“แกคิดว่าความใสซื่อที่เสแสร้งมาตลอดชีวิตจะช่วยให้แกพ้นผิดได้หรือไง มินตรา!”
เสียงตวาดกึกก้องจากบิดาทำเอาแจกันดอกไม้ราคาแพงบนโต๊ะไม้สักสั่นไหว คุณหญิงวิภาวรรณนั่งตัวสั่นอยู่บนโซฟาหลุยส์ มือที่กำผ้าเช็ดหน้าแน่นจนสั่นเทา สายตาที่เคยมองบุตรสาวคนโตด้วยความภาคภูมิใจ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความรังเกียจและผิดหวังอย่างปิดไม่มิด
มินตรายังคงนั่งอยู่บนพื้นพรมขนสัตว์เบื้องล่าง เส้นผมที่เคยจัดทรงไว้อย่างเรียบร้อยเริ่มหลุดลุ่ย ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นเลิศดูซีดเผือด แต่ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่รินลดามองเห็นจากมุมมืดของห้องโถง มันไม่ได้สะท้อนความกลัวเลยแม้แต่น้อย
“รินลดา... มันเป่าหูคุณพ่อคุณแม่ใช่ไหมคะ” มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แสร้งทำเป็นหยาดน้ำตาคลอเบ้า “มินตราเป็นพี่สาวแท้ๆ จะทำแบบนั้นลงไปได้อย่างไร เอกสารนั่น... มันถูกจัดฉากชัดๆ!”
รินลดาที่ยืนกอดอกอยู่ตรงมุมมืดของบันไดวนค่อยๆ ก้าวเท้าลงมา จังหวะการก้าวที่เงียบเชียบทว่าหนักแน่นราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความพินาศ เธอสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ตัดกับบรรยากาศที่แสนอึมครึม รอยยิ้มหวานหยดที่มุมปากของเธอในเวลานี้ ช่างเป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงกรีดร้องใดๆ
“จัดฉากหรือคะพี่มินตรา?” รินลดาเอ่ยขึ้นพลางลากนิ้วไปตามราวบันไดไม้สัก “ลายเซ็นในสัญญาโอนหุ้นบริษัทสาขาที่ถูกยักยอกไปนั่น... เป็นลายเซ็นของพี่เองไม่ใช่หรือคะ? หรือพี่จะบอกว่าวิญญาณคนใช้เก่าที่พี่สั่งไล่ออกไปเมื่อเดือนก่อนเป็นคนปลอมแปลงมัน?”
คุณหลวงธนาที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่ห่างออกไป ขยับรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปากเล็กน้อย สายตาของเขาจับจ้องไปยังมินตราประหนึ่งนักล่าที่มองเหยื่อติดกับดัก เขาไม่ได้เอ่ยแทรก แต่เพียงแค่จ้องมองความพินาศที่รินลดาเป็นผู้กำกับอย่างเลือดเย็น
“แกน่ะมันงูพิษ!” บิดาโยนแฟ้มเอกสารใส่หน้ามินตราจนกระดาษกระจายเกลื่อนพื้น “ฉันเลี้ยงแกมาด้วยความรัก ให้ทุกอย่างที่ลูกคนหนึ่งจะได้รับ แต่สิ่งที่แกตอบแทนคือการดูดเลือดตระกูลตัวเองจนแห้งกรอด!”
มินตราก้มลงเก็บเศษกระดาษเหล่านั้นด้วยมือที่สั่นเทา ความอดทนของเธอขาดผึง ความใจดีที่สวมหน้ากากมานานนับปีเริ่มลอกออกจนเห็นเนื้อแท้ที่บิดเบี้ยว เธอเงยหน้าขึ้นมองบิดามารดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่มีความนอบน้อม ไม่มีความสำนึกผิด มีเพียงความเกลียดชังที่พลุ่งพล่าน
“ความรัก?” มินตราหัวเราะร่วน เสียงหัวเราะแหลมสูงจนน่าขนลุก “ท่านเคยให้ความรักมินตราจริงๆ หรือคะ? ท่านให้เพราะมินตราคือเครื่องมือชิ้นสำคัญที่ท่านใช้เชิดหน้าชูตาในสังคมต่างหาก! พอวันนี้มินตราพลาด ท่านก็พร้อมจะเหยียบมินตราให้จมดินเพื่อรักษาเกียรติยศจอมปลอมนั่น!”
“แก!” บิดาง้างมือขึ้นเตรียมจะตบหน้าลูกสาว ทว่ามินตรากลับนิ่งเฉย เธอไม่หลบ แต่กลับแหงนหน้าท้าทาย
“ตบเลยค่ะ! ตบให้ตายไปเลย! แต่ถ้ามินตราตายไป ความลับเรื่องที่ท่านทำทุจริตกับกรมสรรพากรเมื่อสามปีก่อน... ใครจะเป็นคนปิดปากเจ้าหน้าที่พวกนั้นแทนมินตราล่ะคะ?”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงราวกับถูกดูดอากาศออกไปจนหมดสิ้น รินลดาเดินเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าพี่สาว เธอโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูมินตราด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและอ่อนหวานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าเนื้อความกลับทำเอาคนฟังหนาวสะท้านถึงกระดูก
“พี่มินตราคะ... พี่ลืมไปแล้วหรือคะว่าคนอย่างรินลดา ไม่เคยเล่นเกมโดยไม่มีแผนสำรอง?” รินลดาเหลือบมองไปทางคุณหลวงธนาที่ก้าวออกมาจากเงามืดในวินาทีนั้น “ข้อมูลเรื่องการทุจริตที่คุณพ่อทำน่ะ... อยู่ในมือของหลวงธนาตั้งนานแล้วค่ะ”
ใบหน้าของมินตราซีดเผือดไร้สีเลือด สายตาที่เคยจองหองสั่นระริกเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบของชายหนุ่มผู้ที่เธอเคยพยายามล่อลวงให้ตกหลุมรักมาตลอดหลายปี
“แก... พวกแกวางแผนกันมาตั้งแต่เมื่อไหร่!” มินตราแผดเสียงอย่างบ้าคลั่ง พยายามจะพุ่งเข้าหาพี่สาวต่างสายเลือด แต่กลับถูกคนรับใช้ชายสองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่เข้าล็อกตัวไว้แน่น
รินลดาหยิบจี้สร้อยคอรูปพระจันทร์เสี้ยวขึ้นมาคล้องคออย่างใจเย็น เธอจัดปกเสื้อให้บิดาที่ยังคงยืนตัวแข็งทื่อด้วยความตกตะลึง ก่อนจะหันไปยิ้มให้มินตราด้วยแววตาที่ว่างเปล่า
“ตั้งแต่ตอนที่พี่ตัดสินใจยัดเยียดความผิดให้รินลดาในวันนั้นไงคะ... วันที่พี่พรากทุกอย่างไปจากรินลดา รินลดาแค่รอคอยเวลาที่จะทวงคืน และวันนี้... มันก็มาถึงแล้ว”
มินตราถูกลากตัวออกไปจากห้องโถงด้วยท่าทางที่หมดสภาพ คุณหญิงวิภาวรรณทรุดฮวบลงกับพื้น ร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าเวทนา รินลดามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่เฉยชาอย่างประหลาด เธอไม่ได้รู้สึกสะใจ แต่รู้สึกถึงความว่างเปล่าที่ค่อยๆ กัดกินใจ
ทว่า ในขณะที่รินลดากำลังจะหันหลังกลับขึ้นห้องพัก เสียงปรบมือแผ่วเบาทว่าทรงพลังก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง เป็นเสียงที่เธอคุ้นเคยดี... เสียงของคนที่เธอกลัวที่สุดในชีวิต
“เยี่ยมยอดมาก... รินลดา” เสียงทุ้มต่ำของผู้มาใหม่ทำให้บรรยากาศภายในบ้านเปลี่ยนไปทันที รินลดาชะงักฝีเท้า หัวใจเต้นรัวด้วยความตระหนก เธอค่อยๆ หันกลับไปมองแขกที่ไม่ได้รับเชิญที่เพิ่งก้าวเข้ามาในโถงใหญ่พร้อมกับรอยยิ้มที่น่าขนลุก
นั่นคือ “อดีตคนรัก” ของรินลดา... ชายผู้ที่เธอคิดว่าตายไปในกองเพลิงเมื่อห้าปีก่อน ชายที่ถือครองกุญแจสำคัญเพียงดอกเดียวที่จะทำลายแผนการล้างแค้นทั้งหมดของเธอให้พินาศลงในชั่วพริบตา
“คิดถึงฉันไหม... น้องสาวที่รัก?” เขากล่าวพลางยกยิ้มที่ทำให้โลกของรินลดาพังทลายลงตรงหน้า
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามเดินทางผ่านรอยแค้นมาด้วยกันจนถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง•ตอนที่ 13
รอยแยกที่กู้ไม่กลับ
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!