"กลิ่นธูปสาบสถิตแบบนี้... ไม่ใช่กลิ่นของบรรพบุรุษเราแน่ครับคุณริน"
ผู้กองธันวากระซิบลอดไรฟัน นิ้วชี้แกร่งแตะอยู่บนไกปืนพกขนาด .45 ที่ผ่านการลงอักขระคาถาปราบวิญญาณจนเรืองแสงสีทองจางๆ ใต้ร่มผ้า สายตาคมกริบกวาดมองไปยังลานกว้างหน้าบ้านหลังคาคุ้นตา ซึ่งในยามนี้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นลานประกอบพิธีกรรมทางไสยศาสตร์แบบฉบับตบตาชาวบ้าน เสียงกลองเพลและเสียงสวดภาษาบาลีเพี้ยนๆ ดังกระหึ่มก้องกังวานเคล้ากับเสียงเคาะกะลาของหมอผีสำนักข้างเคียง
น้ำรินหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาดุดลุกโชนอย่างคนรู้ทัน เธอยกมือขึ้นกอดอก พลางเคาะนิ้วเบาๆ กับข้อศอกตัวเอง ท่าทางของหญิงสาวในยามนี้ดูราวกับผู้บริหารบริษัทไอทีที่กำลังจับผิดโปรแกรมเมอร์ฝึกหัดที่พยายามเขียนโค้ดลักไก่
หลังจากที่เธอจับสัญญาณความผิดปกติจากระบบเซิร์ฟเวอร์ไสยศาสตร์ที่ติดตั้งไว้รอบบ้านได้จากตอนที่แล้ว ปลายทางของรหัสคำสั่งแปลกปลอมนั้นไม่ได้มาจากที่ไหนไกล แต่พุ่งตรงมาจากฝีมือของป้าสมศรีผู้หวังฮุบที่ดินแปลงงามหลังนี้ และในวันนี้ หญิงแก่จอมสูบคนนั้นถึงกับลงทุนจ้าง 'อาจารย์คงคา' หมอผีเก๊จอมลวงโลกประจำอำเภอมาทำพิธี 'ขับไล่ภูตผีปีศาจ' เพื่อยึดครองบ้านและฟาร์มของพวกเขาอย่างหน้าด้านๆ
"ปล่อยให้พวกเขารำไปก่อนเถอะครับคุณธันวา" น้ำรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยรอยยิ้มเยาะ "ระบบความปลอดภัยมิติลับของผมบันทึกภาพและเสียงไว้หมดทุกฟังก์ชันแล้ว การปลอมแปลงใบอนุญาตหมอผีและการเรียกเงินบริจาคเข้ากระเป๋าตัวเองแบบนี้ อีกไม่นานกรมการปกครองคงได้มาร่วมวงกินหมูกระทะกับเราแน่ๆ"
กลางลานพิธี ควันธูปโขมงโฉงเฉงจนแสบจมูก อาจารย์คงคาในชุดขาวห่มสิมะโลมด้วยผ้าแพรสีแดงเลือดหมู กำลังร่ายรำดาบไม้โมกข์อย่างเอาเป็นเอาตาย ปากก็ท่องคาถาภาษาผีผสมภาษาคนเพื่อเรียกเรตติ้งจากชาวบ้านมุงที่ยืนล้อมวงดูด้วยความตื่นเต้น ป้าสมศรีผู้เป็นแม้องค์การยืนประนมมือ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความอินจัด ราวกับว่าครอบครัวของน้ำรินกำลังถูกผีสิงจนบ้านจะแตกสาាយสาแหรก
"พี่น้องครับ! บ้านหลังนี้มีอาถรรพ์ร้ายแรง วิญญาณสัมภเวสีจากแดนไกลกำลังกัดกินความเจริญของหมู่บ้านเรา! ถ้าไม่ทำพิธีล้างอาถรรพ์ด้วยเงินบริจาคสามหมื่นบาทวันนี้ วิญญาณร้ายจะตามไปสูบเลือดพวกท่านทุกคน!" อาจารย์คงคาแผดเสียงประกาศกร้าวผ่านโทรโข่งเก่าๆ เรียกเสียงฮือฮาจากชาวบ้านที่เริ่มหน้าซีดเผือดด้วยความกลัว
น้ำรินทนดูละครฉากใหญ่ไม่ไหว เธอสะบัดมือเบาๆ เรียกหน้าจอโฮโลแกรมมิติลับขึ้นมาปลายนิ้ว ก่อนจะกดปุ่มควบคุมลำโพงบลูทูธกำลังขับสูงที่ซ่อนอยู่บนต้นมะม่วงหลังบ้าน เสียงดนตรีรีมิกซ์เพลงลูกทุ่งยุค 80 จังหวะสามช่าอันเร้าใจก็ดังกระหึ่มแทรกกลางวงพิธีขึ้นมาทันที กลบเสียงสวดมนต์ของหมอผีเก๊จนสนิท
"อ้าว! อาจารย์ครับ! เพลงมาแล้ว รำต่อนสิครับ รออะไรอยู่!" น้ำรินตะโกนแซกผ่านไมโครโฟนไร้สาย ร่างบางก้าวเท้าออกมาจากระเบียงบ้านอย่างสง่างาม สีหน้าเยnชาแต่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ
ชาวบ้านต่างหันขวับมามองเป็นตาเดียว ป้าสมศรีหน้าถอดสี รีบชี้มือด่ากราดทันที "อีริน! แกกล้าดียังไงมาขัดขวางพิธีปัดเป่าสิ่งอัปมงคล บ้านหลังนี้มันมีผีสิงจริงๆ นะเว้ย อาจารย์คงคาเขามีญาณวิเศษมองเห็น!"
"ญาณวิเศษหรือว่ายาต้มแก้ตาฟางกันแน่ครับคุณป้า?" ผู้กองธันวาเดินตามออกมาสมทบ ร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองแต่แผ่รังสีความเป็นผู้นำและความน่าเกรงขามออกมาอย่างชัดเจน เขากอดอกมองอาจารย์คงคาด้วยสายตาคมกริบดั่งพญาอินทรี "ผมเป็นทหาร ผ่านสมรภูมิรบมาก็เยอะ ไม่เคยเห็นผีตนไหนถือกระเป๋าหนังหลุยส์ปลอมแบบที่อาจารย์ถืออยู่เลยนะครับ"
อาจารย์คงคาหน้าเจื่อนลงทันที เหงื่อกาฬแตกพลั่ก รีบเก็บดาบไม้โมกข์เข้าฝัก "เอ่อ... อาตมา... เอ๊ย! ฉันหมายถึงอาจารย์... เป็นวิชาอาคมขั้นสูงที่คนธรรมดาไม่เข้าใจหรอกนะโยม!"
"อ๋อ... วิชาขั้นสูงที่ว่านี่รวมถึงการแอบเอาซากโครงกระดูกไก่สดมาฝังไว้ใต้ถุนบ้านผม เพื่อจัดฉากว่าเป็นร่องรอยของผีปอบด้วยหรือเปล่าครับ?" น้ำรินดีดนิ้วเป๊าะ หน้าจอโฮโลแกรมมิติลับฉายภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดไอทีจิ๋วที่จับภาพอาจารย์คงคาและป้าสมศรีร่วมมือกันขุดหลุมฝังกระดูกไก่เมื่อคืนนี้ขึ้นมาฉายหรากลางลานบ้านให้ทุกคนได้เห็นกันจะๆ
เสียงฮือฮازดังระเบิดขึ้นทันทีในหมู่ชาวบ้าน สายตาทุกคู่เปลี่ยนจากความหวาดกลัวมาเป็นความดูถูกเหยียดหยาม ป้าสมศรีหน้าซีดเผือก ปากสั่นระริก พูดไม่ออก ได้แต่ชี้หน้าน้ำรินด้วยความแค้นเคือง
"แก... อีเด็กเปรต! แกใส่ร้ายฉัน!" ป้าสมศรีแผดเสียงกรี๊ดลั่น ทิ้งมาดผู้ใหญ่ใจบุญพุ่งเข้าใส่รินด้วยความโกรธเกรี้ยว
แต่ก่อนที่ร่างท้วมๆ นั้นจะเข้าประชิดตัว ผู้กองธันวาก็ก้าวเท้าเข้ามาขวางไว้ด้วยความเร็วแสง มือแกร่งคว้าข้อมือป้าสมศรีไว้มั่น แรงบีบที่พอเหมาะพอเจาะทำให้ป้าสมศรีต้องร้องจ๊ากด้วยความเจ็บปวดแต่ไร้รอยแผล
"การบุกรุกเคหสถานและการฉ้อโกงประชาชนมีโทษทางกฎหมายนะครับคุณป้า ถ้าไม่อยากให้ผมดำเนินคดีถึงที่สุด พร้อมกับส่งข้อมูลบัญชีรับเงินใต้โต๊ะของอาจารย์คงคาให้สรรพากรตรวจสอบ... เชิญเก็บฉากแล้วไสหัวออกไปจากที่นี่ซะตอนนี้เลยดีกว่าครับ" ผู้กองธันวากล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งสนิท ทรงพลังจนหมอผีเก๊ถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นดิน
ป้าสมศรีหน้าเขียวคล้ำด้วยความแค้นและอับอาย เธอสะบัดแขนหลุดจากการจับกุม ก่อนจะชี้น้ำรินและธันวาด้วยความอาฆาตมาดร้าย "ฝากไว้ก่อนเถอะ! พวกแกสองคนไม่มีวันทำมาค้าขายขึ้นหรอก!" พูดจบลากสังขารพาอาจารย์คงคาและสมุนวงแตกหนีหายไปจากบ้านอย่างรวดเร็ว
บรรยากาศกลับคืนสู่ความสงบ ท่ามกลางเสียงปรบมือเบาๆ ของชาวบ้านบางคนที่แอบสะใจกับเหตุการณ์เมื่อครู่ น้ำรินถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันมาส่งยิ้มหวานให้สามีหนุ่มรูปงาม
"เหนื่อยหน่อยนะครับคุณริน ปราบผีเก๊นี่บางทีเหนื่อยกว่ารบกับข้าศึกซะอีกนะเนี่ย" ผู้กองธันวาคลายสีหน้าเคร่งขรึมลง เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มอบอุ่น มือหนายื่นไปลูบศีรษะภรรยาเบาๆ อย่างรักใคร่
"ใครว่าเหนื่อยกันล่ะครับ แถมสนุกออก... แต่นี่ก็เที่ยงพอดี ท้องผมเริ่มประท้วงแล้วสิครับคุณธันวา" น้ำรินหัวเราะคิกคัก พลางสูดกลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยมาจากห้องครัว
กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของแกงเขียวหวานไก่ใส่ยอดมะพร้าวอ่อนและใบโหระพาสดๆ จากสวนหลังบ้าน ที่เคี่ยวจนกะทิแตกมันส่งกลิ่นเย้ายวนชวนน้ำลายสอ ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณบ้านจนกลบกลิ่นธูปไสยศาสตร์เก๊เมื่อครู่จนหมดสิ้น และในวินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านก็ดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษไปรษณีย์ที่หอบพัสดุกล่องมหึมาเข้ามาส่ง
"คุณรินครับ... มีพัสดุด่วนส่งตรงมาจากสำนักปรอทโบราณ จ่าหน้าซองถึงคุณโดยเฉพาะ และ... ดูเหมือนว่าผู้ส่งจะระบุชื่อว่าเป็น 'ศิษย์พี่' ที่คุณตัดขาดความสัมพันธ์ไปเมื่อสามปีก่อนนะครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความแสบสันต์และอบอุ่นในตอนนี้นะครับ
หมอผีไอทีกับคุณทหารผู้ปราบผีด้วยปืนกล•ตอนที่ 18
ปะทะแก๊งหมอผีเก๊
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอผีไอทีกับคุณทหารผู้ปราบผีด้วยปืนกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!