“คุณกำลังเล่นเกมที่คนคุมกฎอย่างคุณหลวงธนาไม่มีทางอนุญาตให้ใครชนะ... ใช่ไหมคะ?”
รินลดาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องทำงานส่วนตัวของคุณหลวงธนา กลิ่นซิการ์ราคาแพงเจือจางอยู่ในอากาศ ผสมปนเปกับกลิ่นน้ำหอมเย็นเยียบของชายหนุ่มตรงหน้า เธอไม่ได้ขยับตัวหนี แต่อาศัยจังหวะที่เขากำลังก้าวเข้ามาใกล้ ปลดปล่อยแววตาที่ครั้งหนึ่งเคยอ่อนต่อโลกให้กลายเป็นคมมีดที่ซ่อนอยู่หลังม่านขนตาหนา
คุณหลวงธนาชะงักฝีเท้า รอยยิ้มที่มุมปากกว้างขึ้นจนดูน่ากลัว เขาไม่ได้ตอบทันที แต่กลับหยิบแก้วคริสตัลที่มีของเหลวสีอำพันวางลงบนโต๊ะไม้สักแกะสลัก เสียงกังวานของแก้วที่กระทบพื้นโต๊ะดังบาดหูเหมือนเสียงเคาะโลงศพ
“คนคุมกฎงั้นหรือ?” เขาพึมพำ น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของเสือที่จวนเจียนจะตะปบเหยื่อ “รินลดา... คุณก็น่าจะรู้ดีว่าในโลกของพวกเรา ไม่เคยมีใครเป็นผู้คุมกฎหรอกค่ะ มีแต่คนที่กินเหยื่อ กับเหยื่อที่กำลังจะถูกกลืนกิน... และคุณกำลังเลือกที่จะเป็นอย่างหลังด้วยความเต็มใจ”
รินลดากระตุกยิ้มที่มุมปาก มือเรียวบางที่วางอยู่บนตักจิกเล็บลงบนเนื้อผ้าจนสั่นน้อยๆ เธอรู้ดีว่านี่คือวินาทีชี้ชะตา หากเธอถอยก้าวหนึ่ง เธอจะกลายเป็นเพียงหมากที่เขาใช้สอยตามใจ แต่ถ้าเธอรุก... เธออาจจะถูกเขาทุบจนแหลกคามือ
“ถ้าดิฉันเป็นเหยื่อ คุณหลวงก็คงไม่ใช่พรานที่ใจดีนักหรอกนะคะ” รินลดาขยับกายลุกขึ้นยืน เผชิญหน้ากับร่างสูงที่สูงกว่าเธอเกือบหนึ่งช่วงศีรษะ “เพราะสิ่งที่มินตราพยายามปกปิดไว้ในสมุดบัญชีเล่มนั้น มันไม่ได้มีแค่เรื่องเงินทอง... แต่มันคือหลักฐานว่าใครเป็นคนฆ่าแม่ของดิฉัน”
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที ราวกับอากาศถูกสูบออกจนหมดสิ้น ความอบอุ่นจอมปลอมหายไป เหลือเพียงแรงกดดันที่ทำให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ดวงตาของคุณหลวงธนาวาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมานิ่งสนิทเหมือนผืนน้ำที่ไร้คลื่น
“คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังขุดรากถอนโคนต้นไม้ที่ใหญ่เกินกว่าที่มือเล็กๆ ของคุณจะถอนได้” เขาขยับเข้ามาใกล้จนรินลดาได้กลิ่นลมหายใจที่อบอวลด้วยความอันตราย “มินตราไม่ใช่แค่นางงูพิษ เธอคือรังของงูเห่าทั้งฝูง ถ้าคุณสะกิดมันขึ้นมา คุณคิดหรือว่าคุณจะมีชีวิตรอดไปดูความพินาศของเธอ?”
“ถ้าชีวิตนี้ดิฉันไม่เคยมีค่าในสายตาใครตั้งแต่ต้น การได้เห็นความตายของศัตรู... ก็ถือเป็นกำไรชีวิตที่คุ้มค่าแล้วค่ะ” รินลดาเชิดหน้าขึ้น สายตาของเธอสะท้อนความเคียดแค้นที่สั่งสมมานานปี “คุณหลวงช่วยดิฉันเพราะอยากแก้แค้นให้ตระกูลของคุณ หรือเพราะอยากให้ดิฉันเป็นมือที่แปดเปื้อนแทนคุณกันแน่คะ?”
คุณหลวงธนาแค่นหัวเราะในลำคอ เขายื่นมือหนาออกมาเชยคางหญิงสาวขึ้น แรงบีบที่คางนั้นหนักหน่วงแต่แฝงไว้ด้วยความหลงใหลที่ยากจะอธิบาย “ทั้งสองอย่างค่ะรินลดา... แต่จำไว้ให้ดี ในเกมนี้ ห้ามมีความสงสารเป็นเครื่องต่อรองเด็ดขาด เพราะถ้าคุณใจอ่อนเมื่อไหร่ คนที่จะถูกกำจัดเป็นคนแรกไม่ใช่เธอ แต่เป็นคุณ”
ขณะที่รินลดากำลังจะตอบโต้ เสียงเคาะประตูจังหวะหนักๆ ก็ดังแทรกเข้ามาขัดจังหวะการเผชิญหน้าที่กำลังเดือดพล่าน ทั้งสองผละออกจากกันด้วยสัญชาตญาณ รินลดารีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติในเสี้ยววินาที
“เข้ามา” คุณหลวงธนาสั่งเสียงเรียบ
ประตูไม้บานใหญ่เปิดออกอย่างช้าๆ ร่างของมินตราปรากฏขึ้นในชุดผ้าไหมสีครีมดูอ่อนโยนและสูงส่ง ทว่าดวงตาของเธอกลับกราดมองไปรอบห้องราวกับกำลังมองหาพิรุธ เธอถือถาดน้ำชาเข้ามาด้วยท่าทางของพี่สาวที่แสนดี แต่รอยยิ้มที่มอบให้นั้นกลับแฝงไปด้วยเขี้ยวเล็บ
“ยังไม่นอนกันอีกหรือคะน้องริน พี่เห็นไฟในห้องทำงานคุณหลวงยังสว่างอยู่ เลยยกชามาให้... หวังว่าจะไม่เป็นการรบกวนเวลาสำคัญของพวกคุณนะจ๊ะ” มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหยด แต่มือที่ถือถาดชาสั่นน้อยๆ อย่างไม่อาจปกปิด
รินลดาหันไปยิ้มตอบ เป็นยิ้มที่สวยงามแต่เย็นเยียบจนมินตราต้องชะงัก “ไม่เลยค่ะพี่มินตรา เราแค่กำลังปรึกษาเรื่อง ‘บัญชีเก่า’ ที่ค้างคากันอยู่พอดี พี่มินตราสนใจจะร่วมวงด้วยไหมคะ?”
รอยยิ้มของมินตราแข็งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ คลี่ออกเป็นรอยยิ้มที่ดูน่าขนลุกกว่าเดิม “เรื่องบัญชี? พี่ว่าเรื่องเหล่านั้นมันตายไปพร้อมกับคนทำแล้วนะคะน้องริน... จะขุดมันขึ้นมาให้เสียเวลาทำไม”
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์สายตรงในห้องทำงานของคุณหลวงธนาก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ ทั้งสามคนมองไปยังโทรศัพท์เครื่องนั้นพร้อมกันด้วยความรู้สึกที่ต่างกัน คุณหลวงธนารับสายด้วยมือข้างเดียว ก่อนที่สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาหันมาสบตารินลดาด้วยแววตาที่บอกว่า ‘หายนะมาเยือนแล้ว’
“เกิดอะไรขึ้นคะ?” มินตราถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามคุมให้เป็นปกติ แต่รินลดาเห็นชัดว่ามือของเธอกำถาดชาแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
คุณหลวงธนาวางสายลงช้าๆ พลางจ้องมองมินตราด้วยแววตาที่เหมือนจะกรีดร่างเธอออกเป็นชิ้นๆ “ทางโรงพยาบาลเพิ่งโทรมาแจ้ง... พยานปากเอกในคดีลอบวางเพลิงบ้านคุณ เมื่อสิบห้าปีก่อน เพิ่งจะฟื้นขึ้นมาและกำลังขอพบ ‘ลูกสาวคนเล็กของตระกูล’ โดยเฉพาะเลยครับ”
มินตราหน้าถอดสี รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษละลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด รินลดาค่อยๆ ก้าวเท้าออกไปข้างหน้าทีละก้าว แต่ละก้าวของเธอเหมือนเสียงระฆังแห่งความตายที่ดังใกล้เข้ามาหาพี่สาวผู้ทรยศ
“ดูเหมือนกรรมที่พี่ก่อ... กำลังจะต้อนพี่เข้ามุมแล้วนะคะ พี่มินตรา”
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของรินลดามาจนถึงวินาทีที่ความจริงเริ่มถูกเปิดเผยนะคะ มนตรากรรมสะท้อนสัญญาว่าจะไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวังในตอนต่อไปแน่นอนค่ะ
รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง•ตอนที่ 24
บทที่ 24
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!