เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นพระเอก•ตอนที่ 14

พันธสัญญาอสูรบรรพกาล

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
“เจ้าจะยอมจำนนด้วยดี หรือจะให้ข้าต้องอาบโลหิตสีครามของเจ้าลงบนผืนพิภพนี้แทน?” น้ำเสียงของหลี่มู่เฉินราบเรียบ ทว่าก้องกังวานดุจระฆังทองคำท่ามกลางพายุคลั่ง ร่างของเขาลอยเด่นอยู่เหนือผิวน้ำที่กำลังเดือดพล่านราวกับลาวา มังกรวารีขนาดยักษ์เกล็ดสีครามเข้มดุจท้องทะเลลึกคำรามลั่น แรงสั่นสะเทือนนั้นส่งผลให้ยอดเขารอบด้านร่วงหล่นลงสู่เหวเบื้องล่าง เซียนจื่อเวยยืนอยู่บนยอดคีรีน้ำแข็งห่างออกไป นางไม่ได้เอ่ยปากห้าม แต่สายตาที่เย็นชาดุจน้ำค้างแข็งในยามปกติ กลับสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นหยาดโลหิตไหลรินจากมุมปากของชายที่นางรัก ฝ่ามือเรียวงามของนางกระชับกระบี่หิมะแน่น หากมู่เฉินพลาดแม้เพียงเสี้ยววินาที นางพร้อมจะพุ่งทะยานเข้าไปแทรกแซงโดยไม่สนกฎเกณฑ์แห่งสวรรค์ “เจ้ามนุษย์โอหัง!” มังกรวารีแผดเสียงก้อง ลำตัวมหึมาฟาดฟันผิวน้ำจนเกิดเป็นกระแสคลื่นยักษ์โถมเข้าหาหลี่มู่เฉิน “ข้าคือบุตรแห่งมหาสมุทร บรรพกาลผู้เฝ้าขุมทรัพย์แห่งกระแสธาร ไฉนเลยจะต้องก้มหัวให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุถึงมรรคาสูงสุด!” หลี่มู่เฉินแค่นยิ้ม แววตาของเขาวาวโรจน์ด้วยอักขระโบราณ “มรรคาสูงสุดของข้า ไม่ใช่การปกครองสวรรค์ แต่คือการสยบทุกสรรพสิ่งที่บังอาจขวางทางเดินของข้าต่างหาก” สิ้นคำกล่าว ร่างของเขาก็กลายเป็นสายฟ้าสีเงินพุ่งตรงเข้าหามังกรยักษ์ เขาไม่ได้ใช้กระบี่ หากแต่ใช้ฝ่ามือเปล่าที่อบอวลไปด้วยปราณเซียนบริสุทธิ์ ตบลงบนหน้าผากของมันเบาๆ ทว่าแรงกระแทกนั้นกลับสั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณของอสูรบรรพกาล มังกรวารีชะงักงัน ดวงตาสีครามดุจลูกแก้วยักษ์เบิกกว้างด้วยความตระหนก มันสัมผัสได้ถึงอำนาจบางอย่างที่เก่าแก่และเหนือกว่าพลังของมันนับเท่าทวีคูณ มันคืออำนาจของ ‘ผู้ควบคุมลิขิต’ ที่หลี่มู่เฉินสะสมมาหลายภพชาติ “นี่มัน… พลังของเทพโบราณ? เจ้าเป็นใครกันแน่!” หลี่มู่เฉินไม่ตอบ เขากัดนิ้วชี้จนเลือดไหลซึม แล้วลากเส้นอักขระกลางอากาศด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ “พันธสัญญาเลือดมังกร บังคับตามวิถีแห่งเต๋า สถิตอยู่ภายใต้อาณัติข้า ตราบจนดับสูญ!” แสงสีทองสว่างวาบขึ้นรอบตัวมังกรวารี อักขระนับหมื่นตัวซึมซาบเข้าสู่เกล็ดของมันราวกับเข็มร้อนๆ มังกรยักษ์ดิ้นรนอย่างทรมาน ก่อนจะค่อยๆ หดตัวลงจนกลายเป็นเพียงชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสีครามเข้ม ดวงตายังคงแฝงไอสังหารไว้ไม่จางคลาย เขาทรุดเข่าลงแทบเท้าหลี่มู่เฉินพร้อมกับก้มหัวด้วยความจำยอม “ข้า… ยอมรับในพันธสัญญานี้” เสียงของมันแผ่วเบาและเต็มไปด้วยความนอบน้อม หลี่มู่เฉินถอนหายใจยาว ความเย็นชาบนใบหน้าผ่อนคลายลงเล็กน้อย ก่อนจะหันไปทางเซียนจื่อเวยที่กำลังเหาะเหินลงมาจากยอดเขา นางงดงามราวกับเทพธิดาหิมะที่ก้าวออกมาจากภาพวาด เส้นผมสีเงินปลิวไสวตามสายลมแผ่วเบา “เจ้าบาดเจ็บ” จื่อเวยเอ่ยสั้นๆ มือของนางเอื้อมมาเช็ดคราบเลือดที่มุมปากของเขาอย่างทะนุถนอม สายตาของนางไม่ได้สนใจอสูรที่เพิ่งสยบได้เลยแม้แต่น้อย “แค่รอยถลอกเล็กน้อย” หลี่มู่เฉินยิ้มมุมปาก “เพื่อแลกกับขุมกำลังมหาศาลนี้ นับว่าคุ้มค่า” ทว่า ในจังหวะที่ความเงียบงันเริ่มปกคลุมพื้นที่นั้นเอง ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสกลับมืดมิดลงฉับพลัน ก้อนเมฆสีดำทมิฬก่อตัวขึ้นอย่างประหลาด เสียงคำรามของฟ้าร้องที่ฟังดูคล้ายเสียงกรีดร้องของดวงวิญญาณนับพันดังระงมไปทั่วหุบเขา อสูรหนุ่มในร่างมนุษย์เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าด้วยความหวาดกลัว “นายท่าน… ข้าลืมบอกไป พันธสัญญาของท่านอาจไปกระตุ้นบางสิ่งที่หลับใหลอยู่ใต้ก้นบึ้งของมหาสมุทร… พวกมันกำลังตื่นขึ้น!” หลี่มู่เฉินขมวดคิ้วแน่น สัมผัสถึงไอสังหารเข้มข้นที่พุ่งตรงมาจากใจกลางผืนน้ำที่เพิ่งสงบลง มือของเขากระชับด้ามกระบี่ข้างกายโดยอัตโนมัติ ผืนน้ำแยกออกเป็นสองฝั่ง เผยให้เห็นกรงขังลึกลับที่ทำจากโซ่ตรวนสีดำทมิฬ และที่ใจกลางนั้น… ดวงตาคู่หนึ่งที่ส่องประกายด้วยสีแดงฉานดั่งโลหิตกำลังจ้องมองขึ้นมายังพวกเขา ราวกับมันรอคอยเวลานี้มานับหมื่นปี “มิใช่แค่ข้าที่ถูกจองจำ” อสูรหนุ่มกระซิบ “มหาอสูรแห่งความมืดมิด… บัดนี้ได้ถูกปลดปล่อยโดยพันธสัญญาของท่านแล้ว” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่ดินแดนเซียนร่วมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นพระเอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%