รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง•ตอนที่ 5

รอยยิ้มอาบยาพิษ

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
“ดิฉันไม่ยักทราบมาก่อนนะคะว่า ‘สร้อยทับทิมหยดเลือด’ วงนี้ จะมีประวัติศาสตร์ลึกซึ้งถึงขั้นที่ต้องมีรอยร้าวซ่อนอยู่ใต้ตัวเรือนทองคำ... เป็นเรื่องที่น่าเสียดายแทนผู้ครอบครองจริงๆ ค่ะ ว่าไหมคะคุณพี่มินตรา?” น้ำเสียงหวานใสที่กังวานก้องไปทั่วห้องโถงจัดเลี้ยงหรูหราของโรงแรมระดับห้าดาวไม่ได้ทำให้ใครสะดุ้งเท่ากับแววตาที่รินลดาส่งไปให้พี่สาวต่างสายเลือด มินตราหน้าซีดเผือดลงทันควัน มือที่ถือแก้วแชมเปญสั่นระริกจนของเหลวสีทองกระฉอกเปื้อนถุงมือผ้าไหมราคาแพง ท่ามกลางสายตาแขกเหรื่อระดับไฮโซที่ต่างหยุดบทสนทนาและหันมาจับจ้องยังจุดเดียวกัน รินลดายังคงแย้มยิ้มอย่างอ่อนหวาน ชุดราตรีสีขาวบริสุทธิ์ราวกับแม่ชีผู้ไร้มลทินของเธอขัดแย้งกับคำพูดเชือดเฉือนอย่างสิ้นเชิง “น้องริน พูดเรื่องอะไรคะ? พี่ไม่เข้าใจ... สร้อยเส้นนี้พี่เพิ่งประมูลมาได้เมื่ออาทิตย์ก่อน จะมีตำหนิได้อย่างไร” มินตราพยายามเรียกสติกลับมา หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองรบ เธอวางแผนมาอย่างดีว่าจะใช้สร้อยเส้นนี้เป็นเหยื่อล่อให้รินลดาแสดงอาการริษยา แล้วใส่ร้ายว่าน้องสาวเป็นคนขโมยสร้อยหายากชิ้นอื่นไป แต่บัดนี้ เกมกลับพลิกผันอย่างไม่น่าเชื่อ รินลดาก้าวเข้าไปใกล้ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่มินตราโปรดปรานบัดนี้ช่างดูน่าสะอิดสะเอียนในความรู้สึกของเธอ นิ้วเรียวสวยภายใต้ถุงมือลูกไม้แตะลงเบาๆ ที่ข้อศอกของพี่สาว ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน “ของเลียนแบบที่ทำเหมือนจนดูไม่ออก... กับของจริงที่มีรอยตำหนิจากการทรยศ ใครจะรู้ดีเท่าคนขายและคนซื้อล่ะคะ? ดิฉันบังเอิญไปเห็นภาพถ่ายจากช่างภาพส่วนตัวของคุณน้าเมื่อเช้า... ท่านคงจะเสียใจมากนะคะ ถ้าทราบว่าสร้อยของรักของหวงชิ้นนั้น ถูกนำมาประมูลทิ้งเพื่อหมุนเงินในบัญชีลับที่พี่เปิดไว้” มินตราเบิกตากว้าง ความเย็นวาบแล่นปราดไปทั่วสันหลัง “แก... แกทำอะไรลงไป!” มินตราเค้นเสียงลอดไรฟัน “ดิฉันก็แค่... สนับสนุนให้ความจริงปรากฏค่ะ” รินลดาผละออก ยิ้มหวานให้กล้องของนักข่าวที่เริ่มรุมล้อมเข้ามา “คุณมินตราคะ อายแขกแย่แล้วค่ะ หน้าคุณพี่ดูซีดเซียวเสียจนดิฉันนึกว่าไม่สบายเสียอีก หรือว่า... สร้อยเส้นนี้มันมี 'อาถรรพ์' อย่างที่เขาว่ากันจริงๆ นะคะ?” คุณหลวงธนาที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ไม่ไกลจากมุมมืดของเสาต้นใหญ่ ยกแก้วไวน์ขึ้นจรดริมฝีปาก พลางเหยียดยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เขาเห็นทุกอย่าง... เห็นหยาดเหงื่อที่ผุดพรายบนขมับของมินตรา และเห็นประกายแห่งความสะใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบของรินลดา ‘สมกับที่เป็นหมากตัวสำคัญ’ เขาคิดในใจ ในขณะที่มินตรากำลังจะอ้าปากโต้ตอบ ทันใดนั้น ไฟในห้องโถงทั้งหมดก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิด เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของเหล่าแขกเหรื่อดังระงมไปทั่ว รินลดารู้สึกได้ถึงสัมผัสเย็นเฉียบที่ประทับลงบนต้นคอของเธอเป็นจังหวะที่คล้ายกับคมมีด “อย่าได้ใจไปหน่อยเลย รินลดา... เกมนี้ยังอีกยาวไกลนัก” เสียงกระซิบเย็นเยียบที่คุ้นเคยนั้นไม่ใช่ของมินตรา แต่มันเป็นเสียงของใครบางคนที่รินลดาคิดว่าได้กำจัดออกไปจากชีวิตตั้งแต่การแก้แค้นรอบแรกแล้ว วินาทีที่ไฟสว่างขึ้นอีกครั้ง สิ่งที่ปรากฏอยู่บนพื้นตรงหน้าของรินลดาไม่ใช่สร้อยทับทิม แต่เป็นจดหมายปิดผนึกด้วยตราประทับสีเลือดที่วางอยู่บนกล่องกำมะหยี่สีดำสนิท ซึ่งรินลดารู้ดีว่ามันคือสัญลักษณ์ของ 'คนจากนรก' ที่เคยพรากทุกอย่างไปจากครอบครัวเธอเมื่อยี่สิบปีก่อน รินลดาหยิบจดหมายฉบับนั้นขึ้นมา นิ้วของเธอสั่นสะท้านเมื่อเห็นชื่อผู้ส่งที่จารึกอยู่บนนั้นอย่างชัดเจน... มันไม่ใช่ชื่อของมินตรา แต่เป็นชื่อของแม่แท้ๆ ของเธอที่เสียชีวิตไปนานแล้ว ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในรอยแค้นครั้งนี้ไปกับรินลดา และโปรดติดตามชมว่าความลับจากนรกจะเปิดเผยสิ่งใดในตอนต่อไปนะคะ - มนตรากรรมสะท้อน
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%