รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง•ตอนที่ 34

บทที่ 34

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
"พี่มินตราคะ... รอยร้าวบนแก้วไวน์ใบนี้ มันไม่เหมือนรอยร้าวบนชีวิตของคนเราหรอกนะคะ เพราะแก้วที่แตกแล้วเราแค่ทิ้ง แต่ชีวิตที่แตกสลาย... เรามักจะเลือกเก็บเอาเศษคมของมันมาทิ่มแทงตัวเองซ้ำๆ เพื่อดูว่าเลือดจะไหลออกมาเป็นสีอะไร" รินลดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วหวานพลางหมุนแก้วคริสตัลในมือ รอยยิ้มบางเบาประดับอยู่บนใบหน้า หากแต่แววตาของเธอกลับเรียบเฉยดุจผิวน้ำที่ไม่มีวันกระเพื่อม เธอไม่ได้มองหน้ามินตราที่นั่งฝั่งตรงข้าม แต่จ้องมองไปยังรอยร้าวเล็กๆ บนแก้วที่เพิ่งปรากฏขึ้นจากการวางแรงเกินไปของอีกฝ่าย มินตราเม้มปากแน่นจนริมฝีปากบางนั้นซีดเผือด เธอวางมีดตัดเนื้อลงบนจานกระเบื้องเสียงดังเคร้ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่ฝึกฝนมาอย่างดีเช่นกัน "รินพูดเรื่องอะไรคะ พี่ไม่ยักจะเข้าใจ แก้วใบนี้พี่ซื้อมาแพง รินอย่าพาลพูดจาเพ้อเจ้อให้เสียบรรยากาศงานเลี้ยงการกุศลเลยค่ะ" "เพ้อเจ้อหรือคะ?" รินลดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นยะเยือกจนคนรอบข้างที่เดินผ่านโต๊ะไปมาต้องชะงัก "รอยร้าวในใจพี่มินตรามันลึกเสียจนรอยร้าวบนแก้วนี้ดูเด็กไปเลยนะคะ หรือจะให้รินช่วยเตือนความจำดีล่ะคะว่า... ใครกันแน่ที่ทำพินัยกรรมฉบับเก่าหายไปในวันที่พ่อสิ้นใจ" มินตราหน้าถอดสีวูบ มือที่วางบนตักกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เธอโน้มตัวเข้ามาใกล้รินลดา กระซิบเสียงต่ำด้วยความเกลียดชังที่ปิดไม่มิด "แกคิดว่าแกคุมเกมได้อยู่คนเดียวหรือไงรินลดา? แกมันก็แค่หมากที่ฉันเลี้ยงไว้รอวันเชือด อย่าได้ริอาจข้ามหัวพี่สาวตัวเอง... ไม่อย่างนั้นสิ่งที่แกเคยเจอในอดีต มันจะกลับมาหาแกในรูปแบบที่สยดสยองกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า" "กลัวจังเลยค่ะ" รินลดาทำท่าทางสะดุ้งเล็กน้อยอย่างเสแสร้ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแววตาคมกริบ "แต่ความกลัวของรินมันตายไปตั้งแต่วันที่รินถูกขังในห้องใต้ดินวันนั้นแล้วค่ะพี่มินตรา ตอนนี้รินไม่เหลืออะไรให้เสียแล้ว... นอกจากรอวันที่จะเห็น 'คนดี' อย่างพี่ ถูกกระชากหน้ากากออกมาให้โลกเห็นว่าเนื้อแท้ข้างในมันเน่าเฟะขนาดไหน" คุณหลวงธนาที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ในมุมมืดของระเบียงห้องโถง ขยับแว่นสายตาเล็กน้อยพลางยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ เขาไม่ได้เข้ามาแทรกแซง เพราะรู้ดีว่ารินลดากำลังสนุกกับการล่อให้ศัตรูเผยไต๋ออกมาเอง ความแค้นที่สั่งสมมานานกำลังทำงานของมันอย่างช้าๆ และเจ็บปวด ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนเกือบจะขาดผึง เสียงปรบมือดังขึ้นจากทางด้านหลังของมินตรา ทั้งสองสาวหันไปมองพร้อมกัน และนั่นทำให้รินลดาที่เคยเยือกเย็นถึงกับตัวแข็งทื่อ ชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าคุ้นตาที่ควรจะนอนสงบนิ่งอยู่ในหีบศพเมื่อหลายปีก่อน กำลังก้าวเดินเข้ามาในงานด้วยท่าทีองอาจราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น พ่อของพวกเธอ... คนที่ควรจะตายไปพร้อมกับความลับทั้งหมดในตระกูล "คุยอะไรกันอยู่หรือจ๊ะ... ลูกสาวทั้งสองคนของพ่อ?" เขายิ้มให้มินตราอย่างเอ็นดู ก่อนจะหันมาสบตารินลดาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความนัยอันน่าสะพรึงกลัว "ดูเหมือนว่าเราจะมีเรื่องที่ต้องสะสางกันอีกยาวเลยนะ... รินลดา" มินตราที่ตอนแรกหน้าซีดเผือด บัดนี้กลับระบายยิ้มกว้างออกมาด้วยความสะใจ เธอรู้ดีว่าเกมนี้ไม่ได้จบลงแค่การแฉความลับ แต่มันคือการเผชิญหน้ากับปีศาจที่แท้จริงที่พวกเธอทั้งคู่ต่างก็หวาดกลัวที่สุด รินลดาพยายามควบคุมลมหายใจ มือของเธอสั่นระริกใต้โต๊ะ ความทรงจำที่เธออุตส่าห์ปิดตายกำลังพรั่งพรูออกมาเหมือนเขื่อนที่แตกทะลัก สิ่งที่เธอคิดว่าเป็นแผนการแก้แค้นที่สมบูรณ์แบบ กลับกลายเป็นเพียงกับดักที่เขาวางไว้รอต้อนเธอตั้งแต่วันแรกที่เธอกลับมา ความแค้นที่จารึกด้วยเลือด กำลังจะถูกเขียนบทใหม่โดยคนที่เธอคิดว่าตายไปแล้ว... แล้วใครกันแน่ที่เป็นผู้บงการที่แท้จริงในโศกนาฏกรรมนี้? ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามและร่วมเป็นพยานในทุกรอยร้าวของตัวละครไปพร้อมกับมนตรากรรมสะท้อนนะคะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%