รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง•ตอนที่ 30

บทที่ 30

ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
ปลายมีดสเตนเลสคมกริบสะท้อนแสงไฟสลัวในห้องใต้ดินจนกลายเป็นประกายวาววับ มันวางอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊กเก่าคร่ำคร่า สั่นไหวเล็กน้อยตามแรงสั่นสะท้านจากปลายนิ้วของมินตรา รินลดามองมีดเล่มนั้นด้วยดวงตานิ่งสนิท ราวกับน้ำในบ่อลึกที่ไร้เงาสะท้อน เธอไม่ได้มองมันด้วยความกลัว แต่เธอมองมันด้วยความสมเพช "พี่มินตราคะ..." รินลดากล่าวขึ้น เสียงหวานใสราบเรียบราวกับกำลังคุยเรื่องสภาพอากาศ "พี่คิดว่าของมีคมชิ้นนี้ จะตัดสายใยที่พี่สร้างขึ้นมาเพื่อกักขังฉันได้จริงๆ หรือคะ?" มินตราหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นเยียบเสียดแทงไปถึงขั้วหัวใจ หล่อนขยับเข้าไปใกล้รินลดาจนได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความตาย "สายใยเหรอ? น่าขำนะรินดา... สิ่งที่ฉันมอบให้เธอน่ะ มันคือบ่วงบาศที่รัดคอเธอจนหายใจไม่ออกต่างหากล่ะ ถ้าอยากให้ฆาตกรตัวจริงในคืนนั้นเป็นเพียงอากาศธาตุ ก็จงเลือกว่าจะแทงน้องสาวที่น่าสงสารของเธอ หรือจะให้ความลับทั้งหมดพังพินาศลงพร้อมกับชีวิตของเธอเอง" รินลดาสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินไม่ทำให้เธอสะทกสะท้าน ตรงหน้าเธอคือมินตรา ผู้หญิงที่สวมหน้ากากนักบุญมาตลอดชีวิต แต่ในวินาทีนี้ หน้ากากนั้นเริ่มปริร้าว เผยให้เห็นความโหยหาอำนาจและความกลัวที่ซ่อนอยู่ภายใน รินลดายื่นมือออกไปช้าๆ ไม่ใช่เพื่อหยิบมีด แต่เพื่อจัดปกเสื้อที่ยับย่นของมินตราอย่างใจเย็น "พี่คะ... พี่เคยได้ยินคำกล่าวไหมว่า 'ความลับไม่มีในโลก' ยิ่งพี่พยายามฝังมันลึกเท่าไหร่ ดินที่กลบมันไว้ก็จะยิ่งพองตัวขึ้นเท่านั้น" รินลดากระซิบชิดใบหูของอีกฝ่าย น้ำเสียงของเธอเปี่ยมด้วยความเมตตาที่แฝงไปด้วยพิษร้าย "พี่คิดว่าพี่คุมเกมนี้อยู่ แต่พี่ลืมไปหรือเปล่าว่า... ใครกันแน่ที่ดึงพี่ลงมาสู่ขุมนรกนี้ด้วยกัน" มินตราหน้าถอดสี มือที่ถือมีดสั่นระริก เธอพยายามข่มอารมณ์ด้วยการก้าวถอยหลัง แต่ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับกำแพงที่เย็นเฉียบ "แก... แกกำลังจะทำอะไร!" มินตราตวาด ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าหนังที่ก้าวเข้ามาในห้องใต้ดินก็ดังสะท้อนก้อง รินลดาหันไปมองเงามืดที่ค่อยๆ ก้าวออกมา คุณหลวงธนาปรากฏตัวขึ้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย แววตาของเขามีความดุดันและสมเพชในเวลาเดียวกัน เขาสวมถุงมือหนังสีดำสนิท ในมือมีแฟ้มเอกสารเก่าคร่ำคร่าที่ดูเหมือนจะเป็นอาวุธที่ร้ายแรงยิ่งกว่ามีดเล่มใดในห้องนี้ "คุณหลวง..." มินตราครางชื่อนั้นออกมาด้วยความสิ้นหวัง "เอกสารฉบับนี้ไม่ได้ระบุชื่อฆาตกรหรอกนะ มินตรา" คุณหลวงธนากล่าว น้ำเสียงเย็นชาไร้ความปรานี "แต่มันระบุว่า... ใครเป็นคนสั่งการให้เกิดเหตุการณ์คืนนั้นจริงๆ" รินลดาเดินเข้าไปใกล้คุณหลวงธนา แล้วฉีกยิ้มหวานที่เปรียบดั่งดอกไม้พิษ เธอหันกลับมามองพี่สาวต่างสายเลือดที่กำลังยืนตัวสั่นเป็นลูกนก ก่อนจะคว้ามีดจากโต๊ะขึ้นมา แล้ววางมันลงบนฝ่ามือของมินตราอย่างแผ่วเบา "พี่อยากให้ฉันแทงใครเหรอคะ?" รินลดาเอ่ยพลางหัวเราะร่วนในลำคอ "ความจริงแล้ว... ในคืนนั้น คนที่ถือมีดเล่มนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นพี่เองไม่ใช่หรือคะ มินตรา?" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องใต้ดินชั่วขณะ ก่อนที่เสียงหวอไซเรนของรถตำรวจจะดังแว่วเข้ามาจากระยะไกล มินตราเบิกตากว้างด้วยความตระหนก เธอหันไปมองทางออก แต่ทว่า... รินลดากลับเป็นคนล็อคประตูกลอนนั้นไว้จากด้านใน และกลืนกุญแจลงคอไปต่อหน้าต่อตา! มินตราทรุดลงกับพื้น ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว รินลดาโน้มตัวลงมาประคองร่างพี่สาวไว้ พลางกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วหวานที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอ "เกมเพิ่งจะเริ่มขึ้นเท่านั้นค่ะพี่สาว... เพราะฉันได้สลับผลตรวจ DNA ของคนบนรถในคืนนั้นไปเมื่อเช้านี้เอง" มินตราเงยหน้าขึ้นมองรินลดาด้วยความแค้นเคือง แต่ทว่า... แสงจากไฟฉายของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างบานเล็กเข้ามา กลับเผยให้เห็นเงาของใครบางคนที่ยืนอยู่ข้างหลังคุณหลวงธนา ซึ่งมินตราจำได้แม่นว่าเขาคือคนเดียวที่เธอ 'สั่งฆ่า' ไปเมื่อสิบปีก่อน! ชายคนนั้นก้าวออกมาจากเงามืด เผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการถูกไฟคลอก พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกของมินตราพังทลายลงในพริบตาว่า... "ความลับคืนนั้น... ผมจำได้ทุกรายละเอียดครับ คุณมินตรา" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามร่วมลุ้นไปกับรอยแค้นที่ค่อยๆ เผยโฉมออกมานะคะ มนตรากรรมสะท้อนสัญญาว่าจะไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวังในตอนถัดไปแน่นอนค่ะ
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยแค้นจารึกเลือด: ย้อนรอยลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%