"เจ้าศิษย์ขยะ... ที่นี่ไม่ใช่ที่ของสุนัขจรจัดอย่างเจ้า คิดจะแอบอิงไอวิญญาณจากศิลาบรรพกาลงั้นหรือ?"
เสียงตวาดกร้าวพร้อมกับแรงเตะที่อัดแน่นด้วยปราณสีเขียวขุ่นกระแทกเข้าที่ซี่โครงของหลี่มู่เฉินจนเขากระเด็นไปฟาดกับผนังถ้ำที่ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของสายฟ้าสีทองเมื่อครู่ แรงปะทะนั้นหาใช่การสั่งสอนธรรมดา แต่มันคือเจตนาที่จะหักกระดูกให้แหลกละเอียด
หลี่มู่เฉินไม่ได้ร้องโอดครวญ เขาเพียงแค่ยันกายขึ้นช้าๆ ปัดฝุ่นบนอาภรณ์สีขาวหม่นที่ขาดวิ่นออก สายตาของเขาราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้เงาสะท้อน ดวงตาคู่นี้ผ่านการมองเห็นการล่มสลายของดวงดาวมานับไม่ถ้วน การกระทำของ 'จางเหว่ย' ศิษย์พี่ผู้มีสถานะเป็นถึงบุตรชายผู้อาวุโสสำนักกระบี่เมฆา จึงไม่ต่างอันใดกับเด็กน้อยที่พยายามข่มขวัญพยัคฆ์ที่กำลังหลับใหล
"ความแค้นเคืองเป็นเพียงสิ่งฉุดรั้งวิถีแห่งเต๋า จางเหว่ย... เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือว่า ยิ่งเจ้าขวนขวายจะอยู่เหนือผู้อื่นมากเท่าใด เจ้าก็ยิ่งจมดิ่งลงสู่หุบเหวแห่งกิเลสลึกขึ้นเท่านั้น" มู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าทุกคำพูดกลับดังกังวานก้องในโสตประสาทของคนฟังราวกับเสียงระฆังทองคำ
จางเหว่ยชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะร่าด้วยความขบขัน "ปรัชญาเน่าเฟะ! ในยุทธภพนี้ มีเพียงกำปั้นและวิชาเซียนเท่านั้นที่ตัดสินความเป็นความตาย! เจ้ามันก็แค่ไอ้ขี้แพ้ที่ไร้รากฐานปราณ หากวันนี้ข้าไม่สั่งสอนให้เจ้าจดจำไปจนตาย อย่ามาเรียกข้าว่าศิษย์พี่เลย!"
กระบี่เหล็กกล้าในมือของจางเหว่ยถูกชักออกจากฝัก เกิดเป็นประกายเย็นเยียบวูบวาบ มันคือวิชา 'กระบี่เมฆาคลั่ง' ที่ต้องใช้พลังปราณระดับก่อกำเนิดขั้นที่เจ็ด ทว่าในสายตาของหลี่มู่เฉิน ทุกท่วงท่ากลับดูเชื่องช้าประหนึ่งเต่าคลาน การหมุนเวียนของปราณในเส้นชีพจรของจางเหว่ยช่างสะเปะสะปะและเต็มไปด้วยช่องโหว่ราวกับร่างแหที่ขาดวิ่น
มู่เฉินไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ชี้นิ้วออกไปหนึ่งครา
*เปรี้ยง!*
มวลอากาศเบื้องหน้าจางเหว่ยบิดเบี้ยวทันที มิใช่ด้วยวิชาอาคมพิสดาร แต่เป็นการควบคุมแรงกดดันมหาศาลจากกลิ่นอายที่เขาสะสมมาจากการหยั่งรู้สวรรค์เพียงเสี้ยวเดียว แรงกดดันนั้นมหาศาลดั่งขุนเขาที่ถล่มลงมาทับยอดหญ้า กระบี่ในมือจางเหว่ยแตกละเอียดเป็นผุยผง ก่อนที่ร่างของศิษย์พี่จอมโฉดจะถูกตบปลิวไปกระแทกกับแท่นศิลาจนเลือดกบปาก
ความเงียบเข้าปกคลุมถ้ำเซียนในทันที จางเหว่ยเบิกตากว้างด้วยความตระหนก ร่างกายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ เขามองศิษย์น้องที่ตนเคยเหยียบย่ำด้วยความหวาดกลัวที่ฝังรากลึกเข้าไปถึงกระดูกดำ
"นั่น... นั่นมันวิชาอะไรกัน! เจ้ามันคนอัปรีย์ เจ้าแอบฝึกวิชามาร!" จางเหว่ยตะโกนเสียงหลง
"วิชามารหรือวิชาเซียน อยู่ที่ใจของผู้ใช้ต่างหาก" มู่เฉินเดินเข้าไปหาช้าๆ ทุกย่างก้าวดูมั่นคงและเปี่ยมด้วยอำนาจที่มองไม่เห็น "ข้าเตือนเจ้าแล้ว จางเหว่ย... ว่าอย่าได้ล้ำเส้นเกินกว่าที่ชะตาขีดไว้"
ขณะที่บรรยากาศกำลังบีบคั้นถึงขีดสุด กลิ่นอายเย็นเยียบดั่งหิมะหมื่นปีก็แผ่ซ่านเข้ามาในถ้ำ เสียงฝีเท้าเบาหวิวแต่กลับทรงพลังหยุดลงที่หน้าปากถ้ำ ปรากฏร่างสตรีในชุดขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะ ใบหน้างดงามไร้ที่ติทว่าเย็นชาดุจน้ำแข็งค้างปี นางคือ 'เซียนจื่อเวย' ผู้ที่แม้แต่เจ้าสำนักยังต้องเกรงใจ
จื่อเวยกวาดสายตามองภาพความพ่ายแพ้ของจางเหว่ย ก่อนจะมาหยุดที่หลี่มู่เฉิน นางไม่กล่าววาจาใดๆ ทว่าแววตาที่เคยเย็นชากลับมีประกายบางอย่างที่สั่นไหว นางหยิบหยกสื่อสารออกมาจากแขนเสื้อแล้วโยนมาให้มู่เฉิน
"ท่านอาวุโสสูงสุดเรียกพบเจ้า... และสิ่งที่เจ้าเพิ่งทำลงไปเมื่อครู่ มันสร้างความสั่นสะเทือนไปถึงเขตแดนชั้นในแล้ว มู่เฉิน" จื่อเวยเว้นจังหวะ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้จนมู่เฉินได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกเหมยท่ามกลางหิมะ "หรือบางที... สิ่งที่ข้าพยายามปกปิดเจ้าไว้ อาจไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว เพราะคนที่เจ้าเพิ่งจัดการไปเมื่อครู่ คือคนสนิทของ 'ศิษย์พี่ใหญ่' ที่เพิ่งบรรลุขอบเขตวิญญาณเซียน"
มู่เฉินรับหยกสื่อสารมาถือไว้ เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของนาง "เขากำลังมาที่นี่ใช่หรือไม่?"
จื่อเวยพยักหน้าช้าๆ "ไม่เพียงแค่มา... แต่เขานำ 'กระบี่สังหารเซียน' มาด้วย เพื่อให้เจ้าชดใช้ด้วยชีวิตที่บังอาจลบหลู่เกียรติของสำนัก"
มู่เฉินเลิกคิ้วเล็กน้อย มุมปากปรากฏรอยยิ้มบางๆ ที่ดูคล้ายจะสมเพชเวทนาในโชคชะตาของพวกผู้มีอำนาจ เขากระชับหยกในมือแน่น ก่อนจะหันไปมองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานผิดธรรมชาติ
"กระบี่สังหารเซียนงั้นหรือ? ดี... หวังว่ามันจะทำให้ข้าตื่นเต้นได้มากกว่าศิษย์พี่กระจอกผู้นี้"
สิ้นคำพูดนั้น เสียงกระบี่แหวกอากาศดังก้องไปทั่วหุบเขา แรงกดดันมหาศาลจากยอดฝีมือที่โกรธจัดกำลังพุ่งตรงมาที่ถ้ำแห่งนี้ และเมื่อเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งปรากฏขึ้นบนยอดไม้เบื้องหน้า ประกายกระบี่สีเลือดก็พุ่งตรงมายังลำคอของมู่เฉินในทันทีโดยไม่ให้ตั้งตัว!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับศิษย์ผู้ท้าทายสวรรค์คนนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
กระบี่ไร้ลักษณ์
เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นพระเอก•ตอนที่ 3
สั่งสอนศิษย์พี่ปากดี
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นพระเอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!