"ทำไมล่ะคะ นิ่ม... มือสั่นเชียว? ของร้อนหรือว่าใจเจ้าของมันร้อนกันแน่ที่ทำแก้วแตกต่อหน้าฉัน"
รินลดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าหวานหยดเหมือนน้ำผึ้งอาบยาพิษ ดวงตาเรียวสวยคู่นั้นไม่ได้แสดงอาการโกรธเคือง เธอเพียงแค่นั่งจิบชาอยู่บนเก้าอี้หวายที่ระเบียงห้อง ดวงตาจับจ้องมองเศษกระเบื้องที่แตกกระจายบนพื้นหินอ่อนอย่างใจเย็น โดยมี 'นิ่ม' สาวใช้หน้าใหม่ที่มินตราส่งมาคอยสอดแนม กำลังยืนตัวสั่นงันงกอยู่เบื้องหน้า
"ดิฉัน... ดิฉันขอประทานโทษค่ะคุณรินลดา มือมันลื่นไปหน่อย เจ้าค่ะ" นิ่มก้มหน้าคุดคู้ เสียงสั่นเครือพยายามกลบเกลื่อนร่องรอยความลุกลี้ลุกลน
"ลื่นหรือคะ?" รินลดาวางถ้วยชาลงบนจานรองเบาๆ เสียงกระทบกันของกระเบื้องเคลือบนั่นดังบาดหูเหมือนเสียงระฆังเตือนภัย เธอค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ชายกระโปรงผ้าไหมพริ้วไหวไปตามจังหวะก้าวเดินที่แสนสง่างาม รินลดาเข้าไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้านิ่ม ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้สาวใช้สัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างโปร่งบางนั้น
รินลดายื่นมือออกไปเชยคางสาวใช้ขึ้นมาให้สบตากับเธอ แววตาของรินลดาใสซื่อ ทว่าลึกซึ้งเกินกว่าที่ใครจะอ่านออก "คนเราจะทำงานผิดพลาดน่ะไม่แปลกหรอกค่ะ แต่ถ้าผิดพลาดซ้ำๆ ในจุดเดิมเพื่อหวังจะล้วงความลับของฉัน... นั่นสิคะที่เรียกว่า 'ไม่ฉลาด' "
นิ่มชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก "ดิฉันไม่เข้าใจที่ท่านหมายความถึงเจ้าค่ะ"
"เข้าใจสิคะ... คุณมินตราคงไม่ได้สั่งให้คุณแค่มาจัดดอกไม้ หรือชงชาหรอกใช่ไหม?" รินลดาโน้มหน้าเข้าไปกระซิบข้างหู น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเยียบเย็นถึงกระดูก "คงสั่งให้จับตาดูว่าฉันเก็บจดหมายฉบับนั้นไว้ที่ไหน หรือฉันแอบติดต่อกับใครลับหลังบ้าง... ใช่ไหมล่ะ?"
นิ่มตัวแข็งทื่อ ความเงียบงันปกคลุมพื้นที่ระเบียง รินลดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะผละออกมาแล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดขึ้นมาซับมืออย่างใจเย็น
"รู้ไหมคะนิ่ม... ความลับน่ะ เหมือนงูพิษ" รินลดาพูดพลางหยิบกรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้ที่วางอยู่ข้างๆ ขึ้นมาพิจารณา "ถ้าเราจับมันไม่แน่นพอ มันก็พร้อมจะแว้งกัดเราเสมอ คุณน่ะเป็นแค่เครื่องมือของมินตรา ถ้าวันไหนคุณไม่มีประโยชน์... คิดว่าคุณจะเหลืออะไรให้เธอปกป้องคะ?"
รินลดาไม่ได้ลงไม้ลงมือ แต่เธอกลับวางกรรไกรลงบนฝ่ามือของนิ่มอย่างแรงจนอีกฝ่ายต้องรีบคว้าเอาไว้ "เอาไปค่ะ ถือว่าฉันเมตตาคุณ เก็บไปบอกเจ้านายคุณนะ ว่าของที่เขาต้องการน่ะ... มันไม่มีอยู่จริงในห้องนี้หรอก แต่ถ้าอยากจะได้นัก... ก็เชิญมาหาด้วยตัวเอง อย่าส่งสุนัขรับใช้มาให้ฉันเสียเวลาสั่งสอนเลย"
นิ่มหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดออกไปทันที รินลดามองตามหลังสาวใช้ที่วิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิตด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะรอยยิ้มที่เคลือบความอาฆาตจะปรากฏขึ้นบนใบหน้า
ไม่นานนัก คุณหลวงธนาก็ปรากฏตัวขึ้นจากเงามืดหลังม่านตาข่าย เขาเดินเข้ามาประชิดตัวรินลดาด้วยท่าทีสุขุม แววตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความชื่นชมระคนแปลกใจ
"คุณรินลดาช่างใจเด็ดนัก การเล่นเกมจิตวิทยากับเบี้ยตัวเล็กๆ แบบนี้อาจจะดูสนุก แต่อย่าลืมว่ามินตราไม่ได้มีแค่คนรับใช้ที่ไว้ใจได้เท่านั้น" เสียงทุ้มต่ำของคุณหลวงเอ่ยเตือน
"ฉันทราบดีค่ะคุณหลวง" รินลดาสะบัดชายกระโปรง หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา "แต่ถ้าเราไม่เริ่มเด็ดปีกบริวารก่อน จะเข้าไปถึงตัวนางปีศาจที่ซ่อนอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ได้อย่างไรคะ? ในเมื่อมันชอบเล่นเกมซ่อนหา... ฉันก็จะแสดงให้มันเห็นว่าการโดนไล่ต้อนจนมุมมันน่ากลัวแค่ไหน"
"มินตรากำลังจะจัดงานเลี้ยงการกุศลในสัปดาห์หน้า" คุณหลวงธนาเอ่ยขึ้น พลางขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนกลิ่นหอมจางๆ ของยาสูบประจำตัวเขาปะทะจมูกรินลดา "นางจะเปิดตัวพินัยกรรมฉบับใหม่ที่ปลอมแปลงขึ้นมา ในคืนนั้นแหละที่นางจะกำจัดคุณให้พ้นทางด้วยข้อหาว่าคุณเป็นคนทรยศต่อตระกูล"
รินลดาเลิกคิ้ว สายตาเป็นประกายวาวโรจน์ "พินัยกรรมหรือคะ? ช่างประจวบเหมาะจริงๆ"
เธอหันไปมองออกนอกหน้าต่าง เห็นมินตรายืนจ้องมองขึ้นมาที่ระเบียงห้องของเธอจากสวนด้านล่าง แม้จะอยู่ไกล แต่รินลดารู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านมาถึงตรงนี้ มินตราไม่ได้ส่งนิ่มมาเพื่อล้วงความลับ แต่นางส่งมาเพื่อสร้างสถานการณ์ให้รินลดาดูเป็นผู้ร้ายในสายตาคนทั้งบ้าน!
"คุณหลวงคะ" รินลดาเรียกชายหนุ่มเสียงแผ่ว "ในคืนงานเลี้ยง... รบกวนคุณเตรียมเครื่องบันทึกเสียงและพยานที่ไว้ใจได้ให้พร้อมด้วยนะคะ เพราะมินตราคงไม่รู้หรอกว่า... พินัยกรรมที่นางถือไว้ในมือ แท้จริงแล้วมันคือใบเสร็จรับเงินที่นางโกงเงินกองทุนมาตลอดหลายปี"
"คุณทำอะไรลงไป?" คุณหลวงธนาถามด้วยความประหลาดใจ
รินลดาคลี่ยิ้มหวานจนหยาดเยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่สวยงามแต่ดูน่ากลัวที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น "ฉันแค่สลับมันค่ะ... สลับต้นฉบับกับของปลอมที่ฉันเตรียมไว้ให้คนโง่เขลาอย่างนางได้เชยชมในวินาทีที่นางคิดว่าตนเองเป็นผู้ชนะ"
ทว่าทันใดนั้น เสียงประตูห้องของรินลดาก็ถูกผลักออกอย่างแรง โดยไม่มีแม้แต่เสียงเคาะ! มินตราก้าวเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าที่นิ่งสนิท ทว่าดวงตากลับวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัดที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากใจดี เธอถือพินัยกรรมฉบับหนึ่งไว้ในมือแน่น
"รินลดา... พี่ว่าเราคงต้องคุยกันเรื่องมารยาทในการเก็บของส่วนตัวของคนอื่นหน่อยนะ" มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าขณะยื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้รินลดาดู มันคือจดหมายที่รินลดาคิดว่าซ่อนไว้มิดชิดที่สุด แต่มันกลับไปอยู่ในมือของมินตราได้เสียอย่างนั้น!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเกมหักเหลี่ยมเฉือนคมในครั้งนี้ แล้วมาพบกันในความลับบทถัดไปนะคะ มนตรากรรมสะท้อนค่ะ
รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง•ตอนที่ 9
ผู้ดีฟาดเงียบ
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!