หมอผีไอทีกับคุณทหารผู้ปราบผีด้วยปืนกล•ตอนที่ 7

คืนนี้ผู้กองค้างที่ไหน

ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
เสียงเคาะสามครั้งหนักๆ ที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของยามวิกาล ไม่ใช่สัญญาณของการมาเยือนจากสัมภเวสีหน้าไหนทั้งสิ้น แต่มันคือเสียงเคาะของมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อ และคนที่ยืนอยู่หลังบานประตูไม้เก่าๆ ของฟาร์มในยามนี้ กลับเป็นบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาเยือนอย่างยิ่ง... น้ำรินหรี่ตามองลอดช่องบานเกล็ดหน้าต่าง ประเมินสถานการณ์ด้วยความฉับไว ในมือข้างหนึ่งของเธอถือแท็บเล็ตหน้าจอสีเขียวเรืองแสงที่เชื่อมต่อกับระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับพลังงานวิญญาณรอบฟาร์ม ส่วนมืออีกข้างกระชับประแจเลื่อนเบอร์สิบห้าไว้มั่น พร้อมต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นผีเปรต ผีโขมด หรือญาติผู้พี่จอมเปรตหน้าหนาที่ชอบส่งคนมาลองของ แต่ทว่า... หน้าจอแท็บเล็ตกลับนิ่งสนิท ไม่มีคลื่นความร้อนหรือออร่าความอาฆาตใดๆ ปรากฏขึ้น มีเพียงจุดสีฟ้าสว่างวาบเดียวโดดเดี่ยวที่หน้าประตูนั่น "ใครครับดึกดื่นป่านนี้" เสียงทุ้มต่ำและทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง น้ำรินสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะผ่อนลมหายใจออกยาวเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายยาสูบผสมกลิ่นดินปืนจางๆ ที่คุ้นเคย ผู้กองธันวาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวอย่างเงียบเชียบ สองมือหนากำปืนพกประจำกายในซองคาดเอวอย่างระแวดระวัง ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันตามสัญชาตญาณทหารสนามรบ "ฉันเอง... เปิดประตูที ธันวา" น้ำเสียงทุ้มห้าวแต่เจือความเหนื่อยล้าที่ลอดผ่านเข้ามา ทำให้สองสามีภรรยาถึงกับขมวดคิ้วมุ่นพร้อมกัน น้ำรินเป็นคนเอื้อมมือไปปลดกลอนประตูไม้สักอย่างระมัดระวัง พลางผลักบานประตูออกกว้างเพื่อเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนยามวิกาล แสงไฟจากตะเกียงเจ้าพายุส่องกระทบใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยคราบเขม่าดินและหยาดเหงื่อ เครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนตรงชายกางเกงและรองเท้าคอมแบท ยศนายพันบนบ่าสะท้อนแสงไฟวับวาว ผู้พันกรณฑ์... ผู้บังคับบัญชาโดยตรงและรุ่นพี่คนสนิทของธันวา ยืนหอบหายใจถี่กระชั้นอยู่หน้าประตูปราศจากลูกน้องคุ้มกันสักคนเดียว "ผู้พัน! เกิดอะไรขึ้นครับ ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ในสภาพนี้" ธันวาพุ่งเข้าไปประคองแขนผู้บังคับบัญชาทันทีด้วยความตกใจ ขณะที่น้ำรินรีบกวาดสายตามองไปรอบๆ ความมืดมิดของลานฟาร์มเพื่อเช็กความปลอดภัย "พวกลูกน้องผมโดนตลบหลังที่แนวชายป่า... ฉันหนีรอดมาได้ทางเดียว มุ่งหน้ามาที่นี่เพราะรู้ว่านายอยู่กับภรรยา และไอ้พวกนั้น..." ผู้พันกรณฑ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก "พวกมันไม่ได้ตามฉันมาแค่คน... แต่มันตามกลิ่น 'ของ' บางอย่างมาด้วย" น้ำรินหรี่ตาลงทันที สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูง เธอยกแท็บเล็ตขึ้นมาแตะหน้าจอสองสามครั้ง ระบบสแกนพลังงานรอบรัศมีหนึ่งกิโลเมตรเริ่มทำงาน เส้นกราฟสีแดงฉานพุ่งทะยานขึ้นสูงจนน่าใจหาย เสียงสัญญาณเตือนภัยดัง "ติ๊ดๆๆ" ถี่กระชั้นในความเงียบ "ไม่ใช่แค่คนธรรมดาแน่นอนค่ะผู้พัน..." น้ำรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น แต่นัยน์ตากลับวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย "ดูท่าทางคืนนี้ ฟาร์มของเราคงไม่ได้นอนกันง่ายๆ แล้วล่ะค่ะคุณธันวา" ธันวาหันมาสบตากับภรรยาสุดที่รักเพียงเสี้ยววินาที ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดใดๆ ระหว่างเขาทั้งคู่ ความเข้าใจอันลึกซึ้งจากการผ่านศึกษาสงครามและอาคมมาด้วยกันทำให้ประสานใจกันได้อย่างไร้รอยต่อ ชายหนุ่มยกมือขึ้นตบไหล่ผู้บังคับบัญชาเบาๆ เพื่อให้คลายความกังวล ก่อนจะหันไปคว้ากระเป๋าเดินทางใบย่อมที่วางอยู่มุมห้อง ซึ่งบรรจุอาวุธหนักและกระสุนอาคมที่น้ำรินเป็นคนปลุกเสกด้วยระบบดิจิทัลขึ้นมาสะพายพาดบ่า "ผู้พันพักผ่อนในบ้านก่อนครับ ดื่มน้ำอุ่นสักแก้ว ให้ภรรยาผมช่วยดูแผลที่แขนให้ด้วย" ธันวาเอ่ยเสียงนิ่งสงบแต่มั่นคง "ส่วนเรื่องข้างนอก... ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนในบ้านเราจัดการเองครับ" น้ำรินแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอเดินไปหยิบผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้สีหวานมาสวมทับเสื้อยืดรัดรูป พร้อมกับหยิบกระปุกผงสมุนไพรไอทีและมีดอาคมเล่มเล็กที่สลักโค้ดคำสาปไว้บนด้ามจับขึ้นมาถือไว้ "ผู้พันคะ มาถึงฟาร์มฉันทั้งที ต่อให้พวกมันจะขนภูตผีปีศาจมาจากขุมนรกไหน ก็ต้องผ่าน 'ด่านครัว' ของฉันไปให้ได้ซะก่อน..." บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน อุณหภูมิลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว กลิ่นอายความเน่าเฟะโชยมาตามสายลมยามดึก พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบที่กำลังย่างกรายเข้ามาใกล้รั้วฟาร์มทีละน้อย น้ำรินสูดลมเข้าปอดลึกๆ เตรียมตัวเปิดระบบมิติคลังเก็บของเพื่อเตรียมรับมือ แต่ก่อนที่เธอจะทันได้ก้าวเท้าออกไปประจันหน้า เสียงเคาะประตูก็กลับดังขึ้นอีกครั้ง... ทว่าคราวนี้มันไม่ได้มาจากหน้าบ้าน แต่มันดังมาจาก *'หน้าต่างห้องนอนชั้นสอง'* ที่ไม่มีทางขึ้นไปได้นอกจากปีนป่ายจากหน้าผาด้านหลัง! ธันวาชักปืนพกออกจากซองทันทีอย่างไร้เสียง ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองหน้าต่างบานนั้นพร้อมกับปลดเซฟกระสุน ผู้พันกรณฑ์หน้าซีดเผือกจนแทบไร้สีเลือด และในจังหวะที่เงาดำมหึมาทาบทับลงบนกระจกหน้าต่างจนมืดมิด เสียงกระซิบแหบพร่าจากร่างที่ไร้ศีรษะก็ดังลอดเข้ามาในห้อง... "ธันวา... นายลืมของสำคัญไว้ที่ค่ายนะ... และฉัน... เอามาคืนให้แล้ว" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนหมอผีวัยรุ่นคนนี้เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอผีไอทีกับคุณทหารผู้ปราบผีด้วยปืนกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%