"คุณรินครับ... มีพัสดุด่วนส่งตรงมาจากสำนักปรอทโบราณ จ่าหน้าซองถึงคุณโดยเฉพาะ และ... ดูเหมือนว่าผู้ส่งจะระบุชื่อว่าเป็น 'ศิษย์พี่' ที่คุณตัดขาดความสัมพันธ์ไปเมื่อสามปีก่อนนะครับ"
เสียงทุ้มต่ำของพันตรีธันวาผู้เป็นสามีดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องพักรับรองของค่ายทหาร แสงไฟนีออนสีนวลสาดกระทบลงบนซองกระดาษสาเนื้อหยาบสีตุ่นๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะไม้สัก ตัวซองผนึกด้วยครั่งสีแดงสดประทับตราอักขระโบราณรูปงูกินหาง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำสำนักที่น้ำรินคุ้นเคยดีจนรู้สึกแสบตา
น้ำรินที่กำลังงุ่นอยู่กับการเช็คระบบมิติคลังเก็บของผ่านหน้าจอโฮโลแกรมไอทีชั่วคราว ชะงักมือทันที ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความระแวง เธอยื่นมือไปหยิบซองจดหมายนั้นขึ้นมาพิจารณา น้ำหนักของมันเบาหวิวราวกับไม่มีอะไรอยู่ข้างใน นอกจากกระดาษแผ่นเดียวและกลิ่นอายความชื้นแฉะของป่าดิบชื้นที่โชยทะลุเนื้อกระดาษออกมาเตะจมูก
"ศิษย์พี่ใหญ่... ตาเฒ่าจอมเจ้าเล่ห์นั่นน่ะเหรอครับ" น้ำรินแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าสวยเฉี่ยวกระตุกยิ้มเยาะ "สามปีเต็มๆ ที่มันหายหัวไปอย่างไร้ร่องรอย ปล่อยให้สำนักร้างรา แถมยังทิ้งหนี้สินกองโตไว้ให้ฉันตามเช็ดตามล้าง พอตอนนี้เห็นกิจการฟาร์มของเราเริ่มรุ่งเรืองและระบบมิติตั้งหลักได้ ถึงกับส่งจดหมายกลิ่นตุๆ มาหาเชียวรึ"
ธันวาก้าวเข้าไปยืนซ้อนหลัง วางมือหนาลงบนไหล่บางเพื่อถ่าย
ทอดความอบอุ่นและไออุ่นแห่งความมั่นคง สายตาคมกริบมองสำรวจซองจดหมายด้วยสัญชาตญาณของนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชคโชน นิ้วมือข้างขวาของเขาเผลอลูบโครงปืนพกประจำกายโดยอัตโนมัติ
"ในค่ายธันวานี่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดและอาคมคุ้ม
ครองฐานทัพหนาแน่นที่สุดในเขตภาคตะวันออกแล้วนะครับ แต่ผมสังเกตว่าตั้งแต่พลทหารเวรยกพัสดุนี้เข้ามา หลอดไฟนีออนทางเดินด้านนอกก็กะพริบแปลกๆ แถมสุนัขทหารในกรงทางทิศใต้ยังส่งเสียงหอนรับกันเป็นทอดๆ ราวกับสัมผัสตัวตนอะไรบางอย่างได้"
"ไม่ต้องสงสัยเลยครับคุณธันวา พัสดุนี่ไม่ใช่แค่จดหมายทวงความหลัง แต่มันคือ 'อาถรรพ์พเนจร' ที่ถูกส่งมาลองเชิง" น้ำรินฉีกซองจดหมายออกอย่างไร้ความลังเล กลิ่นอายความเย็นเยียบพวยพุ่งทะลักออกมาทันที กระดาษแผ่นบางร่วงหล่นลงบนโต๊ะเผยให้เห็นอักขระเลือดที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า
*‘น้องรินศิษย์น้อง... ของที่ฝากไว้ ถึงเวลาต้องทวงคืนแล้ว หากไม่อยากให้สามีทหารยศนายพันของเธอต้องกลายเป็นกระสอบทรายวิญญาณ จงเอา ‘กล่องศิลาปรอท’ ไปคืนที่ป่าช้าท้ายค่ายภายในเที่ยงคืนนี้... มิฉะนั้น ศิษย์พี่จะไปร่วมงานเลี้ยงต้อนรับพวกเธอด้วยตัวเอง’*
สิ้นเสียงอ่านในใจของน้ำริน บรรยากาศภายในห้องพักก็ลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว หน้าต่างกระจกบานเกล็ดเริ่มสั่นระรัวจากแรงลมภายนอกที่จู่ๆ ก็พัดโหมกระหน่ำเข้ามาอย่างรุนแรง ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้อากาศนิ่งสงบไร้ลม
"หอะ! กล้ามากนะที่ใช้สามีฉันมาขู่" น้ำรินหัวเราะในลำคอ ดวงตาฉายแวววาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เธอสะบัดมือขวาเบาๆ เรียกหน้าต่างระบบมิติลับไอทีขึ้นมา ปลายนิ้วเรียวยาวจิ้มลงบนหน้าจอโابتัสรัวเร็วเพื่อปลดล็อกคลังแสงเฉพาะกิจ "คุณธันวาครับ เตรียมกระกระสุนอาคมของคุณให้พร้อมเถอะ คืนนี้เราคงไม่ได้นอนเคเคาะสนิมฝีมือกันหน่อยแล้วล่ะ"
ธันวาแย้มยิ้มมุมปาก รอยยิ้มของชายหนุ่มผู้คลั่งรักและซื่อสัตย์คนนี้ไม่ได้มีความหวาดกลัวเจือปนแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความตื่นเต้นและความดุดันของนายทหารผู้พร้อมปกป้องภรรยาด้วยชีวิต เขาหยิบกระสุนปืนกลขนาด .50 ออกมาจากกล่องเหล็กทีละนัด ก่อนจะบรรจงร่ายคาถาปราบผีลงบนหัวกระสุนแต่ละนัดด้วยความแม่นยำ ทุกครั้งที่ตัวอักษรสีทองเรืองแสงขึ้นบนหัวกระสุน กลิ่นอายความศักดิ์สิทธิ์ก็แผ่ขยายขับไล่ไอเย็นยะเยือกออกไปจนห้องกลับมาอบอุ่นขึ้น
"สำหรับผมแล้ว เรื่องผีสางอาจจะไม่ถนัดเท่าไหร่... แต่นโยบายของผมมีอยู่ข้อเดียวครับน้ำริน ใครหน้าไหนที่บังอาจมารบกวนความสุขของเรา หรือคิดจะทำร้ายภรรยาของพันตรีธันวา มันต้องได้ลิ้มรสกระสุนอาคมเจาะกบาลเสียก่อนที่จะได้เหยียบเข้าเขตค่าย" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว เขาดึงตัวภรรยาสุดที่รักเข้ามาโอบกระชับไว้ในอ้อมแขนชั่วครู่ ก่อนจะผละออกเพื่อเตรียมยุทโธปกรณ์
"งั้นเราไปต้อนรับ 'ศิษย์พี่' จอมปลอมคนนี้กันหน่อยดีกว่าครับ" น้ำรินกระตุกยิ้มร้าย สอดมือถือเครื่องมือสื่อสารระบบคลาวด์ไสยศาสตร์เก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อกั๊ก พร้อมกับสะพายกระเป๋าเป้มิติลับที่บรรจุยันต์ระเบิดและน้ำมนต์ไฮเทคไว้แน่นสนิท
ทั้งคู่ก้าวเท้าออกจากห้องพักรับรองสู่สนามฝึกซ้อมยุทธวิธีของค่ายธันวาในยามวิกาล ความมืดมิดปกคลุมไปทั่วบริเวณ มีเพียงแสงจันทร์สีนวลที่สาดส่องผ่านหมู่เมฆครึ้ม ลมพัดแรงกระแทกยอดไม้รอบค่ายจนเกิดเสียงหวีดหวิวราวกับเสียงโหยหวนของภูตผี
ทันใดนั้นเอง บริเวณลานฝึกซ้อมโล่งกว้างเบื้องหน้า ก็เริ่มปรากฏกลุ่มหมอกสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน หมอกควันเหล่านั้นบิดตัวไปมาอย่างน่าสยดสยอง ก่อนจะก่อร่างสร้างตัวเป็นเงาร่างนับสิบชีวิต ร่างแต่ละร่างอยู่ในชุดทหารโบราณยุคสงครามโลก ดวงตาส่องแสงสีแดงฉาน และที่น่ากลัวที่สุดคือ ทุกตนถืออาวุธครบมือและส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอจนแผ่นดินสะเทือน
"โอ้โห... ขนลูกน้องมาตรียบเลยเหรอเนี่ย นึกว่ากองทัพซอมบี้เดินได้" น้ำรินบ่นอุบพร้อมกับกวาดสายตามองประเมินสถานการณ์ผ่านแว่นตาตรวจจับพลังงานวิญญาณ "คุณธันวาคะ ทางซ้ายสามตน ทางขวาห้าตน ตรงกลางตัวใหญ่นั่นน่าจะเป็นหัวหน้ากองวิญญาณที่ศิษย์พี่ส่งมาทักทาย"
ธันวาไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาปลดล็อกเซฟปืนกลหนักประจำกาย ประทับเล็งไปยังเป้าหมายเบื้องหน้าด้วยความนิ่งสงบ ดั่งพญาอินทรีที่กำลังจ้องมองเหยื่อ
"รับทราบครับที่รัก... เดี๋ยวผมเคลียร์พื้นที่เปิดทางให้คุณเข้าไปคุย 'ธุรกิจส่วนตัว' กับศิษย์พี่เขาเอง"
สิ้นคำพูดของนายทหารหนุ่ม เสียงคำรามกึกก้องของปืนกลอาคมก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วค่ายธันวา กระสุนอาคมพุ่งแหวกอากาศออกไปด้วยความเร็วสูง แสงสีทองสว่างวาบเจิดจ้าตัดผ่านความมืดมิด พร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของเหล่าวิญญาณร้ายที่ถูกระเบิดสลายกลายเป็นจุลในพริบตาเดียว!
ทว่า... ในจังหวะที่การปะทะกำลังดุเดือดถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงปรบมือช้าๆ และน่าขนลุกก็ดังขึ้นมาจากเงาดำทึบใต้ต้นไทรใหญ่ริมค่าย เสียงหัวเราะแหבריส์ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาทของทั้งคู่
*แปะ... แปะ... แปะ...*
"ฝีมือไม่เลวเลยนี่... สมแล้วที่เป็นศิษย์น้องรักของฉัน ย้ายมาอยู่ค่ายทหารไม่เท่าไหร่ ก็หาหมาเฝ้าบ้านที่ดุใช้ได้เลยนี่หว่า"
ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมนักพรตขาดวิ่นก้าวเดินออกมาจากความมืด ใบหน้าซูบผอมซีดเซียว ดวงตาลึกโหลเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดงก่ำ รอยยิ้มฉีกกว้างจนถึงใบหูเผยให้เห็นฟันสีดำสนิท ศิษย์พี่จอมเจ้าเล่ห์ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับโยกหัวไปมาอย่างคนเสียสติ ในมือข้างขวาของเขากำวัตถุบางอย่างที่ส่งแสงสีเขียวเรืองรองออกมา และทันทีที่น้ำรินเห็นวัตถุดินในมือมันชัดเจน เธอก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด
"นั่นมัน...!"
*รี้ดเดอร์ที่รักครับ... เรื่องราวกำลังเข้มข้นจนแทบหยุดหายใจ! วัตถุในมือของศิษย์พี่แท้จริงแล้วคืออะไร และมันเกี่ยวโยงอย่างไรกับความลับดำมืดของตระกูลน้ำริน? โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกนะครับ!*
หมอผีไอทีกับคุณทหารผู้ปราบผีด้วยปืนกล•ตอนที่ 19
ค่ำคืนในค่ายทหาร
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอผีไอทีกับคุณทหารผู้ปราบผีด้วยปืนกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!