"ของชิ้นนี้ราคาแปดร้อยหินวิญญาณระดับสูง... ถือว่าท่านตาแก่ผู้นั้นตาบอดสนิท หรือไม่ก็รอนแรมมาจนสมองเสื่อมไปแล้วกระมั้ง"
เสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้ยหยันดังขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวของตรอกซอกซอยสายที่สามแห่งตลาดมืด นครเมฆาคล้อย
หลี่มู่เฉินยืนไขว้หลัง สายตาคมปลาบดั่งคมกระบี่กวาดมองแผ่นโลหะสนิมเขรอะที่วางอยู่บนแผงลอยของพ่อค้าเฒ่าหน้าตาเจ้าเล่ห์ แสงจากตะเกียงน้ำมันวิญญาณวับแวมสาดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของเขา สันกรามคมคายขบเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความระอาใจต่อเล่ห์เหลี่ยมของพ่อค้าเถื่อนในยุทธภพ
เซียนจื่อเวยที่ยืนเคียงข้างในชุดคลุมผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์สะท้อนแสงจันทร์ยามค่ำคืน ปรายตามองแผ่นโลหะชิ้นนั้นด้วยความเย็นชา นางมิต้องการเอ่ยคำใดเพราะรู้ซึ้งถึงความเชี่ยวชาญของบุรุษผู้นี้ดี หากหลี่มู่เฉินบอกว่ามันไร้ค่า ย่อมแปลว่าเศษเหล็กนั่นไม่มีอันใดให้ใส่ใจ แต่หากเขาหยุดยืนพิจารณา... ย่อมหมายความว่าใต้รอยสนิมเขรอะกรังนั้น มีความลับระดับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินซ่อนอยู่
"คุณชาย... ท่านโปรดระวังวาจาด้วย!" พ่อค้าเฒ่าหนวดเคราเฟิ้มสะดุ้งโหยง รีบปัดมือปิดบังแผ่นโลหะราวกับไข่ในหิน ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจ "นี่คือ 'แผ่นศิลาจารึกอัสนี' ที่ตกทอดมาจากยุคบรรพกาลเชียวนะ! แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมวิญญาณยังต้องน้ำลายสอเมื่อพบเห็น ท่านกล่าวหาว่าข้าตาบอดเช่นนี้ หากแพรพพรายออกไป ชื่อเสียงของข้า 'เฉียนว่านจิน' จะเอาไว้ซุกไว้ที่ใด!"
"เฉียนว่านจินกระนั้นหรือ..." หลี่มู่เฉินแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงราบเรียบแต่กลับทรงพลังกดดันจนพ่อค้าเฒ่าถึงกับหายใจติดขัด "นามเจ้าแปลว่าร้อยXหมื่นทอง แต่เศษเหล็กที่เจ้าเรียกว่าศิลาจารึกอัสนี แท้จริงแล้วเป็นเพียง 'เศษสะเก็ดเตาหลอมโอสถ' ของปรมาจารย์เพลิงทมิฬในยุคห้าพันปีก่อน ปราณอัสนีที่เจ้าสัมผัสได้ เป็นเพียงกลลวงจากคราบเขม่าคาร์บอนที่ถูกเผาไหม้ด้วยเพลิงพิภพซ้ำซาก หากผู้ใดโง่เขลาซื้อไปฝึกฝน เส้นปราณทั่วร่างคงได้ระเบิดกลายเป็นจุลภายในสามลมหายใจ เจ้าคิดจะฆ่าคนชิงทรัพย์ทางอ้อมเช่นนี้ ไม่ทราบว่าสำนักเงาอัสนีผู้หนุนหลังเจ้า... รู้เรื่องนี้ด้วยหรือไม่?"
สิ้นคำพูดนี้ บรรยากาศรอบกายพลันเงียบสงัดลงชั่วขณะ
เฉียนว่านจินหน้าถอดสี เม็ดเหงื่อกาฬผุดพลายเต็มขมับ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด ความลับระดับรากเหง้าเช่นนี้ แม้แต่ยอดฝีมือในสำนักยังไม่ล่วงรู้ เหตุใดเด็กหนุ่มอายุไม่ถึงยี่สิบปีเบื้องหน้าจึงมองทะลุปรุโปร่งได้ในปราดเดียว?
"ทะ... ท่าน... ท่านเป็นใครกันแน่!" พ่อค้าเฒ่าละล่ำละลัก เสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
หลี่มู่เฉินไม่ตอบคำถาม เขาเพียงยื่นมือเรียวยาวดั่งหยกขาวหยิบแผ่นโลหะขึ้นมาพลิกดูเบาๆ ปลายนิ้วสัมผัสร่องรอยการแกะสลักที่เลือนราง ดวงตาคู่คมประกายแสงสีทองจางๆ วูบผ่าน ก่อนจะโยนหินวิญญาณระดับต่ำเพียงสามก้อนลงบนแผง
"สามก้อน... นี่คือราคาที่สูงที่สุดที่เศษซากขยะชิ้นนี้คู่ควร" หลี่มู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ซึ่งความปรานี "หากไม่ยอมรับ เจ้าก็เก็บมันไว้รอให้ซากเหล็กนี่ผุกر่อนเป็นผุยผงไปเองเถอะ"
เฉียนว่านจินมองหินวิญญาณสามก้อนนั้นสลับกับใบหน้าเย็นชาของหลี่มู่เฉิน แม้ในใจจะเจ็บปวดราวกับถูกเฉือนเนื้อ แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้นที่ดั่งห้วงเหวลึกไร้ก้นบึ้ง เขาก็ทำได้เพียงกลืนน้ำลายลงคอแล้วกวาดหินวิญญาณเก็บเข้าแหวนมิติอย่างรวดเร็ว "ถือว่า... ถือว่าข้าซวยก็แล้วกัน!"
เซียนจื่อเวยลอบอมยิมน้อยๆ ที่มุมปาก นางชินชาเสียแล้วกับการที่บุรุษผู้เย็นชาต่อคนทั้งโลกผู้นี้ มักจะใช้ความรู้ที่เหนือล้ำกว่ากาลเวลามาตบหน้าเหล่าพ่อค้าหน้าเลือดในตลาดมืดอยู่เสมอ
"เจ้าสนใจเศษเหล็กนี่ตั้งแต่เมื่อไหร่?" นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวานดั่งระฆังแก้ว ขณะที่ทั้งสองเดินลึกเข้าไปในเขตหวงห้ามของตลาดมืด ที่ซึ่งเหล่ามารและเซียนนอกรีตมารวมตัวกัน
"ไม่ใช่เศษเหล็ก..." หลี่มู่เฉินกระชับแผ่นโลหะในมือ แววตาฉายประกายลึกล้ำ "แต่มันคือแผนที่ส่วนที่สาม... กุญแจดอกสำคัญที่จะไขเข้าสู่ 'สุสานกระบี่เก้าสวรรค์' ที่หายสาบสูญไปนานนับหมื่นปี"
ในขณะที่หลี่มู่เฉินกำลังจะอธิบายเคล็ดลับการอ่านอักขระบนแผ่นโลหะให้หญิงสาวฟังนั้นเอง พลวัตของปราณรอบกายก็แปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน!
สายลมรอบตัวหยุดนิ่ง บรรยากาศกดดันจนน่าอึดอัดพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับภูเขาทลายดังขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า พร้อมกับเงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายหงส์เพลิงที่ปรากฏตัวขึ้นขวางทางเดินเอาไว้
กลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านจนเส้นขนทั่วร่างลุกชัน
"หลี่มู่เฉิน... สมคำร่ำลือจริงๆ ที่เจ้ากล้าเหยียบย่ำเข้ามาในเขตแดนของข้า" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้น พร้อมกับกระบี่เล่มยาวในฝักสีนิลที่ถูกชักออกมาเพียงครึ่งนิ้ว ประกายแสงสีเลือดสะท้อนเข้ากับดวงตาของบุรุษลึกลับผู้มาเยือน "ส่งแผ่นโลหะในมือมา หรือไม่เช่นนั้น... เจ้าและสตรีข้างกาย จงทิ้งชีวิตไว้ที่นี่เสีย!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่ดินแดนเซียนร่วมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นพระเอก•ตอนที่ 15
ตลาดมืดแห่งยุทธภพ
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นพระเอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!