"พี่มินตราคะ... รอยยิ้มบนหน้าพี่ตอนนี้ มันช่างงดงามราวกับดอกไม้ที่บานสะพรั่งอยู่บนหลุมศพเลยนะคะ"
รินลดาเอ่ยขึ้นพลางจิบชาเอิร์ลเกรย์ในแก้วกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตา เสียงช้อนเงินกระทบขอบแก้วดังแผ่วเบา ทว่าในโสตประสาทของคนฟัง มันกลับดังราวกับเสียงระฆังมรณะ มินตราที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามชะงักมือที่กำลังจะหยิบมาการองชิ้นงาม ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววเมตตาบัดนี้หรี่ลงเล็กน้อย แต่กระนั้นเธอก็ยังคงรักษาท่วงท่าสง่างามไว้ได้อย่างไร้ที่ติ
"รินพูดอะไรของเธอกันจ๊ะ พี่แค่ดีใจที่เห็นโครงการการกุศลของเราคืบหน้าไปได้ด้วยดี" มินตราตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราวกับเสียงดนตรี หากแต่รินลดาสังเกตเห็นเส้นเลือดที่เต้นตุบอยู่ตรงขมับของอีกฝ่ายได้ชัดเจน
"การกุศล... หรือการฟอกขาวให้สิ่งที่สกปรกกันแน่คะ?"
รินลดาวางแก้วชาลงอย่างใจเย็น เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องรับรองที่ตกแต่งอย่างหรูหรา ภาพวาดราคาแพงบนผนังและแจกันดอกไม้สดเหล่านั้น เป็นเพียงฉากหน้าของความฉ้อฉลที่มินตราใช้บังหน้ามาตลอดหลายปี "รินไปพบเอกสารบางอย่างมาค่ะ เอกสารที่เกี่ยวกับเงินกองทุนที่หายไป... แล้วบังเอิญเหลือเกินที่เส้นทางการเงินนั้น มันชี้ไปที่บัญชีลับของคนใกล้ตัวพี่มินตราเข้าพอดี"
บรรยากาศในห้องรับรองเงียบสนิทลงในฉับพลัน เสียงเครื่องปรับอากาศที่เคยเบาหวิวกลับกลายเป็นเสียงที่บาดหู มินตราขยับยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด ทว่าแววตาของเธอกลับเย็นเยียบจนคนมองรู้สึกถึงความหนาวเหน็บที่แล่นริ้วไปถึงกระดูกสันหลัง
"ริน... ความหวังดีน่ะเป็นเรื่องดีนะ แต่บางครั้งการรู้อะไรที่เกินตัวไป มันก็เหมือนการเอาคอไปพาดบนเขียงที่เขากำลังยกมีดเตรียมฟันลงมานะจ๊ะ" มินตราโน้มตัวไปข้างหน้า เสียงของเธอต่ำลงจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ "พี่เตือนด้วยความรัก... เหมือนที่พี่เคยเตือนรินเมื่อหลายปีก่อน จำได้ไหมว่าตอนนั้น รินต้องแลกกับอะไรบ้างถึงจะยังมีชีวิตมานั่งสั่งสอนพี่อยู่ตรงนี้?"
รินลดาแค่นยิ้มที่มุมปาก ในใจของเธอกำลังสั่นไหวด้วยความแค้นที่พุ่งพล่าน แต่บนใบหน้ากลับเรียบเฉยราวกับแผ่นน้ำแข็ง "ขอบคุณที่เตือนนะคะ แต่คราวนี้... มีดเล่มนั้นอาจจะไม่ใช่ของพี่มินตราคนเดียวหรอกค่ะ"
ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องรับรองก็ถูกเปิดออกโดยไม่ได้รับเชิญ คุณหลวงธนาย่างกรายเข้ามาด้วยท่าทีสุขุม แววตาของเขามีความหมายบางอย่างที่ส่งไปถึงรินลดาโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ย เขาหยุดยืนข้างหลังรินลดา มือหนาวางลงบนพนักเก้าอี้เบาๆ ราวกับเป็นการประกาศอาณัติเขต
"คุณมินตราครับ ดูเหมือนว่าการสนทนาของเราวันนี้จะมาถึงทางตันแล้วนะ" คุณหลวงธนาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เปี่ยมไปด้วยอำนาจ "เพราะสิ่งที่รินลดาพูด ไม่ใช่แค่ข้อสันนิษฐาน... แต่เป็นหลักฐานที่ตอนนี้ถูกส่งไปถึงมือเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนพิเศษเรียบร้อยแล้ว"
มินตราหน้าถอดสีไปวูบหนึ่ง ก่อนจะเค้นหัวเราะออกมาอย่างเหลืออด "หลักฐาน? ของปลอมน่ะสิ! แกคิดว่าอำนาจของพวกแกสองคนจะล้มฉันได้จริงๆ เหรอ ธนา? นายลืมไปแล้วหรือไงว่าใครเป็นคนกุมชะตาชีวิตตระกูลของนายไว้ตั้งแต่วันที่พ่อแกตาย!"
"ผมไม่เคยลืม" คุณหลวงธนาขยับเข้าไปใกล้มากขึ้น จนมินตราต้องถอยหลังไปพิงพนักโซฟา "แต่ที่ผมจำได้แม่นยิ่งกว่า คือวันที่คุณทำลายทุกอย่างที่ผมรัก... และวันนี้ ผมมาเพื่อทวงคืนความยุติธรรมที่ล่าช้าไปนานเหลือเกิน"
รินลดาลุกขึ้นยืน เธอเดินอ้อมไปหามินตราที่เริ่มมีอาการลนลาน เธอก้มลงกระซิบข้างหูหญิงสาวผู้เป็นพี่สาวต่างสายเลือดด้วยน้ำเสียงที่หวานหยด "อย่ากลัวไปเลยค่ะพี่มินตรา กรรมน่ะ... มันไม่เคยเดินช้าหรอกค่ะ มันแค่รอเวลาที่เหมาะสม เพื่อจะตบหน้าคนที่คิดว่าตัวเองอยู่เหนือกฎเกณฑ์ให้หน้าหันไปตลอดกาล"
ทว่าในวินาทีที่รินลดากำลังจะได้ลิ้มรสความสะใจ มินตรากลับหยุดชะงักความตื่นตระหนก เธอเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัวกว่าครั้งไหนๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดเปิดลำโพง
"ถ้าพวกคุณแน่ใจว่ากำจัดฉันได้... ก็ลองดูนี่หน่อยเป็นไง"
หน้าจอโทรศัพท์ฉายภาพสดจากกล้องวงจรปิดในห้องลับที่รินลดาและคุณหลวงธนาไม่เคยรู้ว่ามีอยู่จริง ภาพที่ปรากฏคือบุตรสาวคนเดียวของแม่บ้านผู้ภักดีต่อคุณหลวงธนากำลังถูกขังอยู่ในห้องที่เต็มไปด้วยก๊าซพิษที่เริ่มปล่อยออกมาทีละน้อย
"ชีวิตหนึ่งแลกกับหนึ่งคดีความ... รินลดา ธนา... พวกคุณจะเลือกอะไรดีคะ? จะยอมให้แผนการพังทลายลง หรือจะยอมปล่อยให้เด็กคนนั้นต้องตายเพราะความแค้นของพวกคุณ?"
รินลดาหน้าซีดเผือด แววตาที่เคยแข็งกร้าวสั่นระริก คุณหลวงธนาเองก็ถึงกับนิ่งงันด้วยความตกตะลึง ในตอนนั้นเอง เสียงข้อความเข้าในมือถือของรินลดาก็ดังขึ้น เป็นข้อความจากเบอร์ปริศนาที่ส่งภาพนิ่งมาเพียงภาพเดียว... ภาพที่เป็นความลับสุดยอดซึ่งสามารถพังทลายทั้งมินตรา และอาจจะลามไปถึงบุคคลสำคัญที่คอยหนุนหลังเธออยู่จนถึงรากเหง้า
นี่คือสงครามที่รินลดาไม่เคยเตรียมใจว่าจะต้องมาถึงจุดที่ต้องเลือกระหว่าง "ความแค้น" กับ "ลมหายใจของผู้อื่น"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างความจริงที่ปนเปื้อนด้วยรอยแค้นไปพร้อมกับมนตรากรรมสะท้อนนะคะ
รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง•ตอนที่ 33
บทที่ 33
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!