"พี่มินตราคะ... ของขวัญที่รินมอบให้ ชอบไหมคะ?"
น้ำเสียงของรินลดาราบเรียบ แววตาของเธอไม่ต่างจากผิวน้ำในยามไร้ลมพัด เธอวางถ้วยชาลายครามลงบนจานรองเสียงดังเคร้งเบาๆ แต่กลับกรีดลึกลงไปในโสตประสาทของคนตรงหน้า มินตราที่กำลังจะยกแก้วไวน์ขึ้นจิบชะงักค้าง มือเรียวสวยที่ประดับด้วยแหวนเพชรเม็ดโตสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะแสร้งทำเป็นหัวเราะเบาๆ กลบเกลื่อน
"รินพูดเรื่องอะไรคะ พี่ไม่เห็นจะเข้าใจเลย ของขวัญอะไรกัน... พี่ว่าเราพักเรื่องไร้สาระแล้วมาคุยเรื่องงานแต่งงานของรินกับคุณชายดีกว่าไหมคะ พี่เตรียมรายชื่อแขกไว้ให้แล้วนะ"
มินตราพยายามควบคุมสถานการณ์อย่างที่เคยทำมาตลอดหลายปี เธอเป็นจิตรกรผู้เชี่ยวชาญในการแต่งแต้มสีสันให้ชีวิตคนอื่นดูเลวร้าย แต่ตัวเธอเองกลับดูบริสุทธิ์ผุดผ่อง ทว่าในวันนี้... รอยยิ้มของรินลดาที่ส่งกลับมานั้นกลับดูต่างออกไป มันเป็นรอยยิ้มที่หวานหยดจนน่าขนลุก หวานจนเหมือนเคลือบยาพิษไว้หนาเตอะ
รินลดาลุกขึ้นยืนช้าๆ เธอเดินอ้อมโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ไปหยุดอยู่ข้างหลังมินตรา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่มินตราใช้กลับดูฉุนกึกจนน่าสะอิดสะเอียนเมื่อเทียบกับความเงียบงันที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวรินลดา
"รายชื่อแขกเหรอคะ?" รินลดาโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหูของพี่สาวต่างสายเลือด ลมหายใจของเธอเย็นเยียบจนมินตราต้องหดคอหนี "พี่มินตราคะ... ในเมื่อพี่เป็นคนจัดแจงทุกอย่างในชีวิตรินมาตลอด รินก็เลยคิดว่า... พี่ควรได้เห็น 'บันทึก' เล่มนี้ด้วยตาตัวเองเสียหน่อย"
มือของรินลดาเลื่อนซองเอกสารสีน้ำตาลวางลงบนตักของมินตรา มินตราจ้องมองซองนั้นด้วยสายตาที่หวาดระแวง มือของเธอค่อยๆ แกะซองออกอย่างเชื่องช้า ทันทีที่ภาพถ่ายและเอกสารลายเซ็นปลอมแปลงของตระกูลปรากฏแก่สายตา เลือดในกายของมินตราก็ดูเหมือนจะเย็นเฉียบลงฉับพลัน
"นี่... นี่มันอะไรกันริน! ใคร... ใครส่งของพวกนี้มาให้เธอ!" มินตราแผดเสียงขึ้นมาโดยไม่รักษามาดนางเอกผู้แสนดีอีกต่อไป แววตาที่เคยอ่อนหวานบัดนี้วาวโรจน์ไปด้วยความตระหนก
รินลดาเดินกลับมานั่งที่เดิม เธอไขว่ห้างอย่างสง่างาม มือเรียวสวยหยิบกาน้ำชาขึ้นมาบรรจงรินลงถ้วยอย่างใจเย็น ราวกับเหตุการณ์ตรงหน้าเป็นเพียงเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไป
"ใครส่งมาไม่สำคัญหรอกค่ะพี่มินตรา... ที่สำคัญคือ... ถ้าเอกสารชุดนี้ไปถึงมือตำรวจ หรือไปถึงมือคุณหลวงธนา พี่คิดว่าอนาคตของพี่ที่สร้างมาบนกองซากศพของคนอื่น จะพังลงไปเร็วแค่ไหนกันคะ?"
"แกกล้าเหรอ! แกมันก็แค่หมากตัวหนึ่งที่ฉันชุบเลี้ยงมา ถ้าไม่มีฉัน แกก็เป็นได้แค่คนไร้ค่า!" มินตราขว้างแก้วไวน์ลงกับพื้นจนแตกกระจาย เศษแก้วกระเด็นไปโดนชายกระโปรงของรินลดา แต่หญิงสาวกลับไม่แม้แต่จะปรายตามอง
"หมากเหรอคะ?" รินลดาแค่นยิ้ม แววตาของเธอเปลี่ยนจากความอ่อนหวานเป็นความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลก "เสียใจด้วยนะคะพี่มินตรา... เพราะตอนนี้ กระดานใบนี้ไม่มีคนคุมแล้ว และริน... ไม่ใช่หมากที่จะให้ใครมาเดินได้ตามใจชอบอีกต่อไป ทุกย่างก้าวของรินจากนี้ไป คือการทวงคืน... ทวงทุกอย่างที่เป็นของรินคืนมา พร้อมกับดอกเบี้ยที่พี่ต้องชดใช้ด้วยชีวิต"
บรรยากาศในห้องโถงเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของมินตรา ความกลัวเริ่มเกาะกินจิตใจของผู้บงการที่เคยถือไพ่เหนือกว่ามาตลอดชีวิต มินตราพยายามจะคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาใครบางคน แต่แล้ว... แสงไฟในห้องก็ดับพรึบลง
ความมืดมิดเข้าครอบคลุมห้องโถงกว้างทันที เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่หอบถี่ของมินตรา ท่ามกลางความมืดนั้น เสียงฝีเท้าที่แผ่วเบาแต่หนักแน่นดังก้องขึ้นเรื่อยๆ รินลดายืนอยู่ตรงไหนไม่มีใครรู้ แต่กลิ่นดอกมะลิจางๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอกลับอบอวลอยู่รอบตัวมินตรา
"พี่มินตราคะ..." เสียงกระซิบดังขึ้นจากด้านหลัง "รู้ไหมคะว่าทำไมรินถึงเลือกวันนี้... เพราะวันนี้คือวันครบรอบ... วันที่แม่ของรินต้องตายไปเพราะความเห็นแก่ตัวของใครบางคนไงคะ"
ในจังหวะที่มินตราหวีดร้องสุดเสียงด้วยความขวัญผวา ประตูห้องโถงก็ถูกผลักออกอย่างแรง แสงไฟสลัวจากทางเดินด้านนอกเผยให้เห็นร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวเข้ามา เขาคือคุณหลวงธนา ผู้ซึ่งมาพร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือและสายตาที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างให้สิ้นซาก
"คุณหลวง!" มินตราถลาเข้าหาชายหนุ่มด้วยความหวังว่าเขาจะเป็นที่พึ่งสุดท้าย "ช่วยฉันด้วย! นังรินมันบ้าไปแล้ว มันใส่ร้ายฉัน!"
ทว่า... แทนที่จะยื่นมือไปประคองคุณหลวงธนากลับหยุดยืนนิ่ง สายตาของเขาจ้องมองผ่านมินตราไปที่รินลดา ก่อนจะโค้งคำนับให้เธออย่างนอบน้อมราวกับเธอคือราชินีผู้ครองอำนาจที่แท้จริง
"ทุกอย่างพร้อมแล้วครับคุณรินลดา" คุณหลวงธนาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น "รถตำรวจมารออยู่หน้าบ้านแล้วครับ และคนของทางธนาคารก็มาถึงแล้ว... ความพินาศที่คุณมินตราเคยทำไว้กับครอบครัวคุณ กำลังจะย้อนกลับไปทำลายเธอในวินาทีนี้ครับ"
มินตราทรุดตัวลงกับพื้นทันที ใบหน้าของเธอซีดเผือดเหมือนคนตาย ทุกอย่างที่เธอกุมไว้หลุดลอยไปในพริบตา รินลดาเดินก้าวผ่านร่างที่กำลังสั่นเทาของพี่สาวต่างสายเลือดไปอย่างไม่ไยดี เธอหยุดอยู่ที่ประตู ก่อนจะหันกลับมามองด้วยแววตาที่ว่างเปล่า
"ไม่ต้องห่วงนะคะพี่มินตรา... รินจะดูแลมรดกทั้งหมดของตระกูลที่พี่พยายามแย่งชิงไป... ให้ดีกว่าที่พี่เคยทำ"
ทว่าในจังหวะที่รินลดาจะก้าวพ้นประตูไปนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของคุณหลวงธนาก็ดังขึ้น สีหน้าของชายหนุ่มที่เคยสุขุมกลับแปรเปลี่ยนเป็นความตระหนกสุดขีดเมื่อเห็นชื่อผู้โทรเข้า เขาหันมาสบตารินลดาด้วยแววตาที่สั่นไหว "คุณรินลดาครับ... แผนของเราอาจต้องเปลี่ยนกะทันหัน... เพราะคนที่เราคิดว่าตายไปแล้ว... เขากำลังยืนรอเราอยู่ที่หน้าคฤหาสน์ครับ"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในเส้นทางแห่งความแค้นไปกับรินลดานะคะ ขอให้ทุกท่านเตรียมใจรับแรงกระแทกในตอนหน้า เพราะเกมนี้... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ ค่ะ
รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง•ตอนที่ 21
บทที่ 21
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!