“ถ้าพี่มินตราอยากให้ฉันตายนัก ทำไมไม่ลงมือเองเสียตั้งแต่ตอนนั้นล่ะคะ?”
เสียงของรินลดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องรับรองของคฤหาสน์เก่าแก่ เธอไม่ได้ตวาด ไม่ได้ร้องไห้ แต่นั่งจิบชาเอิร์ลเกรย์ด้วยท่วงท่าสง่างาม ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนขอบถ้วยกระเบื้องเคลือบเบาๆ เป็นจังหวะที่มินตราแทบจะหายใจไม่ออก
มินตราที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามชะงักไปชั่วครู่ เธอยกยิ้มที่ฝึกฝนมาอย่างดี แววตาคู่คมที่เคยฉายความเอ็นดูบัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยความระแวง “รินพูดเรื่องอะไรคะ พี่ไม่เข้าใจ... เราพี่น้องกันนะ รินกำลังจะแต่งงาน พี่ก็ดีใจด้วย”
“ดีใจจนถึงขั้นส่งจดหมายนิรนามไปขู่เจ้าบ่าวของฉันให้ล้มเลิกงานแต่งงานเชียวหรือคะ?” รินลดาเลื่อนซองจดหมายฉบับหนึ่งวางลงบนโต๊ะไม้ขัดมัน เอกสารข้างในนั้นมีรอยนิ้วมือที่ถูกตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว “ลายมือของพี่... พี่อาจจะปลอมแปลงได้แนบเนียน แต่พี่ลืมไปหรือเปล่าคะว่าพี่มีนิสัยชอบกดปากกาแรงจนกระดาษด้านหลังเป็นรอยประทับแบบนี้เสมอ”
มินตราหน้าถอดสีไปชั่วขณะ แต่เพียงครู่เดียวเธอก็เปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอโน้มตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงกลบกลิ่นหอมของดอกไม้ในแจกันจนฉุนกึก “หลักฐานแค่นี้เอาผิดพี่ไม่ได้หรอกค่ะ รินลดา... โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความจริง แต่มันขับเคลื่อนด้วย ‘คนที่มีอำนาจมากกว่า’ และรินก็น่าจะรู้ดีว่าพ่อของพี่ไม่มีวันปล่อยให้ลูกสาวคนโปรดต้องแปดเปื้อนเพราะเด็กกำพร้าอย่างเธอ”
“คำว่าเด็กกำพร้า... พี่มินตราพูดออกมาได้เต็มปากจังเลยนะคะ” รินลดาเอียงคอเล็กน้อย แววตาของเธอว่างเปล่าราวกับหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง “ถ้าพ่อพี่รู้ว่าตัวจริงที่พี่ ‘จ้าง’ ให้ไปขับรถชนฉันในวันนั้น ไม่ใช่คนจรจัดที่ไหน แต่มันคือหลานชายแท้ๆ ของพี่เอง พี่คิดว่าพ่อพี่จะเลือกใครระหว่าง ‘ชื่อเสียงของตระกูล’ กับ ‘ลูกสาวสารเลว’ ที่พยายามฆ่าน้องสาวตัวเองเพื่อแย่งชิงสมบัติ?”
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันที มินตรากำมือแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ เธอไม่คิดว่ารินลดาจะล่วงรู้ความลับระดับนั้น ความลับที่เธอคิดว่าตายไปพร้อมกับซากรถในคืนนั้นแล้ว
“แก... แกต้องการอะไร” มินตราลดละความเสแสร้ง เสียงกระซิบสั่นเครือด้วยความอาฆาต
“ฉันต้องการให้พี่เห็นความพินาศของสิ่งที่พี่รักที่สุดทีละนิดไงคะ เหมือนกับที่พี่เคยทำกับฉัน” รินลดาขยับลุกขึ้นยืน รอยยิ้มหวานหยดย้อยที่เคลือบยาพิษนั่นทำให้มินตราถึงกับขนลุกชัน “อ้อ อีกอย่างนะคะ... คุณหลวงธนาฝากมาบอกว่า คืนนี้มีเซอร์ไพรส์ที่ห้องใต้ดินของคฤหาสน์หลังเก่า เตรียมตัวรับชมโศกนาฏกรรมที่พี่เป็นคนเขียนบทเองนะคะ”
รินลดาสะบัดชายกระโปรงเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้มินตรานั่งสั่นเทาอยู่เพียงลำพังด้วยความหวาดกลัวที่กัดกินหัวใจ แต่ในขณะที่รินลดาเดินมาถึงทางเดินโถงชั้นล่าง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังสวนขึ้นมา
เป็นชายร่างสูงในชุดสูทสีดำสนิทที่เธอคุ้นเคย... แต่ทว่าไม่ใช่คุณหลวงธนา
เขาก้าวออกมาจากเงามืดของบันไดวน ดวงตาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจ้องมองรินลดาด้วยความสมเพชในเวลาเดียวกัน เขายื่นมือที่หยาบกร้านออกมาขวางทางเดินเธอไว้
“คุณหลวงธนาไม่ได้อยู่ในงานคืนนี้หรอกนะแม่ดอกไม้ที่แสนสวย” ชายปริศนาเอ่ยเสียงแหบพร่าพลางหยิบภาพถ่ายใบเก่าขึ้นมาให้รินลดาดู ในรูปนั้นคือเด็กหญิงสองคนในชุดนักเรียนเก่าๆ ที่รินลดาจำได้ดีว่าเธอกับมินตราเคยถ่ายด้วยกัน... แต่ที่น่าตกใจคือมีบุคคลที่สามที่ถูกขีดฆ่าด้วยหมึกสีแดงฉานยืนอยู่ตรงกลาง “เพราะเขาคือคนที่ ‘สั่ง’ ให้ฉันมาปิดปากแกในคืนนี้ต่างหาก... รินลดา”
โลกทั้งใบของรินลดาสั่นคลอน ความไว้ใจที่เธอคิดว่ามั่นคงดั่งหินผากลับถูกทำลายลงในวินาทีที่เธอเห็นตราประทับหลังภาพถ่ายนั้น มันเป็นตราสัญลักษณ์ของตระกูลที่คุณหลวงธนาพร่ำบอกว่าเขาเกลียดชังนักหนา
หรือแท้จริงแล้ว... การย้อนเวลากลับมาครั้งนี้ เธอไม่ได้เป็นคนเขียนบทละคร แต่เธอเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ถูกทั้งสองคนหลอกใช้มาโดยตลอด?
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและค้นหาความจริงไปกับรินลดานะคะ มนตรากรรมสะท้อนขอสัญญาว่าจะทำให้ทุกบทหลังจากนี้เข้มข้นจนคุณวางไม่ลงแน่นอนค่ะ
รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง•ตอนที่ 35
บทที่ 35
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!