“เจ้าจะยอมจำนนด้วยดี หรือจะให้ข้าต้องอาบโลหิตสีครามของเจ้าลงบนผืนพิภพนี้แทน?”
น้ำเสียงของหลี่มู่เฉินราบเรียบ ทว่าก้องกังวานดุจระฆังทองคำท่ามกลางพายุคลั่ง ร่างของเขาลอยเด่นอยู่เหนือผิวน้ำที่กำลังเดือดพล่านราวกับลาวา มังกรวารีขนาดยักษ์เกล็ดสีครามเข้มดุจท้องทะเลลึกคำรามลั่น แรงสั่นสะเทือนนั้นส่งผลให้ยอดเขารอบด้านร่วงหล่นลงสู่เหวเบื้องล่าง
เซียนจื่อเวยยืนอยู่บนยอดคีรีน้ำแข็งห่างออกไป นางไม่ได้เอ่ยปากห้าม แต่สายตาที่เย็นชาดุจน้ำค้างแข็งในยามปกติ กลับสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นหยาดโลหิตไหลรินจากมุมปากของชายที่นางรัก ฝ่ามือเรียวงามของนางกระชับกระบี่หิมะแน่น หากมู่เฉินพลาดแม้เพียงเสี้ยววินาที นางพร้อมจะพุ่งทะยานเข้าไปแทรกแซงโดยไม่สนกฎเกณฑ์แห่งสวรรค์
“เจ้ามนุษย์โอหัง!” มังกรวารีแผดเสียงก้อง ลำตัวมหึมาฟาดฟันผิวน้ำจนเกิดเป็นกระแสคลื่นยักษ์โถมเข้าหาหลี่มู่เฉิน “ข้าคือบุตรแห่งมหาสมุทร บรรพกาลผู้เฝ้าขุมทรัพย์แห่งกระแสธาร ไฉนเลยจะต้องก้มหัวให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุถึงมรรคาสูงสุด!”
หลี่มู่เฉินแค่นยิ้ม แววตาของเขาวาวโรจน์ด้วยอักขระโบราณ “มรรคาสูงสุดของข้า ไม่ใช่การปกครองสวรรค์ แต่คือการสยบทุกสรรพสิ่งที่บังอาจขวางทางเดินของข้าต่างหาก”
สิ้นคำกล่าว ร่างของเขาก็กลายเป็นสายฟ้าสีเงินพุ่งตรงเข้าหามังกรยักษ์ เขาไม่ได้ใช้กระบี่ หากแต่ใช้ฝ่ามือเปล่าที่อบอวลไปด้วยปราณเซียนบริสุทธิ์ ตบลงบนหน้าผากของมันเบาๆ ทว่าแรงกระแทกนั้นกลับสั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณของอสูรบรรพกาล
มังกรวารีชะงักงัน ดวงตาสีครามดุจลูกแก้วยักษ์เบิกกว้างด้วยความตระหนก มันสัมผัสได้ถึงอำนาจบางอย่างที่เก่าแก่และเหนือกว่าพลังของมันนับเท่าทวีคูณ มันคืออำนาจของ ‘ผู้ควบคุมลิขิต’ ที่หลี่มู่เฉินสะสมมาหลายภพชาติ
“นี่มัน… พลังของเทพโบราณ? เจ้าเป็นใครกันแน่!”
หลี่มู่เฉินไม่ตอบ เขากัดนิ้วชี้จนเลือดไหลซึม แล้วลากเส้นอักขระกลางอากาศด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ “พันธสัญญาเลือดมังกร บังคับตามวิถีแห่งเต๋า สถิตอยู่ภายใต้อาณัติข้า ตราบจนดับสูญ!”
แสงสีทองสว่างวาบขึ้นรอบตัวมังกรวารี อักขระนับหมื่นตัวซึมซาบเข้าสู่เกล็ดของมันราวกับเข็มร้อนๆ มังกรยักษ์ดิ้นรนอย่างทรมาน ก่อนจะค่อยๆ หดตัวลงจนกลายเป็นเพียงชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสีครามเข้ม ดวงตายังคงแฝงไอสังหารไว้ไม่จางคลาย เขาทรุดเข่าลงแทบเท้าหลี่มู่เฉินพร้อมกับก้มหัวด้วยความจำยอม
“ข้า… ยอมรับในพันธสัญญานี้” เสียงของมันแผ่วเบาและเต็มไปด้วยความนอบน้อม
หลี่มู่เฉินถอนหายใจยาว ความเย็นชาบนใบหน้าผ่อนคลายลงเล็กน้อย ก่อนจะหันไปทางเซียนจื่อเวยที่กำลังเหาะเหินลงมาจากยอดเขา นางงดงามราวกับเทพธิดาหิมะที่ก้าวออกมาจากภาพวาด เส้นผมสีเงินปลิวไสวตามสายลมแผ่วเบา
“เจ้าบาดเจ็บ” จื่อเวยเอ่ยสั้นๆ มือของนางเอื้อมมาเช็ดคราบเลือดที่มุมปากของเขาอย่างทะนุถนอม สายตาของนางไม่ได้สนใจอสูรที่เพิ่งสยบได้เลยแม้แต่น้อย
“แค่รอยถลอกเล็กน้อย” หลี่มู่เฉินยิ้มมุมปาก “เพื่อแลกกับขุมกำลังมหาศาลนี้ นับว่าคุ้มค่า”
ทว่า ในจังหวะที่ความเงียบงันเริ่มปกคลุมพื้นที่นั้นเอง ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสกลับมืดมิดลงฉับพลัน ก้อนเมฆสีดำทมิฬก่อตัวขึ้นอย่างประหลาด เสียงคำรามของฟ้าร้องที่ฟังดูคล้ายเสียงกรีดร้องของดวงวิญญาณนับพันดังระงมไปทั่วหุบเขา
อสูรหนุ่มในร่างมนุษย์เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าด้วยความหวาดกลัว “นายท่าน… ข้าลืมบอกไป พันธสัญญาของท่านอาจไปกระตุ้นบางสิ่งที่หลับใหลอยู่ใต้ก้นบึ้งของมหาสมุทร… พวกมันกำลังตื่นขึ้น!”
หลี่มู่เฉินขมวดคิ้วแน่น สัมผัสถึงไอสังหารเข้มข้นที่พุ่งตรงมาจากใจกลางผืนน้ำที่เพิ่งสงบลง มือของเขากระชับด้ามกระบี่ข้างกายโดยอัตโนมัติ
ผืนน้ำแยกออกเป็นสองฝั่ง เผยให้เห็นกรงขังลึกลับที่ทำจากโซ่ตรวนสีดำทมิฬ และที่ใจกลางนั้น… ดวงตาคู่หนึ่งที่ส่องประกายด้วยสีแดงฉานดั่งโลหิตกำลังจ้องมองขึ้นมายังพวกเขา ราวกับมันรอคอยเวลานี้มานับหมื่นปี
“มิใช่แค่ข้าที่ถูกจองจำ” อสูรหนุ่มกระซิบ “มหาอสูรแห่งความมืดมิด… บัดนี้ได้ถูกปลดปล่อยโดยพันธสัญญาของท่านแล้ว”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่ดินแดนเซียนร่วมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นพระเอก•ตอนที่ 14
พันธสัญญาอสูรบรรพกาล
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นพระเอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!