จังหวะเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง... หนักแน่น สม่ำเสมอ และเปี่ยมไปด้วยอำนาจเหนือความตาย รินลดารู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่แล่นปราดจากปลายนิ้วเท้าขึ้นสู่ขั้วหัวใจ มือเรียวบางของเธอสั่นระริกโดยไม่ตั้งใจ ก่อนจะถูกกอบกุมไว้ด้วยมือที่หนาและอบอุ่นของคุณหลวงธนา เขาส่งสายตาที่แข็งกร้าวแต่แฝงความนิ่งสงบให้เธอ เป็นสัญญาณเตือนว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะยืนหยัดอยู่เคียงข้างเธอเสมอ
“เปิดเถอะครับ” คุณหลวงธนาเอ่ยเสียงต่ำ แววตาของเขาไม่ได้สั่นไหวไปกับเสียงเคาะนั้น “ถ้าวิญญาณจะกลับมาทวงแค้น ก็น่าจะเป็นคิวของเราที่จะพิพากษาพวกมันก่อน”
รินลดาสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นน้ำหอมจางๆ ในห้องรับรองดูจะกลายเป็นกลิ่นอายของความตายในทันที เธอหมุนตัวเดินไปที่บานประตูไม้สักหนักๆ นั้น จังหวะที่บิดลูกบิดประตู รินลดาบอกตัวเองว่าเธอไม่ใช่เด็กสาวผู้ขลาดเขลาก่อนที่ความตายจะพรากทุกอย่างไปอีกแล้ว เธอคือ ‘มนตรากรรม’ ที่ถูกหล่อหลอมด้วยความแค้น
ประตูเปิดออก...
ร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ได้สวมชุดขาวโพลนเหมือนวิญญาณที่เธอกลัว แต่มันคือผู้ชายในชุดสูทสีเทาหม่นที่ดูคุ้นตาจนน่าขนลุก ใบหน้าซีกซ้ายถูกซ่อนไว้ภายใต้ปีกหมวก และกลิ่นซิการ์ราคาถูกที่ลอยมาแตะจมูกก็ทำเอารินลดาเกือบสำลักลมหายใจ เพราะมันเป็นกลิ่นเดียวกันกับคนที่เธอ ‘ฝัง’ ไปกับมือเมื่อสิบปีก่อน
“นึกว่าลืมกันไปเสียแล้ว... น้องสาวที่รัก” น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว รินลดาตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป
“คุณอา... คุณอาพงษ์พัฒน์?” เธอเค้นเสียงออกมาได้เพียงแค่นั้น
ชายคนนั้นก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับเชิญ เขาส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชไปยังคุณหลวงธนา ก่อนจะหยุดสายตาลงที่รินลดา “สิบปีที่นรกไม่มีต้อนรับพี่ชายอย่างฉัน เพราะฉันยังมีหนี้ที่ต้องชำระกับครอบครัวคนบาป... มินตราคงบอกน้องใช่ไหมว่าฉันตายไปแล้ว? หึ... พี่สาวแสนดีของน้องนี่ร้ายลึกกว่าที่คิดจริงๆ”
คุณหลวงธนาขยับตัวขวางระหว่างรินลดากับชายที่ควรจะตายไปแล้ว “ตายหรือไม่ตายไม่สำคัญ แต่การที่คุณโผล่มาตอนนี้ มันผิดจังหวะไปหน่อยคุณพงษ์พัฒน์ หรือว่ามินตราเป็นคนส่งคุณมาเพื่อขัดขวางแผนการของเรา?”
พงษ์พัฒน์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนเศษแก้วบาดลึกในใจคนฟัง “มินตราน่ะเหรอ? แม่นางฟ้าจอมปลอมนั่นเพิ่งส่งเงินมาให้ฉันเมื่อวาน เพื่อให้ฉันหายสาบสูญไปตลอดกาล แต่ก็นะ... ความแค้นมันทำให้คนตายฟื้นได้เสมอ โดยเฉพาะตอนที่ได้รู้ว่าน้องสาวที่รักของฉันกำลังจะดึงเอาความลับของตระกูลเราออกมาประจาน”
รินลดากำหมัดแน่นเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือจนเลือดซึม เธอสังเกตเห็นบางอย่าง... รอยแผลเป็นบนมือขวาของเขา มันเป็นรอยเดียวกับคนที่เธอเคยเห็นในภาพถ่ายเหตุการณ์เพลิงไหม้วันที่พ่อแม่ของเธอเสียชีวิต! ทุกอย่างเชื่อมโยงกันอย่างน่าสยดสยอง
“คุณไม่ใช่พงษ์พัฒน์ตัวจริง” รินลดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและมั่นคง เธอเริ่มมองเห็นความผิดปกติในแววตาของชายตรงหน้า “พงษ์พัฒน์อาของฉันไม่มีทางเรียกฉันว่าน้องสาว เขาเกลียดฉันจนเข้ากระดูกดำตั้งแต่วันแรกที่ฉันเกิดมาในตระกูลนี้... คุณเป็นใครกันแน่?”
ชายคนนั้นชะงัก รอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้า แทนที่ด้วยแววตาดุดัน “สมกับที่เป็นเด็กที่มินตรากลัวนักกลัวหนา... ฉลาดจนน่ารำคาญจริงๆ”
เขากระชากหมวกออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นประหลาดที่หลังหู ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของหน่วย ‘เงา’ ที่มินตราเคยจ้างวานมาเพื่อจัดการกับเธอในอดีต คุณหลวงธนาไม่รอช้า พุ่งตัวเข้าประชิดตัวชายคนนั้นทันที การต่อสู้ในห้องรับรองเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและดุดัน รินลดายืนมองภาพเหตุการณ์นั้นด้วยจิตใจที่นิ่งสงบ เธอรู้ดีว่านี่คือหมากตัวแรกที่มินตราใช้เพื่อทดสอบความแข็งแกร่งของเธอ
“จับมันไว้! อย่าให้มันตายก่อนที่จะพูดความจริง!” รินลดาสั่งการ เสียงของเธอเฉียบขาดราวกับผู้สั่งประหาร
ทว่า ในขณะที่คุณหลวงธนากำลังจะล็อคตัวชายคนนั้นได้ เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าของรินลดาก็ดังขึ้น เป็นสายเรียกเข้าจากเบอร์ที่เธอไม่ได้เมมชื่อไว้ เธอรับสายด้วยมือที่นิ่งสนิท
“รินลดา... เกมสนุกไหมจ๊ะ?” เสียงหวานนุ่มที่แสนคุ้นเคยของมินตราดังลอดออกมา “พี่เสียใจนะที่คนของพี่ทำงานพลาดไปหน่อย แต่จำไว้นะ... รอยแค้นที่เธอขุดขึ้นมาน่ะ มันไม่ได้ฝังแค่คนตายหรอก แต่มันกำลังจะฝังเธอทั้งเป็นในคืนนี้... หันไปมองที่หน้าต่างสิ พี่เตรียมของขวัญไว้ให้”
รินลดาหันไปมองหน้าต่างกระจกบานใหญ่ตามคำสั่ง ทันทีที่สายตาปะทะกับภาพเบื้องล่าง หัวใจของเธอก็แทบหยุดเต้น รถสีดำสนิทหลายคันพุ่งเข้าปิดล้อมคฤหาสน์ของเธอไว้ และชายในชุดเครื่องแบบตำรวจที่เธอไว้วางใจที่สุด กลับเดินลงมาพร้อมกับหมายจับในคดีฆาตกรรม... โดยที่ชื่อในหมายจับนั้น ไม่ใช่ชื่อของมินตรา แต่เป็นชื่อของเธอ ‘รินลดา’
ความมืดมิดในยามค่ำคืนกำลังจะกลืนกินทุกอย่างที่เธอสร้างมา คุณหลวงธนามองมาที่เธอด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป... เขาไม่ได้ดูตกใจ แต่เขากำลังมองเธอเหมือนคนแปลกหน้า
“รินลดา... นี่คือสิ่งที่คุณวางแผนไว้หรือเปล่า?” เขาถามเสียงแผ่ว
คำถามนั้นทำให้รินลดาตระหนักได้ว่า... หรือนี่คือกับดักที่ซ้อนกับดักอีกชั้นหนึ่ง โดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัวว่าเผลอเดินหมากพลาดไปตั้งแต่ตอนไหนกัน?
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับรอยแค้นครั้งนี้ มนตรากรรมสะท้อนจะพาทุกท่านไปพบกับความจริงในตอนถัดไปนะคะ
รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง•ตอนที่ 27
บทที่ 27
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!