"ธันวา... นายลืมของสำคัญไว้ที่ค่ายนะ... และฉัน... เอามาคืนให้แล้ว"
เสียงกระซิบแหบพร่าเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นข้างใบหูของผู้กองธันวา ท่ามกลางความมืดมิดของห้องนอนที่ควรจะปลอดภัยที่สุด กลิ่นเหม็นเน่าของซากศพตีทะลุเข้ามาในโพรงจมูกจนแสบสัน ร่างสูงใหญ่ของนายทหารหนุ่มผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็วดุจสปริง พร้อมกับมือหนาที่คว้าปืนพกประจำกายใต้หมอนขึ้นมาปลดเซฟเล็งไปยังเงาดำทะมึนตรงปลายเตียงในเสี้ยววินาที
ทว่า... ไม่มีร่องรอยของมนุษย์ มีเพียงไอหมอกสีเขียวคล้ำที่กำลังก่อตัวเป็นรูปร่างของทหารยศนายร้อยใบหน้าแหลกเหลวครึ่งซีก ดวงตาสสีแดงฉานจ้องมองตรงมาที่เขาพร้อมกับรอยยิ้มฉีกกว้างจนถึงใบหู ในมือของมันกำกระสุนปืนอาคมที่เคลือบด้วยคราบเลือดสดๆ ไว้แน่น
"ผีทหารรับจ้าง... ฝีมือของยายแก่สมศรีสินะครับ" น้ำรินที่ตื่นขึ้นมาตามสัญชาตญาณของทายาทหมอผีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉด เธอไม่ได้แสดงอาการตื่นกลัวแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความหงุดหงิด มือเรียวบางตบลงที่อากาศเบาๆ เรียกหน้าจอโฮโลแกรมระบบมิติคลังเก็บของออกมารับมือทันที
"ที่รัก ถอยไปก่อนครับ มันไม่ใช่ผีธรรมดา แรงอาฆาตสูงมาก" ผู้กองธันวาก้าวขึ้นมาบังภรรยาตัวน้อยไว้ด้านหลังอย่างสัญชาตญาณ แม้ในใจจะรู้ดีว่าภรรยาของตนมือฉมังแค่ไหน แต่สريลักษณ์ความเป็นสามีไม่อยอมให้ภรรยาต้องเผชิญหน้ากับอันตรายก่อนเสมอ ดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่มหรี่ลงเพ่งมองวิญญาณร้ายตรงหน้า ก่อนจะหยิบกระสุนทองแดงบริสุทธิ์ออกจากกระเป๋าเสื้อมาสามนัด แล้วบรรจงบริกรรมคาถาลงบนหัวกระสุนแต่ละนัดด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ
ปัง!
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูฝน แรงสะถือนทำให้ฝุ่นบนคานบ้านร่วงกราว กระสุนอาคมพุ่งทะลุร่างโปร่งแสงของผีทหารรับจ้างจนเกิดประกายไฟสีทองสว่างวาบไปทั่วห้อง แต่วิญญาณร้ายตนนั้นกลับหัวسเราะลั่น เสียงหัวسเราะแหลมสูงบาดแก้วหูจนน้ำรินต้องยกมือขึ้นปิดหูชั่วครู่
"ฮ่าๆๆๆ... คิดว่ากระสุนกระจอกแค่นี้จะจัดการข้าได้เรื่อยหรือ นายธันวา นายมันก็แค่ไอ้ทหารหนอกกระจอกที่ถูกถอดศักษ์ศรี!" ผีร้ายแผדเสียงคำราม ลมพายุหมุนขนาดย่อมก่อตัวขึ้นภายในห้องนอน กระจกหน้าต่างแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ เศษแก้วปลิวว่อนดุจหิมะคมกริบ
"ปากดีจริงนะผีเร่ร่อน... บังaาณมารบกวนเวลานอนของสามีฉัน แถมยังทำให้ห้องนอนแสนสวยของฉันสกปรกอีก!" น้ำรินกัดฟันกรวด ความอดทนของเธอขาดผึ่ง เธอกวาดมือในอากาศคว้า "เครื่องสลายพลังงานวิญญาณรุ่นไอที-99" ออกมาจากมิติลับ อุปกรณ์ทรงกระบอกสีเงินวาววับส่งเสียงปี๊บถี่ๆ บ่งบอกถึงการทำงานเต็มพิกัด
"ธันวา! ล็อกตัวมันไว้สามวินาที!" น้ำรินตะโกนสั่งสามี
ผู้กองธันวาไม่รอช้า ร่างกำยำพุ่งเข้าประชิดตัววิญญาณร้ายอย่างไม่เกรงกลัวความหนาวเหน็บ มือแกร่งคว้าหมับเข้าที่คอของผีทหาร แม้ความเย็นจะกัดกินผิวเนื้อจนขึ้นรอยไหม้สีดำ แต่สายตาของนายทหารหนุ่มยังคงแน่วแน่และดุดัน เขาตรึงร่างผีร้ายไว้กับพื้นด้วยพละกำลังมหาศาล
"รับไปซะ ผีสารเลว!"
น้ำรินกดปุ่มสีแดงบนเครื่องมือในมือ ลำแสงสีฟ้าพุ่งทะยานออกจากปลายกระบอกเข้าห่อหุ้มร่างของผีทหารรับจ้างทันที เสียงกรีดร้องโหยหวนดังลั่นจนน่าเวทนา ร่างของมันบิดเบี้ยวและสลายกลายเป็นควันสีดำก่อนจะจางหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย
ความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของคนทั้งสองและกลิ่นอายความตายที่ยังคงหลงเหลืออยู่จางๆ
"เหนื่อยเป็นบ้าเลยครับ... เล่นส่งมากลางดึกแบบนี้ สงสัยยายสมศรีคงจะร้อนเงินจัด ถึงได้กล้าควักทุนก้อนใหญ่จ้างหมอผีสายดำระดับนี้มาเล่นงานเรา" ผู้กองธันวาถอนหายใจยาว วางปืนลงบนโต๊ะข้างเตียง ก่อนจะหันมาสำรวจเนื้อตัวภรรยาด้วยความห่วงใย "เจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับที่รัก?"
"ฉันไม่เป็นไรหรอกค่ะ เอ้ย... ผมไม่เป็นไรหรอกค่ะ" น้ำรินเกือบหลุดปากพูดคำผู้หญิงออกมาตามความคุ้นเคย รีบปรับเสียงให้เข้มขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหัวسเราะออกมาเบาๆ "แต่ที่แน่ๆ ยายแก่สมศรีคงกระเป๋าฉีกแน่ๆ ที่จ้างผีราคาแพงขนาดนี้มาให้ฉันทดลองเครื่องมือใหม่... หึ อาการหนักกว่าเก่าแบบนี้ แสดงว่าพายุนรกกำลังจะเข้าหมู่บ้านเราจริงๆ แล้วล่ะครับธันวา"
น้ำรินเดินไปที่หน้าต่างที่แตกละเอียด มองออกไปนอกบ้าน ท้องฟ้ายามวิกาลมืดสนิทไร้แสงดาว มีเพียงกลุ่มเมฆหมอกสีดำทะมึนลอยปกคลุมเหนือบ้านของป้าสมศรีที่อยู่ถัดไปสามหลังคาเรือน บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบราวน้ำแข็ง และที่น่ากลัวที่สุดคือ... มีเสียงกระดิ่งลมโบราณดัง "กริ๊ง... กริ๊ง..." ลอยมาตามลม ทั้งๆ ที่ไม่มีลมพัดผ่านแม้แต่น้อย
ผู้กองธันวาเดินมาโอบไหล่ภรรยาไว้แน่น ไออุ่นจากร่างกายของสามีช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บลงได้บ้าง "ไม่ว่ายายสมศรีจะส่งอะไรมาอีก ผมจะจัดการให้หมด... ว่าแต่ ตอนนี้ตีสามแล้ว ท้องผมเริ่มร้องแล้วล่ะครับ ที่รักมีเมนูอะไรร้อนๆ ในมิติลับแก้หนาวบ้างไหมครับ?"
น้ำรินหันไปมองหน้าสามี รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก เธอดีดนิ้วหนึ่งครั้ง กล่องสแตนเลสเก็บความร้อนขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นบนโต๊ะ พร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นของ "ต้มยำปลาช่อนนาใส่ใบมะขามอ่อนซดน้ำร้อนๆ" ที่โชยทะลุฝาปิดออกมาเตะจมูกจนทั้งคู่ท้องร้องจ๊อกพร้อมกัน
"จัดไปสيครับสามี... เมนูนี้แหละที่จะทำให้พวกผีๆ ในหมู่บ้านต้องอิจฉาตาร้อนจนวิญญาณแตกซ่าน" น้ำรินกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ
ทว่า... ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะตักข้าวสวยร้อนๆ ใส่จาน เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว "ปัง! ปัง! ปัง!" ตามด้วยเสียงกรีดร้องของผู้ใหญ่บ้านที่วิ่งมาหน้าตาตื่น
"ผู้กองธันวา! คุณน้ำริน!แย่แล้วครับ! ที่... ที่แปลงเกษตรหลังบ้านของพวกคุณ... มีบางอย่างผุดขึ้นมาจากดินเต็มไปหมด!"
ผู้กองธันวากับน้ำรินสบตากันทันที รอยยิ้มเมื่อครู่เลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาระCุกระตือรือร้น ทั้งคู่หยิบปืนและอุปกรณ์ไอทีคู่ใจขึ้นมาพร้อมกันในพริบตาเดียว
โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมชมและร่วมเดินทางไปกับความป่วนชวนสยองนี้ด้วยกันนะครับ
หมอผีไอทีกับคุณทหารผู้ปราบผีด้วยปืนกล•ตอนที่ 8
พายุนรกเข้าหมู่บ้าน
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอผีไอทีกับคุณทหารผู้ปราบผีด้วยปืนกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!