“ดื่มเสียสิคะ พี่มินตรา... กาแฟสูตรพิเศษที่รินตั้งใจชงให้ เพื่อเป็นการต้อนรับความสำเร็จในโปรเจกต์ใหม่ของพี่”
รินลดาวางถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตาลงบนโต๊ะไม้สักขัดเงา กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดอบอวลไปทั่วห้องรับรอง แต่สำหรับมินตรา กลิ่นนั้นกลับดูประหลาด มันมีกลิ่นจางๆ ของอัลมอนด์ขมที่เธอคุ้นเคยดีลอยแทรกขึ้นมาจมูก หญิงสาวผู้มีใบหน้าอ่อนหวานดุจนักบุญชะงักมือที่กำลังจะหยิบแก้ว ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังจับผิดสัตว์ร้ายในคราบลูกแกะ
มินตราไม่ได้หยิบแก้วขึ้นมาดื่ม เธอเพียงแค่ใช้นิ้วเรียวสวยกรีดกรายไปตามขอบแก้วอย่างเชื่องช้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นฉีกยิ้มที่ดูใจดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ “รินดูเปลี่ยนไปนะ ตั้งแต่กลับมาจากต่างประเทศ คราวก่อนก็เพิ่งมีข่าวลือเรื่องการโอนหุ้น... นี่เธอกำลังจะทำอะไรกันแน่หืม?”
รินลดาไม่ตอบ เธอเพียงแค่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาทรงเสน่ห์คู่นั้นจ้องมองพี่สาวต่างสายเลือดนิ่ง ราวกับกำลังอ่านหนังสือที่เธออ่านจบไปแล้วหลายรอบ “รินก็แค่ทำในสิ่งที่ควรทำค่ะ พี่มินตรา... ในเมื่อของบางอย่างมันไม่เคยเป็นของพี่ตั้งแต่แรก การเอาคืนก็คงไม่ใช่เรื่องผิดบาปอะไร ใช่ไหมคะ?”
บรรยากาศในห้องเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาบนฝาผนังดังชัดเจน มินตราแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แฝงไปด้วยความเวทนา “โถ่ รินลดา... เธอยังเด็กนักที่คิดจะเล่นเกมนี้กับพี่ คนอย่างเธอหรือจะสู้กับกระแสธารที่พี่สร้างไว้ได้ อย่าลืมสิว่าใครกันที่เป็นคนชุบเลี้ยงเธอขึ้นมาตอนที่เธอไม่เหลือใคร”
“ชุบเลี้ยง หรือ... กักขังคะ?” รินลดาทวนคำ เสียงราบเรียบแต่คมกริบดั่งใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง “ความเมตตาของพี่ มันราคาแพงเกินกว่าที่รินจะแบกรับไหว วันนี้รินเลยขอนำดอกเบี้ยของความเมตตานั้นมาคืนให้พี่เป็นก้อนใหญ่ พี่ดื่มกาแฟแก้วนี้เถอะค่ะ... แล้วเราจะได้รู้กันว่า ใครกันแน่ที่กำลังจะสูญสิ้นทุกอย่าง”
มินตรามองแก้วกาแฟสลับกับใบหน้าของน้องสาวที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลัง เธอตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่า รินลดาตรงหน้าไม่ใช่คนเดิมที่เธอเคยควบคุมได้ง่ายๆ อีกต่อไป กลิ่นอายความตายไม่ได้มาจากกาแฟแก้วนี้ แต่มันแผ่ออกมาจากตัวของรินลดาเอง ต่างหาก
“เธอวางยาพิษฉันหรือรินลดา?” มินตราถามด้วยน้ำเสียงต่ำพร่า
รินลดาไม่ตอบ เธอทำเพียงแค่ลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินอ้อมไปข้างหลังมินตรา แล้วโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงนั้นแผ่วหวานราวกับกำลังบอกรัก “พิษน่ะ... มันมีหลายรูปแบบค่ะพี่มินตรา บางชนิดทำให้ตายทันที แต่บางชนิด... มันค่อยๆ กัดกินหัวใจให้เจ็บปวดจนอยากตายไปเสียตอนนี้ พี่เลือกเอาเองนะคะว่าอยากจบแบบไหน”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องรับรอง ก่อนที่ประตูจะถูกผลักเปิดออกกว้าง คุณหลวงธนาปรากฏตัวขึ้นในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับเปล่งประกายด้วยความสะใจอย่างปิดไม่มิด ในมือของเขาถือเอกสารสำคัญปึกหนึ่งที่สามารถทำให้ตระกูลของมินตราล่มสลายได้เพียงแค่พลิกกระดาษ
“ไม่ต้องดื่มหรอกครับคุณมินตรา... เพราะวันนี้ ผมไม่ได้มาเพื่อคุยเรื่องกาแฟ” คุณหลวงธนาพูดพลางโยนเอกสารลงบนโต๊ะ “ผมมาเพื่อบอกคุณว่า เกมที่คุณเป็นคนเริ่มไว้เมื่อสิบปีก่อน วันนี้มันสิ้นสุดลงแล้ว และคนที่กำลังจะรับโทษทัณฑ์... ก็คือตัวคุณเอง”
มินตราชะงัก ใบหน้าซีดเผือดลงถนัดตา เธอรู้ดีว่าหากเอกสารเหล่านี้ถึงมือตำรวจ ชีวิตที่หรูหราและอำนาจที่เธอไขว่คว้ามาด้วยการเหยียบย่ำผู้อื่นจะมลายหายไปในพริบตา แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากโต้ตอบ เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้นพร้อมกันหลายสายจากนักข่าวและหุ้นส่วนคนสำคัญ
“ไม่จริง... เป็นไปไม่ได้!” มินตราลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้ล้มลงกับพื้น เธอหันไปมองรินลดาที่ยืนยิ้มหวานอย่างผู้ชนะ
รินลดาหยิบถ้วยกาแฟนั้นขึ้นมา แล้วจิบเพียงนิดเดียวต่อหน้ามินตรา ก่อนจะวางมันลงช้าๆ “พี่คะ... ลืมบอกไป กาแฟนี่น่ะ ไม่ได้ผสมยาพิษหรอกค่ะ แต่ในเอกสารที่พี่ถืออยู่นั่น... มันมีหลักฐานชิ้นสำคัญที่พี่ซ่อนไว้ในห้องนิรภัยชั้นใต้ดินด้วยนะ ซึ่งรินบังเอิญไปเจอมาเมื่อเช้านี้พอดี”
มินตราถอยหลังกรูดไปชนกับตู้โชว์แก้วจนมันสั่นสะเทือน เธอมองเห็นรินลดาที่ค่อยๆ เดินเข้ามาหาอย่างใจเย็น แววตาของรินลดาสะท้อนภาพของมินตราที่กำลังพังทลายลงอย่างช้าๆ รินลดาหยิบโทรศัพท์เครื่องหนึ่งขึ้นมา แล้วกดบันทึกเสียงบางอย่างให้มินตราฟัง... เสียงการสนทนาเมื่อสิบปีก่อน ที่มินตราเป็นคนสั่งให้กำจัดใครบางคน!
มินตราตัวสั่นเทา ความกลัวเข้าครอบงำจนแทบสิ้นสติ เธอหันไปมองคุณหลวงธนาที่ยืนกอดอกนิ่งราวกับยมทูตที่รอเวลาเก็บเกี่ยววิญญาณ ทันใดนั้น ไฟในห้องก็ดับพรึบลงโดยไม่มีสาเหตุ ทิ้งให้ทั้งห้องจมอยู่ในความมืดมิดที่มีเพียงเสียงหายใจหอบถี่ของมินตรา
เมื่อไฟสว่างขึ้นอีกครั้ง... มินตราพบว่าคุณหลวงธนาหายไปแล้ว เหลือเพียงรินลดาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม พร้อมกับมีดสั้นที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าเธอ และรอยยิ้มที่ทำให้มินตราต้องหยุดหายใจ เพราะสิ่งที่วางอยู่ข้างมีดสั้นนั้น คือจดหมายฉบับหนึ่งที่มีลายเซ็นของผู้ที่ทุกคนคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่สิบปีก่อน... คนที่มินตราเป็นคนลงมือฆ่ากับมือ!
หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับเกมแค้นในครั้งนี้ แล้วมาพบกันในความลับบทถัดไปนะคะ มนตรากรรมสะท้อนค่ะ
รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง•ตอนที่ 10
กลิ่นอายความตาย
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!