"คุณคิดว่ากุญแจดอกนี้... มีไว้เพื่อไขประตูไปสู่ความมั่งคั่ง หรือไขกลอนเพื่อฝังตัวเองลงหลุมกันแน่คะ พี่มินตรา?"
รินลดากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มบางเบาประดับอยู่บนใบหน้า ทว่านัยน์ตาคู่คมนั้นกลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็งที่กำลังก่อตัวขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องโถงกว้าง
มินตราที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามชะงักไปครู่หนึ่ง มือที่ถือแก้วไวน์สั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะปรับสีหน้าให้ดูเป็นผู้ดีที่แสนอ่อนโยนตามแบบฉบับปีศาจในคราบนักบุญ "ริน... พี่ไม่เข้าใจว่าทำไมเราต้องใช้บรรยากาศแบบนี้คุยกัน กุญแจดอกนั้นเป็นมรดกที่ควรเป็นของตระกูลเรา ไม่ใช่ของเล่นที่ใครบางคนจะมาถือไว้ราวกับของสะสม"
คุณหลวงธนายืนกอดอกพิงเสาไม้สักทอง สายตาของเขามิได้มองมินตราเลยแม้แต่น้อย แต่กลับจับจ้องไปที่รินลดาอย่างมีความหมาย มือของเขาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อนอก ราวกับกำลังเตรียมพร้อมสำหรับบางสิ่งที่หนักหนาสาหัสกว่าการโต้เถียงด้วยคำพูด
"มรดก?" รินลดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นเริง "มรดกที่แลกมาด้วยเลือดของพ่อและแม่ฉันน่ะหรือคะ พี่มินตรา... พี่ช่างเป็นคนที่มีความจำสั้นอย่างน่าอิจฉาจริงๆ แต่ก็นะ คนเรามักจะลืมสิ่งที่ตัวเองเป็นคนทำเสมอ โดยเฉพาะเมื่อความผิดนั้นมันใหญ่โตจนไม่สามารถให้อภัยได้"
มินตราวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะเสียงดัง 'กริ๊ก' ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศอีกครั้ง "ถ้าเธอจะมาเพื่อพูดจาเพ้อเจ้อเรื่องอดีต ฉันว่าเธอควรกลับไปพักผ่อนเสียดีกว่า ริน... คนเราควรอยู่กับปัจจุบัน ไม่ใช่จมปลักอยู่กับสิ่งที่ตายไปแล้ว"
"นั่นสิคะ คนที่ตายไปแล้ว..." รินลดาเดินก้าวเข้าไปใกล้ ห่างเพียงหนึ่งช่วงแขน "คนที่พี่คิดว่ากำจัดไปตั้งแต่สิบปีก่อน คนที่พี่คิดว่าตายไปแล้วในกองเพลิงวันนั้น... เขากำลังยืนอยู่ตรงนี้ ในร่างที่พี่ขยะแขยงที่สุดยังไงล่ะคะ"
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปฉับพลัน มินตราเบิกตากว้าง ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปสิ้นเมื่อรินลดาค่อยๆ หยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เป็นภาพถ่ายเก่าๆ ที่แสดงให้เห็นหลักฐานการโอนทรัพย์สินที่ไม่ชอบธรรมและลายเซ็นปลอมแปลงที่ชัดเจนจนไม่อาจปฏิเสธได้
"คุณหลวงคะ" รินลดาส่งสัญญาณโดยไม่หันไปมอง
คุณหลวงธนาเดินก้าวเข้ามา มือหนาคว้าข้อมือมินตราไว้แน่น ไม่ใช่เพื่อทำร้าย แต่เพื่อพันธนาการไว้กับความจริงที่หลบซ่อนมานาน "หลักฐานชุดนี้ถูกส่งไปยังตำรวจสืบสวนคดีพิเศษแล้วมินตรา บัญชีที่คุณโยกย้ายเงินของตระกูลไปฟอกไว้ที่สิงคโปร์ ถูกอายัดทั้งหมดแล้วภายในห้านาทีที่ผ่านมา"
มินตราหน้าถอดสี ริมฝีปากสั่นระริก "แก... พวกแกวางแผนเรื่องนี้มานานแค่ไหน!"
"นานพอที่จะทำให้พี่เห็นว่า นรกบนดินน่ะ มันไม่ได้รอเราอยู่ที่วันตายหรอกค่ะ" รินลดากระซิบข้างหูพี่สาวต่างสายเลือด เสียงของเธอเย็นเยียบจนอีกฝ่ายขนลุกซู่ "แต่มันคือการที่พี่ต้องมองดูสิ่งที่พี่รักที่สุด... พังทลายไปต่อหน้าต่อตา โดยที่พี่ทำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่น้อย"
รินลดาหมุนตัวเดินไปที่ประตูบานใหญ่ แสงไฟสลัวจากโคมไฟระย้าส่องกระทบใบหน้าของเธอให้ดูสง่างามและน่าสะพรึงกลัวในเวลาเดียวกัน เธอหยุดเท้าลงชั่วครู่เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนดังขึ้นที่หน้าประตูห้องโถง ไม่ใช่ตำรวจ ไม่ใช่ลูกน้องของคุณหลวง แต่เป็นเสียงที่คุ้นเคย... เสียงที่ทำให้หัวใจของรินลดาหยุดเต้นไปวูบหนึ่ง
ประตูบานใหญ่ค่อยๆ แง้มออก ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิทเดินเข้ามา ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของคุณหลวงธนาและรินลดา
เขาคือ 'คณิน' คนที่รินลดาเพิ่งจะไปเยี่ยมหลุมศพของเขาเมื่อสัปดาห์ก่อน คนที่เธอเชื่อมั่นที่สุดว่าตายไปแล้วด้วยน้ำมือของมินตรา
คณินไม่ได้มองรินลดา เขากลับเดินตรงไปหามินตรา ก้มลงกระซิบอะไรบางอย่างที่ทำให้ปีศาจร้ายอย่างมินตราถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น ก่อนที่เขาจะหันมามองรินลดาด้วยแววตาที่ว่างเปล่าราวกับคนแปลกหน้า
"ของที่เธอถืออยู่น่ะริน..." คณินเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าและเย็นชาจนรินลดาใจสั่น "มันเป็นกุญแจที่ไขไปสู่ความจริงก็จริง แต่มันไม่ใช่ความจริงที่เธอควรจะได้รับรู้ในตอนนี้"
เขาล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันคือสร้อยคอที่มีจี้เป็นรูปหยดเลือด... สัญลักษณ์ที่รินลดาเคยเห็นในแฟ้มลับของพ่อก่อนที่จะเสียชีวิต
"เพราะความจริงที่ว่า..." คณินเว้นวรรค ดึงกุญแจในมือรินลดาไปอย่างรวดเร็ว "คนที่ฆ่าพ่อของเธอจริงๆ ไม่ใช่ผู้หญิงคนนี้ แต่เป็นคนเดียวกับที่ยืนถืออาวุธอยู่ข้างเธอในตอนนี้ต่างหากล่ะ"
รินลดาสะท้านไปทั้งร่าง ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มลงตรงหน้า เธอหันไปมองคุณหลวงธนาที่ยืนนิ่ง สายตาของเขาไม่ได้มีความตกใจอยู่เลยแม้แต่น้อย กลับกลายเป็นรอยยิ้มที่เหี้ยมเกรียมและคาดเดาไม่ได้
"ตกใจหรือครับรินลดา?" คุณหลวงธนาถาม พร้อมกับหยิบปืนพกสั้นออกมาวางบนโต๊ะ "เกมนี้ผมไม่ได้เล่นเพื่อช่วยคุณ แต่นี่คือจุดจบที่คุณต้องได้รับ... ในฐานะทายาทคนสุดท้ายของคนที่ทำลายชีวิตผม"
รินลดาได้แต่ยืนนิ่ง กุญแจดอกนั้นหายไปจากมือ แต่ความจริงที่เธอกำลังเผชิญอยู่ตรงหน้า กลับคมชัดและบาดลึกยิ่งกว่าดาบเล่มไหนๆ
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่เดินทางร่วมกันมาจนถึงจุดวิกฤตนี้ แล้วพบกันในบทสรุปสุดท้ายนะคะ
รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง•ตอนที่ 19
วันคืนที่เงียบสงบ
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!