รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง•ตอนที่ 36

บทที่ 36

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
"ถ้าคุณพี่มินตราคิดจะใช้จอกชานี้เพื่อปิดปากรินลดาเหมือนที่เคยทำกับแม่ของริน... รินเกรงว่าชาแก้วนี้อาจจะรสชาติกร่อยไปสักหน่อยนะคะ" รินลดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศในยามบ่าย ทว่าปลายนิ้วเรียวที่จรดอยู่กับขอบถ้วยกระเบื้องเคลือบกังไสกลับออกแรงบีบจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาคู่สวยที่เคยดูอ่อนหวานเสมอมา บัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยประกายความเย็นเยียบที่ทำให้คนตรงข้ามถึงกับชะงักค้าง มินตราที่นั่งฝั่งตรงข้ามในศาลาเรือนไทยริมน้ำชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ คลี่ยิ้มที่ดูใจดีราวกับแม่พระออกมา—ยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยพิษร้ายตามความถนัดของนาง "น้องรินพูดเรื่องอะไรคะ พี่ไม่ยักจะเข้าใจ หรือว่าความแค้นที่สั่งสมมานานจะทำให้น้องหูแว่วไปเอง" "หูแว่วหรือคะ?" รินลดาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ "หรือเป็นเพราะความจริงที่ถูกฝังกลบมานานกำลังจะผุดขึ้นมาให้คุณพี่เห็น จนต้องรีบหาทางกำจัดหนามยอกอกทิ้งอีกครั้ง?" บรรยากาศรอบข้างเงียบสนิทลงในทันที เสียงน้ำกระทบตลิ่งที่เคยฟังดูรื่นรมย์กลับกลายเป็นเสียงที่ชวนให้ประสาทตึงเครียด มินตราวางถ้วยชาลงอย่างแช่มช้า แววตาที่เคยฉาบความอ่อนโยนเริ่มเปลี่ยนเป็นความดุดันที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากผู้ดี "รินลดา... พี่เตือนน้องด้วยความหวังดี ในฐานะที่เราเติบโตมาด้วยกัน อย่าหาว่าพี่ไม่ปรานีถ้าน้องยังทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง" "ที่ต่ำที่สูงงั้นหรือคะ" รินลดาลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินอ้อมไปข้างหลังมินตรา ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่คมกริบราวกับใบมีดโกน "พี่มินตราควรจะจำไว้นะคะ ว่าคนที่ตายไปแล้วเขาก็อยู่อย่างสงบ แต่คนเป็นที่กำลังจะตกนรกทั้งเป็น... คือคนที่ต้องลุ้นว่า เมื่อไหร่กันที่ความลับเน่าเฟะจะถูกเปิดเผยต่อหน้าธารกำนัล" มินตราสะดุ้งสุดตัว นางพยายามจะหันกลับมาตบหน้าอีกฝ่ายด้วยความโกรธจัด ทว่ารินลดากลับจับข้อมือนั้นไว้แน่น แรงบีบที่ดูเหมือนจะไร้พิษสง กลับหนักแน่นจนคนเป็นพี่ต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด "วันนี้รินไม่ได้มาเพื่อทะเลาะนะคะ" รินลดาปล่อยมือออกราวกับของสิ่งนั้นเป็นขยะแขยง "รินมาเพื่อบอกให้คุณพี่เตรียมตัวให้ดี เพราะพายุที่รินก่อขึ้นในครั้งนี้... ไม่ได้มาแค่ลม แต่มันจะซัดเอาทุกอย่างที่คุณพี่รักและหวงแหน ให้จมหายไปกับก้นบึ้งของโคลนตมที่พี่สร้างเอาไว้ให้คนอื่น" ในจังหวะที่ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วศาลา คุณหลวงธนาที่ยืนซุ่มดูเหตุการณ์อยู่ในมุมมืดของพุ่มไม้กรรณิการ์ ก็ก้าวออกมาจากเงามืด ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ประสานสายตากับมินตราด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความชิงชังที่ผ่านการกลั่นกรองมาเป็นอย่างดี มือของเขาขยับคล้ายจะหยิบสิ่งของบางอย่างออกมาจากในเสื้อ มินตราหน้าซีดเผือด นางจำสีหน้าท่าทางของชายผู้นี้ได้ดี... เขาคือคนเดียวที่กุมความลับเรื่องทรัพย์สมบัติที่นางยักยอกไปจากตระกูลของรินลดา และเขาก็คือคนเดียวที่นางไม่เคยคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้ "คุณหลวง..." มินตราเสียงสั่น พยายามคุมสติ "คุณมาทำอะไรที่นี่ แล้วคุณกับยัยรินลดา... นี่มันเรื่องอะไรกัน!" คุณหลวงธนายิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความเมตตา "คุณมินตราคงลืมไปแล้วกระมังครับ ว่าในโลกนี้ไม่มีความลับไหนที่ปิดได้สนิทตลอดไป โดยเฉพาะความลับที่แลกมาด้วยชีวิตของผู้บริสุทธิ์" เขาหันไปสบตากับรินลดาที่ยืนมองเหตุการณ์ด้วยความนิ่งเฉย ทั้งคู่สื่อสารกันด้วยสายตาเพียงชั่วครู่ ก่อนที่รินลดาจะหยิบซองจดหมายสีน้ำตาลออกมาจากกระเป๋าผ้า แล้ววางมันลงบนโต๊ะไม้ขัดเงาเบื้องหน้ามินตรา "หลักฐานการโอนที่ดินและเงินกู้ที่พี่เอาชื่อคุณแม่ไปค้ำประกัน... รวมถึงจดหมายสารภาพผิดจากพ่อบ้านที่คุณพี่เคยส่งไปปิดปากเขาที่ต่างจังหวัด" รินลดากล่าวทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มที่งดงามที่สุดเท่าที่นางเคยยิ้มมา "เลือกเอานะคะ จะให้รินส่งเรื่องให้ทางการเดี๋ยวนี้ หรือจะยอมรับสารภาพต่อหน้าทุกคนในงานเลี้ยงวันเกิดท่านเจ้าคุณพรุ่งนี้เย็น?" มินตรามองซองจดหมายนั้นราวกับมันเป็นระเบิดเวลา ร่างกายของนางสั่นเทาด้วยความอาฆาตมาดร้าย แต่ก่อนที่นางจะทันได้กรีดร้องหรืออาละวาด ความเงียบก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างใจเย็นจากทางด้านหลังของศาลา "ดูเหมือนว่างานเลี้ยงวันพรุ่งนี้ จะไม่ต้องรอถึงตอนเย็นเสียแล้วนะครับ" น้ำเสียงที่คุ้นหูดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของ 'ท่านเจ้าคุณ' บิดาของมินตราและผู้มีอิทธิพลสูงสุดในเรือนหลังนี้ ท่านก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตากลับจับจ้องไปยังซองจดหมายบนโต๊ะด้วยความสงสัยที่ปนไปกับความโกรธเกรี้ยวที่ถูกเก็บงำไว้ มินตราเบิกตากว้าง ความหวังสุดท้ายของนางดูเหมือนจะพังทลายลงในวินาทีนี้ เมื่อท่านเจ้าคุณเอื้อมมือไปหยิบซองจดหมายนั้นขึ้นมาเปิดอ่านโดยไม่รอคำอนุญาตจากใคร... รินลดายืนมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัว ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยความสะใจที่ได้เห็นปีศาจในคราบนักบุญกำลังจะถูกกรงขังที่นางเป็นคนสร้างขึ้นเองต้อนเข้ามุมจนมุม... แต่ทว่า เมื่อท่านเจ้าคุณอ่านจดหมายฉบับนั้นจบ ใบหน้าของท่านกลับไม่ได้เปลี่ยนเป็นความโกรธตามที่เธอคาดไว้ หากแต่เป็นรอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า "ลูกรัก... เธอคิดว่าแค่กระดาษไม่กี่แผ่นจะทำลายตระกูลของเราได้งั้นหรือ?" ท่านเจ้าคุณเอ่ยเสียงต่ำพลางเหลือบมองรินลดาด้วยสายตาที่ทำให้เธอรู้สึกราวกับถูกน้ำแข็งเกาะกุมไปทั้งร่าง "ในเมื่อเธอกล้าเล่นเกมนี้... เธอก็ควรจะรู้ว่าฉันนี่แหละที่เป็นคนเขียนบทละครเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น" รินลดาชะงักงัน หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นท่านเจ้าคุณโยนซองจดหมายลงพื้น แล้วส่งสัญญาณให้ชายชุดดำสองคนโผล่ออกมาจากพุ่มไม้ล้อมรอบศาลาเอาไว้ทุกด้าน นี่ไม่ใช่แค่การล้างแค้นที่ผิดพลาด แต่มันคือการเดินเข้าสู่กรงขังที่ท่านเจ้าคุณวางเอาไว้ตั้งแต่ต้น! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและค้นหาความจริงไปกับรินลดานะคะ มนตรากรรมสะท้อนขอสัญญาว่าจะทำให้ทุกบทหลังจากนี้เข้มข้นจนคุณวางไม่ลงแน่นอนค่ะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%