เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นพระเอก•ตอนที่ 18

รอยรักท่ามกลางอันตราย

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
หยดน้ำค้างจากหินงอกเบื้องบนร่วงกระทบผิวน้ำในสระมรกต เกิดเสียงกังวานดั่งระฆังหยกในวิหารเซียน ความเงียบงันภายในถ้ำผลึกดารานั้นหนักอึ้งเสียจนสามารถได้ยินเสียงจังหวะหัวใจที่เต้นระรัวราวกับกลองศึกในอกของคนทั้งคู่ หลี่มู่เฉินสะบัดแขนเสื้อเบาๆ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์นับพันสายพลันแปรเปลี่ยนเป็นค่ายกลป้องกันรอบปากถ้ำ ปิดกั้นพลังจิตสัมผัสจากภายนอกอย่างแนบเนียน เขาทรุดกายลงนั่งพิงผนังผลึกน้ำแข็งด้วยอาการเหนื่อยอ่อน บาดแผลจากกระบี่มารโลหิตเมื่อคราวก่อนยังคงกัดกินเส้นชีพจร แม้ภายนอกเขาจะรักษาท่าทีเยือกเย็นราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น แต่เม็ดเหงื่อกาฬที่ผุดพรายตามขมับกลับทรยศความจริง เซียนจื่อเวยขยับกายเข้าไปใกล้ นางไม่กล่าวคำใด แววตาคู่คมที่เคยเย็นชาดั่งหิมะพันปีบัดนี้ฉายแววกังวลอย่างปิดไม่มิด มือเรียวบางดั่งหยกสลักยื่นออกไปแตะที่ชีพจรบริเวณข้อมือของเขา ปราณเหมันต์บริสุทธิ์ถูกถ่ายเทเข้าไปเพื่อระงับไอพิษมารที่กำลังแผดเผา "เจ้ายังดื้อรั้นเช่นเดิม... มู่เฉิน" น้ำเสียงของนางแผ่วเบาและสั่นเครือเล็กน้อย ต่างจากองค์หญิงแห่งสำนักหิมะนิรันดร์ผู้เคยพิพากษาศัตรูด้วยกระบี่เดียวอย่างสิ้นเชิง หลี่มู่เฉินแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคมกริบมองสบดวงตาคู่สวยที่อยู่ใกล้แค่คืบ กลิ่นอายความเย็นยะเยือกของนางผสมผสานกับกลิ่นจันทน์หอมจางๆ จากกายสาว ทำให้สติสัมปชัญญะของมหาเทพผู้เยือกเย็นปั่นป่วนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน "หากข้าไม่ดื้อรั้น... แล้วใครจะปกป้องคนโง่ที่ยอมเอาชีวิตมารับกระบี่แทนข้าเมื่อครู่เล่า?" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่แฝงความตัดพ้อและความคลั่งรักที่เก็บงำไว้ภายใต้หน้ากากความเย่อหยิ่งมาเนิ่นนาน จื่อเวยชะงักงัน ปลายมือที่สัมผัสข้อมือของเขาพลันเย็นเฉียบยิ่งกว่าเดิม นางเบือนหน้าหลบสายตาที่ร้อนแรงดั่งเปลวเพลิงของชายหนุ่ม หัวใจดวงน้อยเต้นระทึกจนแทบกระเด็นออกมานอกอก นางไม่เคยหวาดกลัวต่อภัยพิบัติสวรรค์หรือค่ายกลหมื่นกระบี่ ทว่าต่อหน้าสายตาคู่นี้ เหตุใดจิตใจของเซียนผู้บรรลุวิถีมายาถึงได้อ่อนยวบยาบราวกับปุยฝ้ายกลางสายฝน "ข้า... ข้าเพียงทำไปตามหน้าที่ของพันธมิตร..." นางเอ่ยเสียงเบาหวิว พยายามดึงมือกลับ แต่หลี่มู่เฉินไว Nur กว่า เขากลับคว้าข้อมือนางไว้มั่น แรงดึงเพียงน้อยนิดส่งผลให้ร่างระหงของเซียนสาวเซถลาเข้าสู่อ้อมกอดของเขาโดยไม่ทันตั้งตัว ความอบอุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มปะทะเข้ากับความเย็นชาของนาง ราวกับไฟและน้ำที่หลอมรวมกัน ทว่ากลับสร้างประกายไฟแห่งความปรารถนาขึ้นในความมืดมิดของถ้ำผลึก "หน้าที่หรือ?" หลี่มู่เฉินโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหีบปากอิ่ม ปลายจมูกของเขาสัมผัสกับเส้นผมสีเงินยวงที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มของนาง "มีผู้ใดในยุทธภพนี้ เอาชีวิตเอาวิญญาณเข้าแลกเพื่อ 'หน้าที่' เช่นนี้บ้าง... จื่อเวย เจ้าหลอกผู้อื่นได้ แต่หลอกหัวใจตนเองไม่ได้หรอก" ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่บนพวงแก้มแดงระเรื่อทำให้นางแทบหลอมละลาย จื่อเวยเม้มริมฝีปากแน่น นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยความดื้อรั้นครั้งสุดท้าย ทว่าแววตาคู่นั้นกลับสะท้อนภาพเงาของเขาเพียงผู้เดียว เต็มไปด้วยความรัก ความโหยหา และความเจ็บปวดที่สะสมมาข้ามภพข้ามชาติ "เจ้ามัน... คนเผด็จการ..." นางพึมพำเสียงสั่น ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะค่อยๆ หลับลง ยอมจำนนต่อหัวใจตนเอง หลี่มู่เฉินไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากชั่วพริบตาก่อนที่เขาจะประกบเรียวปากลงบนกลีบปากนุ่มของนางอย่างลึกล้ำและโหยหา เป็นจุมพิตที่เริ่มต้นด้วยความอ่อนโยนดั่งสายน้ำเซียน ก่อนจะทวีความเร่าร้อนและรุนแรงขึ้นตามเพลิงอารมณ์ที่ถูกกดทับมานานนับปี ปราณรอบกายของทั้งสองหลอมรวมกันจนเกิดเป็นม่านหมอกสีรุ้งกระจายตัวออกรอบอาณาบริเวณ ถ้ำผลึกสั่นสะเทือนเบาๆ จากคลื่นพลังแห่งความเสน่หาที่ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด ท่ามกลางความเป็นความตายของสงครามเซียนที่รออยู่เบื้องนอก เวลาในถ้ำแห่งนี้ราวกับหยุดเดิน มีเพียงเสียงหอบหายใจและสัมผัสอันลึกซึ้งที่ยืนยันการมีอยู่ของกันและกัน ทว่า... ในวินาทีที่ความหวานล้ำกำลังโอบกอดดวงวิญญาณทั้งสองให้เป็นหนึ่งเดียว ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ที่ปักตรึงค่ายกลรอบปากถ้ำก็กรีดร้องขึ้นเสียงแหลมสูง! *เปรี้ยง!* ม่านพลังป้องกันถูกระเบิดเป็นจุลในพริบตา เศษผลึกน้ำแข็งนับหมื่นชิ้นแตกกระจายดั่งหิมะโปรยปราย เงาร่างสีดำทมิฬสามร่างปรากฏขึ้นที่ปากถ้ำ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงไขกระดูก "ฮ่าๆๆๆ! ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง มหาเทพผู้เยือกเย็นและองค์หญิงแห่งสำนักหิมะนิรันดร์ กำลังสมสู่กันราวกับสัตว์ป่าใกล้ตายในหลุมหลบภัยเช่นนี้เอง!" หลี่มู่เฉินผลักเซียนจื่อเวยไปไว้ด้านหลังอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่คมทอประกายสังหารดั่งพญายมตื่นจากบรรทม กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือสั่นระริกพร้อมแผ่พุ่งจิตสังหารที่ทำเอาอากาศรอบกายแข็งตัวเป็นน้ำแข็งในพริบตา เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือน ใบหน้าหล่อเหลากลับต้องชะงักค้างด้วยความตกตะลึง เมื่อพบว่าหนึ่งในสามเงาร่างนั้นคือบุคคลที่ควรจะดับสูญไปเมื่อสามร้อยปีก่อน... ศิษย์พี่ใหญ่ผู้ทรยศ นามว่า "มู่หรงหลาง"! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่ดินแดนเซียนร่วมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นพระเอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%