จังหวะการเคาะประตูสามครั้งเว้นช่วงสั้นแล้วตามด้วยเคาะรัวอีกห้าครั้งดังสนั่นฝ่าความเงียบสงัดของยามวิกาล มันคือรหัสมอร์สภาคสนามที่แปลความหมายได้ตรงกันระหว่างหน่วยรบพิเศษว่า *'อันตรายระดับวิกฤต จงเตรียมอาวุธ'*
น้ำรินที่กำลังยืนง่วนอยู่กับการตรวจเช็คหน้าจอโฮโลแกรมของระบบมิติคลังเก็บของระดับสิบ พลันชะงักมือ ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคมขึ้นมาทันที เธอกวาดตามองหน้าจอที่แสดงผลสินค้าเกษตรอินทรีย์แปรรูปและยันต์ไอทีล็อตใหม่ที่เพิ่งผลิตเสร็จ ก่อนจะหันไปสบตากับผู้กองธันวาผู้เป็นสามี ซึ่งขณะนั้นกำลังบรรจุกระสุนปืนลูกซองคู่ใจด้วยกระสุนอาคมอักขระขอมโบราณ
"ไม่ใช่ผีรับจ้างของป้าสมศรีแน่ครับแบบนี้" ผู้กองธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกริบฉายแววระแวดระวัง เขาก้าวเข้ามาบังร่างของภรรยาไว้ครึ่งก้าวตามสัญชาตญาณทหารอาชีพ "จังหวะการเคาะแบบนี้มีความเป็นระเบียบเกินกว่าจะ1เป็นพวกสัมภเวสีเร่ร่อน... นี่คือการส่งสัญญาณเตือนจากคนเป็น แต่เป็นคนประเภทไหนล่ะที่รู้รหัสลับของหน่วยรบพิเศษเรา"
น้ำรินแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอสะบัดข้อมือเรียกชุดยันต์กระดาษโค้ดดิ้งสีทองอร่ามขึ้นมาถือไว้ในมือ รอยยิ้มแสบสันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ไม่ว่าจะคนหรือผี ถ้ากล้ามาเคาะประตูบ้านตอนตีสองโดยไม่ได้รับเชิญ แถมยังบังอาจมาขัดจังหวะตอนที่ฉันกำลังคำนวณกำไรจากการขายพริกแกงมิติลับในตลาดมืดออนไลน์ล่ะก็... ผมจะต้อนรับด้วยกระสุนปืนกลและระบบมิติขนย้ายไปลงนรกแบบไม่ต้องต่อแถวเลยล่ะครับคุณธันวา"
แม้ปากจะพูดติดตลก แต่น้ำรินก็ไม่ประมาท เธอกดสั่งการผ่านระบบไอทีในหัวเพื่อเปิดใช้งาน 'เขตอาคมตาข่ายแม่เหล็กไฟฟ้า' รอบตัวบ้านทันที หน้าจอสีฟ้าใสปรากฏเส้นตารางพลังงานเรืองแสงปกคลุมตัวบ้านไม้สักทองไว้ เสียงลมหายใจของทั้งคู่ประสานกันอย่างเป็นจังหวะท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืนที่มีกลิ่นอายความชื้นของดินและกลิ่นอายควันธูปแปลกประหลาดลอยมาตามสายลม
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
คราวนี้เสียงเคาะดังขึ้นติดต่อกันเป็นจังหวะยาว ผู้กองธันวาไม่รอช้า เขาพยักหน้าให้น้ำรินถอยไปตั้งหลัก ก่อนจะกระชากประตูไม้เปิดออกอย่างไร้ความลังเล พร้อมกับกระบอกปืนกลอเนกประสงค์ที่ถูกยกขึ้นเล็งตรงไปยังความมืดมิดเบื้องหน้าในเสี้ยววินาที
ทว่า ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับไม่ใช่กองทัพผีร้ายหรือมือสังหารรับจ้าง
ร่างที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่คือ 'หมวดวิชาญ' นายทหารรุ่นน้องคนสนิทของผู้กองธันวา สภาพของหมวดหนุ่มในยามนี้ดูไม่ได้เอาเสียเลย เครื่องแบบทหารเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนสีดำสนิทที่มีกลิ่นเหม็นเน่าคล้ายซากศพ ร่างกายสั่นเทาด้วยความหนาวเหน็บ ดวงตาเบิกโพรงจ้องมองตรงมาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด และที่น่าตกใจที่สุดคือ ที่ลำคอของหมวดวิชาญมีรอยเขียวช้ำเป็นรอยนิ้วมือขนาดใหญ่ ราวกับเพิ่งถูกบีบรัดด้วยมือของใครบางคนที่ไร้ตัวตน
"ผู้กอง... ช่วยผมด้วย..." หมวดวิชาญสำลักออกมาเป็นเลือดสีดำคล้ำ ก่อนจะทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นหน้าประตูบ้าน ผู้กองธันวารีบพุ่งเข้าไปประคองร่างนั้นทันที พร้อมกับใช้นิ้วแตะที่ชีพจรซึ่งเต้นอ่อนแรงลงทุกที
น้ำรินก้าวเข้ามาใกล้ แววตาซุกซนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความจริงจัง เธอใช้ปลายนิ้วแตะที่กลางหว่างคิ้วของหมวดวิชาญเพื่อสัมผัสพลังงานตกค้าง "อืม... ไม่ใช่ฝีมือภูตผีธรรมดาแล้วล่ะครับคุณธันวา พลังงานที่กัดกินวิญญาณของเขาอยู่ตอนนี้มีความถี่ต่ำมาก... มันคือคลื่นพลังงานจากใต้ดิน พลังงานของสิ่งชั่วร้ายโบราณที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหล!"
หมวดวิชาญคว้าชายเสื้อของผู้กองธันวาไว้แน่น แรงบีบนั้นมากเสียจนข้อนิ้วขาวซีดริมฝีปากสั่นระริกเอื้อนเอ่ยถ้อยคำขาดห้วงด้วยความยากลำบาก
"มัน... มันตื่นแล้ว... ที่ฐานปฏิบัติการร้างใต้เนินเขา... มีคนพยายามใช้พิธีกรรมทางไสยศาสตร์ผสานกับรหัสคอมพิวเตอร์โบราณเพื่อปลุก 'มัน' ขึ้นมา... พวกมันต้องการเปิดประตูมิติเพื่อดึงกองทัพผีดิบยุคสงครามโลกขึ้นมาบนโลกมนุษย์... และ... และผม..."
หมวดวิชาญยังพูดไม่ทันจบ ร่างกายทั้งร่างก็เกร็งกระตุกอย่างรุนแรง ดวงตาทั้งสองข้างเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทไร้แววตา เสียงคำรามต่ำๆ ลอดออกมาจากลำคอของนายทหารหนุ่ม ราวกับมีเสียงนับร้อยกำลังกระซิบประสานกันจากห้วงลึกของพื้นดิน
น้ำรินไม่รอช้า เธอตบยันต์ไอทีสีทองลงกลางหน้าผากของหมวดวิชาญทันที เกิดประกายไฟสีฟ้าแลบแปลบปลาบพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ดังออกมาจากร่างของนายทหารหนุ่ม ก่อนที่ร่างนั้นจะสงบลงและหมดสติไป
ผู้กองธันวาสูดหายใจเข้าลึก
นัยน์ตาลุกโชนด้วยโทสะและความเด็ดเดี่ยว "ฐานปฏิบัติการร้างใต้เนินเขา... ที่นั่นคือจุดอับสัญญาณที่กองทัพเคยใช้เก็บอาวุธเคมีและคลังแสงลับเมื่อหลายสิบปีก่อน หากมีใครใช้วิชาไสยศาสตร์ผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อปลุกสิ่งนั้นขึ้นมาจริงๆ ประเทศเราจะกลายเป็นนรกบนดินในชั่วข้ามคืนแน่"
น้ำรินหยิบสมาร์ทโฟนรุ่นพิเศษหน้าจอโฮโลแกรมขึ้นมา นิ้วเรียวกดรัวแป้นพิมพ์เพื่อสแกนหาพิกัดคลื่นพลังงานประหลาดที่หมวดวิชาญเพิ่งนำติดตัวมา หน้าจอปรากฏจุดสีแดงกะพริบถี่ๆ บริเวณพิกัดที่ตั้งของฐานทัพร้างใต้ดิน พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานที่เด้งขึ้นมาเตือนสติ
**[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการทำพิธีกรรมเปิดประตูนรก ระดับความอันตราย: ภัยพิบัติระดับ SSS | เวลาที่เหลือสลายผนึก: 45 นาที]**
น้ำรินเงยหน้าขึ้นสบตากับสามี รอยยิ้มที่มักจะเปื้อนความแสบสันในยามปกติหายวับไป เหลือเพียงความมุ่งมั่นของทายาทหมอผีไอทีผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน
"ดูท่าว่าแผนการเปิดร้านขายส้มตำปูปลาร้ามิติลับและทำสวนเกษตรอินทรีย์ของเราคงต้องเลื่อนไปก่อนแล้วล่ะครับคุณธันวา" น้ำรินกล่าวพรางปลดล็อกสลักกระเป๋ามิติ หยิบปืนกลพกพาสีดำสนิทที่อัดแน่นด้วยกระสุนอาคมโค้ดดิ้งสูงสุดส่งให้สามี ส่วนมืออีกข้างก็คว้ากระเป๋าใส่ยันต์ไอทีระเบิดเวลามาสะพายไหล่ "ในเมื่อมีคนอยากปลุกผีบรรพกาลขึ้นมาเดินเล่นบนดิน งั้นเราสองคนผัวเมียก็คงต้องลงไปเคลียร์พื้นที่ใต้ดินให้พวกมันรู้สำนึกเสียหน่อยว่า... การมาขัดขวางการทำมาหากินของครอบครัวเรา มันมีจุดจบที่ทรมานแค่ไหน!"
ผู้กองธันวารับปืนกลมาถือไว้มั่น ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านอยู่ในอกทุกครั้งที่ได้เคียงบ่าเคียงไหล่กับภรรยา เขาโค้งตัวลงอุ้มร่างของหมวดวิชาญไปวางไว้ในเขตอาคมปลอดภัยภายในบ้าน ก่อนจะหันมาพยักหน้าให้ภรรยาด้วยรอยยิ้มดุดันแต่นุ่มนวล "ลุยกันเถอะครับที่รัก... จัดการพวกมันเสร็จ เราค่อยกลับมาทำเมนู 'แกงฮังเลหมูสามชั้น' กินฉลองชัยชนะกันให้หนำใจ"
ทั้งสองก้าวเดินออกไปจากตัวบ้าน มุ่งหน้าสู่ความมืดมิดของเนินเขาเบื้องหน้า โดยไม่ทันได้สังเกตเห็นว่า... บนหน้าจอโฮโลแกรมที่ยังคงเปิดทิ้งไว้ในบ้าน พิกัดจุดสีแดงที่ควรจะมีเพียงจุดเดียว กลับเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วจนเต็มหน้าจอ... และจุดสีแดงเหล่านั้นไม่ได้มาจากใต้เนินเขา... แต่มันกำลังล้อมรอบบ้านของพวกเขาจากทุกทิศทุกทาง!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หมอผีวัยรุ่น" เสมอมานะครับ
หมอผีไอทีกับคุณทหารผู้ปราบผีด้วยปืนกล•ตอนที่ 23
เสียงกระซิบจากใต้ดิน
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอผีไอทีกับคุณทหารผู้ปราบผีด้วยปืนกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!