นคง เส้นผมสีดำสนิทสยายเคลียไหล่กว้าง ดวงตาคู่นั้นคมกริบราวน้ำแข็งสลักและล้ำลึกดั่งห้วงมหาสมุทร กลิ่นอายความกดดันระดับ "ปราณขั้นที่หนึ่ง" แผ่ซ่านออกมาจนทำให้เหล่าศิษย์รอบด้านรู้สึกหายใจไม่ออก
หลี่มู่เฉินกวาดสายตามองฝูงชนที่ยืนตะลึงงัน ก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่ร่างระหงของสตรีชุดขาวที่ยืนรอเขาอยู่แถวหน้า มุมปากของเขาหยักยิ้มขึ้นบางเบา
“รอนานหรือไม่?” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลซึ่งมีเพียงนางเท่านั้นที่ได้ยิน
เซียนจื่อเวยเม้มริมฝีปากน้อยๆ ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ “ท่านช้าไปสามลมหายใจ... ทำให้ข้าเกือบจะต้องลงมือสังหารคนพวกนี้เสียแล้ว”
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงนั้น เสียงปรบมือดังแปะๆ ก็แทรกขึ้นมาจากความมืดมิดเบื้องหลังกลุ่มผู้อาวุโส
“1.. 2.. ช่างเป็นการทะลวงขอบเขตที่น่าประทับใจเสียจริง ศิษย์น้องมู่เฉิน”
ร่างของบุรุษผู้หนึ่งก้าวออกมาจากเงาไม้ ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ทว่านัยน์ตากลับเต็มไปด้วยประกายคมปราบดั่งงูพิษ—ศิษย์เอกแห่งยอดเขาประมุขสวรรค์ "หลงเทียน" ผู้ครองอันดับหนึ่งในทำเนียบเซียนรุ่นเยาว์ก้าวเข้ามาพร้อมกับกระบี่วิเศษที่ส่งเสียงหึ่งๆ ในฝัก
“ข้าไม่คิดเลยว่าคนไร้รากปราณเช่นเจ้า จะซ่อนเคล็ดวิชาต้องห้ามเอาไว้...” หลงเทียนหรี่ตาลง รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยเจตนาสังหารอันเข้มข้น “เจ้าไปเอาวิชานี้มาจากไหน? หรือว่า... เจ้าคือสายลับจากดินแดนปีศาจกันแน่?”
คำกล่าวนี้ราวกับโยนหินลงในบ่อน้ำนิ่ง เหล่าผู้อาวุโสที่เพิ่งหายตกใจต่างสูดปากเฮือกใหญ่ด้วยความหวาดระแวงทันที
หลี่มู่เฉินหรี่ตามองหลงเทียน มุมปากแย้มยิ้มเย็นเยียบโดยไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นบนบ่าเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่สะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ
“สายลับจากดินแดนปีศาจงั้นหรือ? หลงเทียน... เจ้าเอาตาตุ่มข้างไหนมองว่าข้าเป็นสายลับ หรือเพราะกลัวว่าบัลลังก์อันดับหนึ่งของเจ้า... มันจะสั่นคลอนจนนั่งไม่ติดเสียแล้ว?”
บรรยากาศรอบตัวพลันเย็นเยียบลงถึงขีดสุดในทันที หลงเทียนหน้าตึงเครียดขึ้นมาวูบหนึ่ง รังสีดาบพุ่งทะยานออกจากร่างของเขาทันทีโดยไม่ต้องรอให้ใครเอ่ยคำรามซ้ำ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่ดินแดนเซียนร่วมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นพระเอก•ตอนที่ 8
ทะลวงขอบเขตปราณขั้นที่หนึ่ง
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นพระเอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!