รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง•ตอนที่ 8

กับดักน้ำผึ้ง

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
“พี่มินตราคะ... สิ่งที่พี่ทำให้รินในวันนี้ รินจะไม่มีวันลืมเลยค่ะ” รินลดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม หากแต่แววตาที่จ้องมองพี่สาวต่างสายเลือดกลับนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ซ่อนความเย็นเยียบเอาไว้ มินตราในชุดผ้าไหมสั่งตัดราคาแพงระยับหัวเราะร่าอย่างผู้ชนะ เธอโน้มตัวลงมาประคองแก้มของน้องสาวบุญธรรมด้วยท่าทีที่ดูอบอุ่นเหลือเกินในสายตาคนนอก แต่สำหรับรินลดา... สัมผัสนั้นมันช่างหยาบกระด้างราวกับกรงเล็บปีศาจที่กำลังตะปบเหยื่อ “โธ่ ริน... เราพี่น้องกันนะจ๊ะ มีอะไรพี่ก็ต้องช่วยกันสิ ผู้ชายคนนั้นน่ะ ถึงเขาจะดูหล่อรวยและเพียบพร้อมอย่างที่คุณหลวงธนาบอก แต่ถ้าพี่มองว่าเขาคือ ‘ของต้องห้าม’ เขาก็ไม่มีวันมาเป็นของเธอได้หรอก เชื่อพี่เถอะ พี่หวังดีกับเธอเสมอนะ” มินตราเอ่ยประโยคที่ฟังดูเป็นพี่สาวที่แสนดี แต่ในมือของเธอซ่อนความริษยาที่ร้อนแรงดั่งไฟ เธอกำลังหลงกล... หลงเชื่อว่าชายหนุ่มนักธุรกิจหนุ่มที่รินลดาแนะนำให้รู้จัก คือ ‘ความหวังใหม่’ ของครอบครัวที่รินลดาพยายามผลักไสให้เธอไปคว้ามาครอบครอง โดยหารู้ไม่ว่านั่นคือหมากตัวสำคัญที่ถูกวางไว้เพื่อทำลายเกียรติยศที่มินตราหวงแหนยิ่งกว่าชีวิต รินลดายิ้มหวาน เป็นรอยยิ้มที่เคลือบไปด้วยยาพิษหยดเล็กๆ ที่จะค่อยๆ ออกฤทธิ์ “ค่ะ รินเข้าใจ... ถ้าพี่มินตราอยากได้เขา รินก็ยินดีหลีกทางให้นะคะ ถือว่าเป็นการไถ่โทษที่รินเคยทำตัวไม่ดีกับพี่มาตลอด” การเจรจาจบลงด้วยรอยยิ้มที่ต่างคนต่างถือมีดไว้ข้างหลัง มินตราผละออกไปพร้อมกับความมั่นใจที่พองโต เธอคิดว่ารินลดาคือเด็กสาวที่ยอมสยบให้กับแผนการของเธออีกครั้ง โดยหารู้ไม่ว่าในมุมมืดของคฤหาสน์ คุณหลวงธนาเฝ้ามองฉากละครฉากนี้อยู่ เขาเดินออกมาจากเงามืด สายตาคมกริบจ้องมองร่างมินตราที่เดินจากไปอย่างสมเพช “เธอเปลี่ยนไปมากนะรินลดา... แววตาของเธอตอนนี้ ไม่หลงเหลือความไร้เดียงสาของเด็กสาวคนเดิมอีกแล้ว” คุณหลวงเอ่ยเบาๆ ขณะยื่นเอกสารลับฉบับหนึ่งให้ รินลดาไม่ตอบคำถามนั้น เธอเพียงแต่รับเอกสารมาไว้ในมือ “ความไร้เดียงสาที่รินเคยมี มันถูกฆ่าตายไปตั้งแต่วันที่มินตราเริ่มวางยาในนิทานก่อนนอนของรินแล้วค่ะคุณหลวง... และวันนี้ ถึงเวลาที่น้ำผึ้งอาบยาพิษถ้วยนี้ จะต้องมีคนลิ้มรสความขมขื่นของมันบ้าง” แผนการของรินลดานั้นแยบยล เธอไม่ได้เพียงแค่แนะนำผู้ชายคนหนึ่งให้มินตรา แต่ชายหนุ่มคนนั้นคือ ‘นักต้มตุ๋นมืออาชีพ’ ที่ถูกจ้างมาเพื่อทำให้มินตราลุ่มหลงจนโงหัวไม่ขึ้น และในคืนนี้... งานเลี้ยงการกุศลที่จัดขึ้นอย่างใหญ่โตคือเวทีที่รินลดาเลือกไว้เพื่อ ‘เปิดโปง’ ทุกอย่าง แสงไฟในงานส่องสว่างไสว มินตราเดินควงแขนมากับชายหนุ่มที่เธอมั่นอกมั่นใจว่าเป็น ‘ของดี’ ที่รินลดาหลีกทางให้ เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นเมื่อมินตราเริ่มแสดงความใกล้ชิดเกินงามในที่สาธารณะ เธอหลงระเริงจนลืมสิ้นซึ่งกาลเทศะและมารยาทของผู้ดีที่เธอเคยเสแสร้งทำมาตลอดชีวิต รินลดาในชุดราตรีสีดำสนิท ยืนจิบไวน์อยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง สายตาของเธอจับจ้องไปที่มินตราด้วยความสงบนิ่ง ทุกจังหวะที่มินตราก้าวเดิน ทุกคำพูดที่มินตราโอ้อวด มันคือการตอกตะปูลงบนโลงศพแห่งชื่อเสียงของตัวเองทีละตัว ทันใดนั้น ไฟในงานก็ดับพรึบลงชั่วขณะ ก่อนจะสว่างขึ้นอีกครั้งด้วยแสงจากโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่กลางงาน ภาพที่ปรากฏบนจอไม่ใช่ภาพการกุศลตามกำหนดการ แต่เป็นภาพ ‘บทสนทนาลับ’ ระหว่างมินตราและชายหนุ่มคนดังกล่าวในโรงแรมม่านรูดเมื่อคืนนี้ พร้อมด้วยหลักฐานการฉ้อโกงที่มินตราเผลอเซ็นชื่อกำกับไว้ เสียงฮือฮาดังระงมทั่วทั้งงาน ใบหน้าของมินตราซีดเผือดราวกับศพ แขกเหรื่อต่างพากันจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ความฉาวโฉ่ที่ปรากฏตรงหน้า มินตราหันขวับมามองรินลดาที่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับเพิ่งตระหนักได้ว่านี่คือกับดักที่รินลดาขุดล่อให้เธอเดินลงไปเอง รินลดาค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปหาพี่สาวต่างสายเลือดที่กำลังสั่นเทาด้วยความโกรธและอับอาย เธอโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูของมินตรา เสียงนั้นชัดเจนและเย็นเยียบจนคนฟังต้องขนลุก “รสชาติของความอัปยศที่พี่หยิบยื่นให้รินมาตลอดหลายปี... วันนี้รินคืนให้พี่แค่เสี้ยวเดียวเองนะคะพี่มินตรา หวังว่าพี่คงจะชอบมัน... เพราะละครฉากนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น” มินตรากรีดร้องออกมาด้วยความคลุ้มคลั่ง มือที่สั่นเทาของเธอคว้าแก้วไวน์บนโต๊ะหวังจะปาใส่หน้าน้องสาว แต่ทว่า... มือของใครบางคนกลับจับข้อมือเธอไว้แน่น “พอเถอะครับคุณมินตรา... ความอัปยศของคุณมันเกินกว่าที่จะแก้ไขได้แล้ว” เสียงเข้มที่คุ้นหูทำให้มินตราต้องหันไปมอง และในวินาทีนั้นเองที่เธอเบิกตากว้างเมื่อเห็นบุคคลที่ก้าวเข้ามาในงาน... เขาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น ‘ชายคนรักเก่า’ ที่มินตราเคยหักหลังและใส่ร้ายจนเขาต้องติดคุกอย่างไร้ความผิดเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งบัดนี้เขากลับมาแล้ว พร้อมกับ ‘บางสิ่ง’ ในมือที่จะเปลี่ยนความหายนะนี้ให้กลายเป็น ‘จุดจบ’ ของตระกูลมินตราอย่างสมบูรณ์ ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วงานเลี้ยง เมื่อชายคนนั้นค่อยๆ ก้าวผ่านกลุ่มคนที่แหวกทางให้เขา และตรงดิ่งมาหยุดอยู่เบื้องหน้าของมินตรา พร้อมกับรอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ารินลดาหลายเท่าตัว ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเกมหักเหลี่ยมเฉือนคมในครั้งนี้ แล้วมาพบกันในความลับบทถัดไปนะคะ มนตรากรรมสะท้อนค่ะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%