“จดหมายฉบับนี้... พี่มินตราได้รับมาตั้งแต่เมื่อไหร่หรือคะ?”
เสียงของรินลดาเรียบเรื่อย ราวกับกำลังถามถึงดินฟ้าอากาศ ทว่าแววตาที่จ้องมองกระดาษแผ่นเก่าในมือของมินตรากลับคมกริบดุจใบมีดโกนที่เคลือบน้ำตาล รินลดาขยับยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ดูอ่อนหวานจนมินตราเผลอชะงักไปชั่วครู่
มินตรากระชากจดหมายกลับมา กำไว้แน่นจนขอบกระดาษยับย่น “มันไม่ใช่เรื่องของเธอ รินลดา... และอย่าได้สะเออะมายุ่งกับของส่วนตัวของพี่อีก จำไว้ว่าที่นี่ใครคือเจ้าของที่แท้จริง”
รินลดาวางถ้วยชาลงบนจานรองเสียงดัง ‘กริ๊ก’ เบาๆ แต่มันกลับดังก้องไปทั่วโถงกว้างของคฤหาสน์ตระกูลวรโชติ เธอไม่ได้โกรธเคือง เธอเพียงแค่โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย สายตาคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้องอาหาร ที่ซึ่งบัดนี้มีเพียงความเงียบงันและสายตาหวาดระแวงของเหล่าคนรับใช้ที่ยืนหลบมุมอยู่
“พี่มินตราคะ... ของส่วนตัวที่แม่แท้ๆ ของรินเขียนทิ้งไว้ก่อนตาย แต่มันกลับมาอยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานของพี่ ทั้งที่ท่านเสียชีวิตไปก่อนที่พี่จะเข้าบ้านนี้ด้วยซ้ำ แบบนี้ไม่เรียกว่าเรื่องของรินได้หรือคะ?”
น้ำเสียงนั้นสั่นไหวเล็กน้อยอย่างน่าสงสาร แต่ความจริงในใจรินลดากลับเยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง เธอเห็นแล้ว... เห็นความตระหนกที่พาดผ่านดวงตาคู่สวยของมินตรา
“เธอ... เธอพูดบ้าอะไรของเธอ!” มินตราลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ครูดกับพื้นหินอ่อนเสียงดังสนั่น ใบหน้าที่เคยฉาบด้วยความใจดีบัดนี้เริ่มบิดเบี้ยว “ไอ้สมัน! ใครอนุญาตให้พวกแกยืนฟังตรงนั้น ออกไปให้หมด!”
คนรับใช้ที่กำลังเช็ดถูแจกันอยู่รีบวางมือแล้วล่าถอยไปอย่างรวดเร็ว ทว่ารินลดากลับไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ เธอหันไปสบตากับ ‘ป้าชื่น’ แม่บ้านเก่าแก่ที่กุมความลับของตระกูลไว้อีกคน ด้วยแววตาที่สื่อความหมายลึกซึ้ง
“พี่มินตราคะ ใจเย็นๆ สิคะ” รินลดาเอ่ยพลางเอื้อมมือไปแตะแขนอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา “รินก็แค่สงสัย... ทำไมป้าชื่นถึงต้องทำหน้าซีดเผือดตอนที่เห็นรินถือซองจดหมายนั่นด้วยล่ะคะ หรือว่า... ป้าชื่นเองก็รู้เห็นว่าทำไมจดหมายของแม่รินถึงไปอยู่ในมือพี่ได้”
มินตราหันไปมองป้าชื่นทันที สายตาของเธอเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความหวาดระแวงอย่างเห็นได้ชัด “ป้าชื่น! ป้าเอาเรื่องของฉันไปเล่าให้เด็กนี่ฟังใช่ไหม!”
“ไม่นะคะคุณหนูมินตรา! ดิฉันสาบานได้ ดิฉันไม่เคยพูด...” ป้าชื่นหน้าซีดเผือด รีบคุกเข่าลงกับพื้น ร่างกายสั่นเทาด้วยความกลัว
รินลดามองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มหวานหยดย้อย นี่คือจุดเริ่มต้นของการพังทลาย ความเชื่อใจที่เคยร้อยรัดคนในบ้านนี้ไว้ด้วยกัน เริ่มร้าวฉานด้วยเมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยที่เธอเพิ่งหว่านลงไป เธอรู้ดีว่ามินตราเป็นพวกระแวงง่ายและไม่ไว้ใจใครอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อถูกกดดันด้วยความลับที่ไม่มีใครควรจะรู้ มินตราจะไม่มีทางหันไปทางไหนได้อีกนอกจากทำลายคนที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด
“รินไม่ได้จะใส่ร้ายใครนะคะ” รินลดาพูดทิ้งท้ายพลางลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย “แต่พี่มินตราคะ... ในบ้านที่ความลับถูกเก็บไว้ใต้พรม ยิ่งเดินระวังเท่าไหร่ ฝุ่นมันก็ยิ่งฟุ้งกระจายออกมานะคะ บางที... คนที่เราคิดว่าซื่อสัตย์ที่สุด อาจจะเป็นคนทรยศเราได้ง่ายที่สุดก็ได้”
เธอก้าวเดินออกมาจากห้องอาหารอย่างช้าๆ ทิ้งให้มินตรายืนจ้องมองป้าชื่นด้วยสายตาที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่าง
ในใจของรินลดาเต้นเป็นจังหวะที่มั่นคง เธอเดินตรงไปยังสวนหลังบ้าน ซึ่งคุณหลวงธนารออยู่ใต้เงาไม้ใหญ่ ชายหนุ่มเพียงแค่ส่งสายตาถามถึงผลลัพธ์ รินลดาส่งยิ้มตอบ เป็นยิ้มที่ไม่ได้มีความอ่อนหวานซ่อนอยู่เลยแม้แต่น้อย
“ทุกอย่างเป็นไปตามแผนค่ะคุณหลวง” รินลดาเอ่ยเบาๆ “วันนี้มินตราจะนอนไม่หลับ และพรุ่งนี้... เธอจะเริ่มจัดการคนในบ้านของตัวเองทีละคน”
ทว่า ในจังหวะที่รินลดากำลังจะก้าวเท้าออกจากเขตสวน เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าของเธอก็ดังขึ้น เป็นเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นตา เมื่อเธอรับสาย เสียงปลายทางที่ดังกลับมากลับทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น
“รินลดา... ถ้าอยากรู้ว่าพ่อเธอตายด้วยน้ำมือใครจริงๆ เย็นนี้ไปพบฉันที่หลังสุสานเก่าที่เธอรู้จักดี... ห้ามพาใครไปเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นความลับเรื่องการย้อนเวลานี้ จะถูกเปิดเผยแก่ทุกคนที่เธอรัก”
มือของรินลดาเย็นเฉียบ จดหมายฉบับนั้นในมือนำพาเธอมาสู่เกมการแก้แค้น แต่นี่กลับกลายเป็นกับดักที่เธอยังไม่ทันตั้งตัวว่าใครเป็นคนขึงสายไว้ เธอหันไปมองคุณหลวงธนาที่ยังคงยืนนิ่งเงียบ ท่ามกลางบรรยากาศที่เริ่มหม่นแสงลงของเย็นวันใหม่
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรอยแค้นครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง•ตอนที่ 6
รอยร้าวในบ้าน
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!