"ถ้าพี่มินตราหาพินัยกรรมฉบับนั้นไม่เจอ... ก็เท่ากับว่าสิ่งที่พี่พยายามกำจัดรินมาตลอดหลายปี กลายเป็นเพียงการเสียเวลาเปล่าใช่ไหมคะ?"
รินลดาวางถ้วยน้ำชาลงบนจานรองเสียงดัง ‘กริ๊ก’ เบาๆ แต่มันกลับดังก้องไปทั่วห้องโถงที่เงียบสงัด เธอคลี่ยิ้มหวานหยาดเยิ้มส่งให้พี่สาวต่างสายเลือดที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าของมินตราซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งรอยยิ้มพิมพ์ใจที่เธอชอบใช้หลอกตาคนทั้งบ้าน
"แกพูดเรื่องอะไร รินลดา... ฉันไม่เข้าใจ" มินตราแค่นหัวเราะ ปลายนิ้วเรียวยาวจิกเข้าหากันแน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อฝ่ามือ
"ไม่ต้องถ่อมตัวขนาดนั้นหรอกค่ะ" รินลดาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้บุผ้ากำมะหยี่ แววตาของเธอว่างเปล่าทว่าแฝงด้วยกระแสกดดันที่มองเห็นได้ชัดเจน "พินัยกรรมฉบับลับที่ระบุว่า ทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลธนารักษ์จะถูกโอนคืนให้ทายาทสายตรงเพียงผู้เดียว หากไม่มีการแต่งงานตามข้อตกลง... ฉบับที่อยู่ในลิ้นชักลับหลังรูปวาดคุณพ่อ พี่รู้ดีที่สุดว่ามันหายไปไหน"
บรรยากาศในห้องรับแขกเย็นเยียบลงถนัดตา ความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรมเริ่มส่งกลิ่นอเนจอนาถ มินตราสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนจะพ่นลมหายใจออกอย่างแช่มช้อย
"คนอย่างเธอคงได้ยินข่าวลือไร้สาระมาจากพวกขี้ข้าล่ะสิ" มินตราวางท่าเป็นผู้ดีที่ถูกลบหลู่ "พินัยกรรมอะไรนั่น... ฉันไม่เคยเห็น และต่อให้มันมีจริง มันก็ควรจะอยู่ในที่ที่มันควรอยู่ ไม่ใช่ในที่ที่คนอย่างเธอจะเอื้อมถึง"
"ที่ที่ควรอยู่... หมายถึงในมือพี่ หรือในเตาเผาขยะหลังสวนกันแน่คะ?"
รินลดาลุกขึ้นยืนช้าๆ เธอเดินอ้อมไปข้างหลังมินตรา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่มินตราใช้ช่างขัดกับความเน่าเฟะในใจของหญิงสาวตรงหน้า รินลดาโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าบาดลึกราวกับคมมีด "พี่มินตราคะ... ของที่พี่ขโมยไป พี่คงคิดว่ามันคือชัยชนะสินะคะ แต่พี่ลืมไปหรือเปล่าว่าคนอย่างริน ไม่เคยเดินเกมโดยไม่มีแผนสำรอง"
มินตราสะดุ้งสุดตัว เธอผุดลุกขึ้นจนเก้าอี้ล้มลงกระแทกพื้น เสียงดังสนั่นเรียกสายตาจากสาวใช้ที่แอบมองอยู่ห่างๆ แต่มินตรากลับไม่สนใจ ดวงตาที่เคยอ่อนหวานบัดนี้ฉายแววอาฆาตมาดร้ายออกมาอย่างไม่ปิดบัง
"แกวางแผนอะไรไว้ รินลดา! แกเอาไปซ่อนไว้ที่ไหน!"
"รินไม่ได้เอาไปซ่อนค่ะ" รินลดาหมุนตัวกลับมาสบตาพี่สาวด้วยสายตาที่สงบนิ่งดุจผิวน้ำที่ไม่มีวันกระเพื่อม "แต่ 'ใครบางคน' ที่พี่เคยเหยียบย่ำเขาไว้ เขากำลังตามหามันอยู่... และดูเหมือนว่า เขาจะพบร่องรอยบางอย่างที่พี่ทำหล่นไว้ในคืนที่ฝนตกหนักวันนั้น"
มินตราหน้าถอดสีทันที คืนนั้น... คืนที่เธอแอบเข้าไปในห้องทำงานคุณพ่อเพื่อทำลายหลักฐานชิ้นสุดท้าย เธอคิดว่าตัวเองจัดการได้สะอาดหมดจด ไม่มีรอยนิ้วมือ ไม่มีพยาน... แต่รินลดาที่ยืนอยู่ตรงหน้ากำลังฉีกหน้ากากเธอออกช้าๆ อย่างใจเย็น
ขณะที่ความตึงเครียดกำลังพุ่งสูงจนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นของรองเท้าหนังก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้อง ทันทีที่ร่างสูงของ 'คุณหลวงธนา' ปรากฏตัวขึ้นในชุดสูทสีเข้มแววตาคมกริบของเขาดั่งอินทรีที่มองเห็นเหยื่อ มินตราก็ถึงกับทรุดลงกับพื้น
"มองหาอะไรอยู่หรือครับ คุณมินตรา?" เสียงทุ้มต่ำของคุณหลวงธนาถามขึ้น พร้อมกับก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าหญิงสาวทั้งสอง "ผมได้ยินว่าคุณกำลังตามหาเอกสารสำคัญ... พอดีผมผ่านไปที่ห้องเก็บเอกสารเก่าหลังคฤหาสน์ แล้วบังเอิญเจอ 'อะไรบางอย่าง' ที่เปื้อนคราบเลือดแห้งกรังเข้าพอดี"
มินตราหน้าซีดเผือดจนไม่มีสีเลือด ในมือของคุณหลวงธนาไม่มีเอกสารแผ่นนั้น แต่เขากลับถือ 'เข็มกลัดประจำตระกูล' ที่มินตราทำหายในคืนนั้นไว้อยู่!
"แก... แกสองคน...!" มินตรากัดฟันแน่น ตัวสั่นเทาด้วยความโกรธและหวาดกลัว
รินลดายิ้มหวาน เป็นรอยยิ้มที่สวยงามแต่กลับทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูกสันหลัง "พี่คะ... เกมนี้ยังไม่จบหรอกค่ะ พินัยกรรมน่ะเป็นแค่กระดาษ แต่หลักฐานที่พี่ทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ... มันคือสิ่งที่เรียกว่า 'จุดจบ' ต่างหาก"
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของมินตราก็ดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียด เธอหยิบขึ้นมาดูด้วยมือที่สั่นระริก ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นข้อความบนหน้าจอ มันเป็นภาพถ่าย 'พินัยกรรมฉบับจริง' ที่ถูกวางอยู่บนโต๊ะทำงานของตำรวจกองปราบ พร้อมข้อความสั้นๆ ว่า *'ผมส่งมอบให้เจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว'*
มินตราหันขวับกลับไปมองรินลดาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง แต่สิ่งที่เธอเห็นกลับไม่ใช่รินลดาคนเดิมที่เธอเคยควบคุมได้ แต่เป็นรินลดาที่ยืนกอดอก มองเธอด้วยสายตาของคนที่เป็นผู้ชนะอย่างสมบูรณ์แบบ
"อ้อ... ลืมบอกไปค่ะ" รินลดากระซิบเบาๆ "ตำรวจกำลังมาที่นี่ เพื่อมาถามพี่เรื่องคดีฆาตกรรมคุณพ่อ... หวังว่าพี่จะเตรียมคำแก้ตัวไว้ดีพอนะคะ เพราะพินัยกรรมที่พี่พยายามทำลายทิ้งไปน่ะ... รินเป็นคนจ้างให้เขาทำปลอมขึ้นมาตั้งแต่วันแรกแล้ว ส่วนฉบับจริง... พี่ก็ทำลายมันด้วยมือตัวเองตั้งแต่วันนั้น... ใช่ไหมคะ?"
รินลดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ทิ้งให้มินตราตกตะลึงกับความจริงที่ว่า เธอติดกับดักที่ตัวเองขุดไว้ตั้งแต่ต้นจนจบสิ้น
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเกมหักเหลี่ยมเฉือนคมในครั้งนี้ แล้วมาพบกันในความลับบทถัดไปนะคะ มนตรากรรมสะท้อนค่ะ
รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง•ตอนที่ 7
หลักฐานที่หายไป
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!