“พี่มินตราคะ... รินขอโทษจริงๆ ค่ะ รินไม่รู้ว่าจดหมายฉบับนั้นจะทำให้พี่ต้องเดือดร้อน ถ้าพี่จะโกรธหรือลงโทษริน รินก็ยอมรับทุกอย่างค่ะ”
รินลดาก้มหน้าต่ำ น้ำเสียงสั่นเครือราวกับใบไม้ที่ใกล้จะร่วงหล่นจากกิ่ง เธอประสานมือเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด หยดน้ำตาเอ่อล้นคลอหน่วยตาอย่างน่าเวทนา ในยามที่เธอนั่งคุกเข่าอยู่บนพรมเปอร์เซียผืนหนาเบื้องหน้ามินตรา ผู้ซึ่งกำลังนั่งจิบชาอู่หลงอย่างใจเย็นบนเก้าอี้หวายบุกำมะหยี่
มินตราวางถ้วยชาลงช้าๆ เสียงกระทบกันของกระเบื้องเคลือบดังกังวานในความเงียบงันของห้องโถง เธอโน้มตัวลงมาเล็กน้อย รอยยิ้มพิมพ์ใจที่เคลือบด้วยความหวังดีจอมปลอมค่อยๆ คลี่ออก เธอยื่นมือที่สวมแหวนเพชรเม็ดงามมาเชยคางน้องสาวต่างสายเลือดขึ้นช้าๆ
“ลุกขึ้นเถอะรินลดา... พี่เคยโกรธหนูลงด้วยหรือคะ?” เสียงของมินตราอ่อนหวาน หากแต่ในดวงตาคู่สวยนั้นกลับไม่มีความอบอุ่นเจือปนอยู่เลย “เรื่องจดหมายนั่นน่ะ ช่างมันเถอะ พี่เข้าใจว่าหนูยังเด็กและถูกชักจูงง่าย ใครบางคนอาจจะวางแผนให้หนูทำแบบนั้นเพื่อทำลายชื่อเสียงของพี่... ใช่ไหมคะ?”
รินลดาเงยหน้าขึ้น สบตาพี่สาวด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสำนึกผิดและความซื่อใสที่เธอบรรจงปรุงแต่งขึ้นมาใหม่ “ริน... รินไม่ทราบจริงๆ ค่ะ แต่รินสัญญาว่านับจากนี้ รินจะเชื่อฟังพี่มินตราคนเดียว จะไม่ให้ใครหน้าไหนมาปั่นหัวรินได้อีก”
“เด็กดี...” มินตราลูบศีรษะรินลดาเบาๆ จังหวะการลูบนั้นแฝงไปด้วยความรู้สึกของการเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ราวกับกำลังลูบหัวสุนัขที่ถูกฝึกให้เชื่องแล้ว “ถ้าหนูคิดได้แบบนี้ พี่ก็สบายใจค่ะ อ้อ... อีกสองวันจะมีงานเลี้ยงการกุศลที่บ้านท่านทูต พี่อยากให้หนูไปช่วยงานหลังบ้านสักหน่อย งานใหญ่อย่างนี้ หนูต้องรู้จักระวังตัวให้มากขึ้นนะคะ อย่าให้คนแปลกหน้าเข้ามาใกล้... โดยเฉพาะพวกผู้ชายที่ดูเหมือนจะหวังดีเกินเหตุ”
รินลดานิ่งงันไปครู่หนึ่ง หัวใจของเธอเต้นเป็นจังหวะที่มั่นคงภายใต้สีหน้าไร้เดียงสา เธอรู้ดีว่าคำพูดนั้นหมายถึงใคร... ‘คุณหลวงธนา’
“รินเข้าใจค่ะ พี่มินตราไม่ต้องห่วงนะคะ รินจะอยู่กับสายฝนในครัวตลอดเวลา ไม่ไปยุ่งกับใครแน่นอนค่ะ”
มินตราแย้มยิ้มอย่างพอใจ เธอหยิบสร้อยคอไข่มุกเส้นสวยขึ้นมาคล้องให้รินลดาด้วยตัวเอง สัมผัสเย็นเฉียบของมุกที่กระทบผิวหนังทำเอาขนลุกชัน แต่รินลดากลับนิ่งสนิทราวกับรูปปั้น
“พี่รักหนูนะรินลดา... หวังว่าหนูจะไม่ทำให้พี่ผิดหวังอีก”
เมื่อมินตราเดินออกจากห้องไปพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่แผ่วเบา รินลดาก็เปลี่ยนท่าทางทันที เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินไปที่กระจกเงาบานใหญ่ เงาสะท้อนในนั้นเผยให้เห็นแววตาที่เปลี่ยนจากความอ่อนแอเป็นความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก เธอค่อยๆ ปลดสร้อยมุกเส้นนั้นออกจากคออย่างเชื่องช้า แล้วโยนมันลงในถังขยะข้างโต๊ะเครื่องแป้งราวกับของไม่มีค่า
*ยิ้มไปเถอะค่ะพี่มินตรา... อีกไม่นาน รอยยิ้มนั้นจะกลายเป็นเครื่องสังเวยความแค้นของริน*
เย็นวันนั้น รินลดาลอบออกไปพบกับคุณหลวงธนาในเรือนไม้ท้ายสวน บรรยากาศเงียบสงัด มีเพียงเสียงหรีดหริ่งเรไรที่ขับขานแทนความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผย คุณหลวงธนายืนรออยู่ใต้ต้นปีบใหญ่ ร่างสูงสง่าในชุดผ้าไหมสีเข้มดูเคร่งขรึมและทรงพลัง
“คุณรินลดา คุณทำตัวเสี่ยงเกินไปแล้ว” คุณหลวงธนาเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นหน้าเธอ น้ำเสียงเข้มงวดแต่แฝงด้วยความห่วงใย “มินตราไม่ใช่คนโง่ การที่คุณแสร้งทำตัวอ่อนแอต่อหน้าหล่อน มินตราต้องสงสัยแน่ๆ”
รินลดาเดินเข้ามาใกล้ สายตาจดจ้องที่ดวงตาของชายหนุ่ม “ถ้ามินตราไม่สงสัยสิคะถึงจะน่ากลัว การที่หล่อนสงสัยแต่ยังปล่อยให้รินมีชีวิตอยู่ แปลว่าหล่อนกำลังสนุกกับการล่อเหยื่อเข้ากับดัก และนั่นคือโอกาสเดียวที่รินจะเห็นว่า ‘กับดัก’ ของหล่อนวางไว้ที่ไหนบ้าง”
“คุณกำลังเล่นกับไฟ”
“รินไม่ได้เล่นกับไฟค่ะท่านหลวง... รินกำลังจะเผาเรือนที่หล่อนสร้างขึ้นมาบนกองเลือดของครอบครัวรินต่างหาก” รินลดากล่าวพลางล้วงหยิบกระดาษแผ่นเล็กๆ ออกมาจากแขนเสื้อ “นี่คือรายชื่อแขกที่จะมาร่วมงานเลี้ยงในอีกสองวันข้างหน้า... และนี่คือรายการอาหารที่พี่มินตรากำชับเป็นพิเศษว่าต้องเป็นคนเตรียมเองทุกจาน”
คุณหลวงธนารับกระดาษไปอ่าน ดวงตาคมกริบของเขาวาวโรจน์ขึ้น “ยาพิษชนิดที่ตรวจไม่พบ... หล่อนคิดจะกำจัดท่านทูต?”
“ไม่ใช่แค่ท่านทูตค่ะ แต่คือทุกคนที่ขวางทางหล่อน” รินลดาแค่นยิ้ม รอยยิ้มที่งดงามทว่าเย็นเยือกจนคนมองถึงกับสั่นสะท้าน “รินได้เตรียมสิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นไว้ในห้องครัวแล้ว... งานเลี้ยงครั้งนี้ จะเป็นงานเลี้ยงที่พี่มินตราไม่มีวันลืม”
ทว่า ในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังหารือกันถึงแผนการขั้นถัดไป เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นจากมุมมืดของพุ่มไม้ดารารัตน์ ทั้งสองหยุดนิ่งทันที คุณหลวงธนาคว้าปืนพกที่เอวอย่างรวดเร็ว ในขณะที่รินลดาขยับเข้าไปหลบหลังต้นไม้ใหญ่
เงาร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืด แสงจันทร์สลัวเผยให้เห็นใบหน้าที่คุ้นตาเป็นอย่างดี... ‘สายฝน’ สาวใช้คนสนิทที่รินลดาคิดว่าไว้ใจที่สุด กำลังยืนถือโคมไฟด้วยสีหน้าเรียบเฉย สายตาที่มองมายังรินลดานั้นไม่มีความกลัวแม้แต่น้อย
“นายหญิงคะ...” สายฝนเอ่ยเสียงเรียบ “เมื่อครู่คุณมินตราถามหาดิฉัน แต่ดิฉันว่าดิฉันมีสิ่งที่น่าบอกคุณมินตรามากกว่า... เรื่องที่ท่านกับคุณหลวงมาพบกันในเวลานี้”
รินลดาหัวใจแทบหยุดเต้น เธอพลาดไปแล้ว... เธอประเมินตัวหมากของมินตราต่ำไป สายฝนไม่ใช่แค่คนใช้ แต่เป็นดวงตาของปีศาจที่ฝังตัวอยู่ข้างกายเธอมาตลอด
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนอดีตไปกับรินลดาและเป็นกำลังใจให้เธอในทุกย่างก้าวของการล้างแค้นครั้งนี้ค่ะ - มนตรากรรมสะท้อน
รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง•ตอนที่ 3
หน้ากากใบใหม่
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!