"ถ้าการตายของแกเมื่อสิบปีก่อนคือการแสดงที่สมบูรณ์แบบ งั้นบทส่งท้ายของคืนนี้... ฉันจะเป็นคนเขียนให้เองค่ะ"
รินลดากล่าวประโยคนี้ออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงโครงสร้างของคฤหาสน์ร้างริมผา สายฝนที่สาดซัดเข้ามาตามช่องหน้าต่างที่แตกละเอียดไม่ได้ทำให้คนตรงหน้าสะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม—รอยยิ้มบนใบหน้าของ 'พสุธา' ที่ทุกคนต่างสาปส่งให้เป็นเถ้าถ่านเมื่อสิบปีก่อน กลับมามีชีวิตอีกครั้งในรูปโฉมที่ดูดิบเถื่อนและเย็นเยียบกว่าเดิม
มินตราที่ยืนอยู่ข้างกายรินลดาในตอนแรก กลับถอยกรูดไปพิงผนังด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าสวยหวานที่เคยปั้นแต่งไว้บิดเบี้ยวจนน่าเกลียด เธอชี้มือสั่นเทาไปที่ชายปริศนา "แก... แกมันผี! แกตายไปแล้ว! ฉันเห็นกับตาว่าศพแกถูกไฟคลอกจนไหม้เกรียม!"
"ศพตัวปลอมที่พวกเธอปั้นแต่งขึ้นมาเพื่อปิดปากความจริงน่ะเหรอครับ?" พสุธาก้าวเท้าผ่านแอ่งน้ำบนพื้นหิน ดั่งนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม "ความแค้นน่ะ ไม่ใช่น้ำมันหอมระเหยที่จางหายไปง่ายๆ หรอกนะมินตรา มันคือรากเน่าที่ฝังอยู่ในตระกูลของเธอ... และวันนี้ รากนั้นกำลังจะถูกถอนออกทั้งระบบ"
รินลดาสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายฝนผสมกลิ่นคาวสนิมในอากาศทำให้สัญชาตญาณเธอกรีดร้อง เธอไม่ได้กลัว แต่เธอกำลังคำนวณ ความลับที่ถูกเก็บงำไว้ในลิ้นชักที่สามของตู้เอกสารในบ้านมินตราผุดขึ้นมาในหัว ในนั้นมีบันทึกการโอนเงินเข้าบัญชีลับที่ชื่อ 'พสุธา' ในช่วงสองปีให้หลัง... นี่ไม่ใช่การกลับมาของผีร้าย แต่นี่คือการกลับมาของ 'หมาก' ที่เธอมองข้ามไป
"คุณวางแผนมานานแค่ไหนคะ?" รินลดาถามพลางขยับมือไปที่ข้างเอวอย่างแนบเนียน เธอซ่อนมีดสั้นไว้ใต้ชายกระโปรงผ้าไหมยาว "การยอมให้ตัวเองถูกลืม เพื่อรอจังหวะที่พวกเรากำลังหันมาฆ่ากันเองงั้นหรือคะ? แผนนี้น่าประทับใจ แต่เสียดายที่มันมีจุดโหว่"
พสุธาหยุดกึก รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษนั้นขยายกว้างขึ้น "จุดโหว่งั้นหรือ? บอกผมสิ รินลดา... ผู้หญิงที่เคยไร้ทางสู้คนนั้นหายไปไหนแล้ว? เหลือแต่ผู้หญิงที่พยายามจะทำตัวเป็นพระเจ้าตัดสินโชคชะตาคนอื่นอยู่ตรงนี้"
"ฉันไม่ได้ทำตัวเป็นพระเจ้าค่ะ" รินลดาขยับยิ้มหวาน—รอยยิ้มที่เย็นจนบาดลึกถึงกระดูก "ฉันแค่เป็นคนเก็บกวาดเศษซากขยะที่มันสกปรกเกินกว่าจะปล่อยให้ลอยนวลอยู่ในสังคมได้ต่างหาก และคืนนี้... คุณคือขยะชิ้นใหญ่ที่สุดที่ฉันต้องจัดการ"
ฉับพลันนั้น เสียงปืนดังสนั่นก้องไปทั่วห้อง พสุธาหลบได้ทันท่วงที แต่กระสุนเฉี่ยวผ่านแก้มจนเลือดสีแดงฉานอาบใบหน้า มินตรากรีดร้องอย่างเสียสติ แต่รินลดากลับไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ เธอพุ่งตัวเข้าหาชายหนุ่มด้วยความเร็วที่เหนือความคาดหมาย ทั้งคู่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของคฤหาสน์ ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยเจตนาฆ่า
"แกคิดว่าฉันจะมาคนเดียวงั้นเหรอ!" พสุธาคำรามข้างหูเธอ พร้อมกับควักเครื่องสื่อสารขนาดเล็กออกมา "พวกเธอมันก็แค่ตัวหมากในเกมที่ถูกเซ็ตอัพไว้เพื่อจุดจบที่แสนสวยงาม... ดูนั่นสิ!"
ไฟในห้องที่ติดๆ ดับๆ พลันสว่างวาบขึ้นด้วยแสงจากโปรเจกเตอร์ที่ถูกซ่อนไว้บนเพดาน ภาพเหตุการณ์ในอดีต—ภาพการวางเพลิงเมื่อสิบปีก่อน—ปรากฏชัดบนผนังห้อง ภาพมินตรากำลังยืนถือตะเกียงไฟในคืนนั้น พร้อมกับเสียงสนทนาที่ถูกอัดไว้ชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
มินตราทรุดเข่าลงกับพื้น ดวงตาเบิกโพลง "ไม่... ไม่จริง... แกแอบอัดเสียงไว้รึ!"
รินลดาผละออกจากพสุธา จ้องมองภาพบนผนังด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ทว่าลึกๆ ในใจเธอกำลังสั่นไหว นี่ไม่ใช่แค่การล้างแค้นของเธอ แต่มันคือการแฉครั้งใหญ่ที่กำลังจะทำลายทุกอย่างที่เธอสร้างมาพร้อมกับความพินาศของตระกูลมินตรา พสุธาไม่ได้มาเพื่อช่วยเหลือใคร เขามาเพื่อทำลายทุกคนให้พินาศไปด้วยกัน
"สนุกพอหรือยังครับ?" พสุธาหัวเราะร่า ท่ามกลางเสียงฝนที่โหมกระหน่ำหนักขึ้นกว่าเดิมจนหลังคาคฤหาสน์สั่นสะท้าน "ยังมีความลับอีกอย่างที่รินลดา... เธออาจจะยังไม่รู้ว่า 'ใคร' เป็นคนจ่ายเงินก้อนโตให้ฉันในช่วงห้าปีที่ผ่านมา เพื่อให้ฉันแสร้งทำเป็นตาย และรอวันจัดการเธอ"
รินลดานิ่งงัน หัวใจกระตุกวูบ เธอหันไปมองเงาดำที่ยืนอยู่ตรงประตูทางเข้า... ชายผู้ที่เธอไว้ใจที่สุด ผู้ที่ยืนหยัดเคียงข้างเธอมาตลอด—คุณหลวงธนา
เขาก้าวออกมาจากเงามืด แสงฟ้าแลบเผยให้เห็นใบหน้าที่เรียบเฉย ไร้ซึ่งความสงสาร แต่เต็มไปด้วยความอำมหิตที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ในมือเขากำปืนกระบอกใหญ่ที่เล็งมาทางเธออย่างมั่นคง
"คนดีๆ อย่างเธอ... ไม่เหมาะกับโลกที่เต็มไปด้วยความโสมมแบบนี้หรอกนะ รินลดา" คุณหลวงธนากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเหมือนทุกครั้งที่เขาเอ่ยชมเธอ แต่ครั้งนี้... มันกลับเย็นชาจนหยุดลมหายใจ "ขอบคุณที่ทำหน้าที่ 'ตัวล่อ' ได้ดีเยี่ยม จนถึงวินาทีสุดท้าย... แต่น่าเสียดาย ที่บทของเธอต้องจบลงตรงนี้ พร้อมกับความแค้นที่ไม่มีวันได้ชำระ"
กระบอกปืนสั่นไหวเล็กน้อยตามจังหวะชีพจรของคนถือ รินลดายืนตัวแข็งทื่ออยู่กึ่งกลางระหว่างพสุธาผู้เป็นศัตรู และชายผู้เป็นที่รักซึ่งกลายเป็นเพชฌฆาตในวินาทีที่เธอคิดว่าชัยชนะอยู่แค่เอื้อม นี่ไม่ใช่เกมล้างแค้นธรรมดา แต่มันคือการทรยศครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเธอ
ท่ามกลางเสียงฝนที่กลบทุกเสียงสะอื้นและเสียงกรีดร้อง ลำกล้องปืนของคุณหลวงธนาเลื่อนมาจ่อที่ขมับของเธออย่างแผ่วเบา พร้อมกับกระซิบที่แว่วมาตามลม "ไม่ต้องห่วงนะ... ผมจะดูแลมรดกทั้งหมดของเธอ... ในฐานะที่ผมเป็นคนส่งเธอไปลงนรกเอง"
ความหวังสุดท้ายมอดดับลง รินลดากัดริมฝีปากจนห้อเลือด ก่อนจะยกยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยันให้กับปลายกระบอกปืน เธอรู้แล้วว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้... เพราะรอยแผลที่เขาทิ้งไว้บนร่างกายเธอในวันแรกที่พบกัน ไม่ใช่รอยแผลจากการช่วยชีวิต แต่เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นเจ้าของที่เขาต้องการทวงคืนตั้งแต่ต้น!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามเส้นทางเลือดของรินลดามาจนถึงตอนนี้นะคะ มนตรากรรมสะท้อนสัญญาว่าจะไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวังในบทสรุปที่กำลังจะมาถึงค่ะ
รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง•ตอนที่ 17
เดิมพันด้วยชีวิต
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!