เสียงเคาะประตูรั้วสังกะสีหน้าบ้านพักข้าราชการทหารดังขึ้นสามครั้งติดกัน เป็นจังหวะกระชั้นชิดที่บ่งบอกถึงความร้อนรนและความหน้าด้านหน้าทนแบบไร้ขีดจำกัด น้ำรินที่กำลังงละมุนมือกับการคัดแยกเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดหวานสายพันธุ์พิเศษลงในตู้แช่แข็งดิจิทัลรุ่นใหม่ล่าสุดในมิติลับ ชะงักมือเล็กน้อย เธอยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ
"มาเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้เสียอีกนะครับ กลิ่นเงินกลิ่นทองนี่มันหอมหวนชวนแมลงวันตอมเสียจริง" น้ำรินพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มเยาะ
ภายนอกมิติลับ ผู้กองธันวา สามีหนุ่มร่างสูงใหญ่ในเครื่องแบบสนามพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรี กำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตูบ้านด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับฉายแววเย็นชาดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง เขามองร่างท้วมของป้าสมศรีที่ยืนบิดเรณูความโลภอยู่หน้าประตูรั้ว หล่อนถือตะกร้าหวายใส่ส้มเขียวหวานเหี่ยวๆ มาทำทีเป็นเยี่ยมเยียน แต่หางตาและรอยยิ้มเจื่อนๆ นั้นฟ้องชัดเจนว่ามีวาระซ่อนเร้นระดับมหันต์
"อ้าว... ตาธันวา หลานรัก! เปิดประตูให้ป้าหน่อยสرจ๊ะ แดดร่มลมตกแบบนี้ ป้ามีของดีมาฝาก" เสียงแหลมสูงของป้าสมศรีดังลอดเข้ามา
ผู้กองธันวาไม่ได้ขยับเขยื้อนกายหนาไปไหน เขายังคงยืนตระหง่านราวกับเสาเข็มตอกฝังรากลึก ปรายตามองตะกร้าส้มในมืออีกฝ่ายด้วยแววตาวิเคราะห์แบบนายทหารรบพิเศษ "ถ้าเป็นเรื่องโฉนดที่ดินแปลงท้ายหมู่บ้าน ผมเรียนตามตรงนะครับว่ามันไม่ใช่ธุระปะปังอะไรที่ป้าจะต้องมาเดินวนเวียนแถวนี้อีก ที่ดินตรงนั้นผมกับน้ำรินจัดการเคลียร์กรรมสิทธิ์เรียบร้อยตามกฎหมายแล้ว"
ป้าสมศรีหน้าเสียไปวูบหนึ่ง รอยยิ้มการค้าที่ปั้นแต่งไว้แทบจะปริแตก หล่อนกระแอมกระไอแก้เก้อ ก่อนจะดันประตูรั้วที่ไม่ได้ลงกลอนผลักเข้ามาเองอย่างไร้อมมารยาท "แหม... พูดจาห่างเหินกันไปได้ ธันวาก็ลูกหลานในไส้ ป้าแค่เป็นห่วง... ที่ดินแปลงนั้นน่ะ มันมีอาถรรพ์นะลูก! คนเก่าคนแก่เขาเล่าขานกันว่า สมัยสงครามโลกมีทหารต่างชาติถูกยิงตายโหงฝังอยู่ตรงนั้นเป็นร้อยศพ วิญญาณดุร้ายมาก ยิ่งพวกเอ็งเอาเครื่องไม้เครื่องมือไฮเทคอะไรไม่รู้ไปขุดๆ ไถๆ ทำฟาร์มแถวนั้น ระวังนะ... ผีมันจะมาลากคอไปกินตับไตไส้พุงเอา!"
น้ำรินที่ก้าวเท้าพ้นจากมิติลับออกมาปรากฏกายอยู่เบื้องหลังสามีพอดี ส่งเสียงหัวเราะใสๆ กังวานแต่น่าขนลุกออกมาเบาๆ "อุ๊ย! ผีตายโหงเหรอคะ... เอ๊ย! ครับ! ฟังดูน่าสนใจกว่าราคาประเมินที่ดินตั้งเยอะ พอดีเลยช่วงนี้ระบบเซิร์ฟเวอร์ปราบผีของผมกำลังต้องการพลังงานวิญญาณอาฆาตมาอัปGradeระบบโครงข่าย 5G พอดี ขอบพระคุณป้ามากนะครับที่กรุณาชี้เป้า"
ป้าสมศรีสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นน้ำรินโผล่พรวดออกมาโดยไม่มีเสียงฝีเท้า หล่อนถอยหลังกรูดไปสามก้าว ใบหน้าอวบอูมซีดเผือดลงถนัดตาด้วยความหวาดกลัวผสมความแค้นเคือง ลึกๆ แล้วหล่อนแอบไปทำสัญญาลับกับหมอผีเฒ่าสายดำนอกอำเภอ โดยใช้เส้นสายและคำลวงโน้มน้าวให้วิญญาณผีตายโหงเจ้าถิ่นตามอาละวาดขับไล่สองสามีภรรยาคู่นี้ เพื่อที่หล่อนจะได้ฮุบโฉนดผืนนั้นมาขายต่อให้นายทุนโรงงานแปรรูปในราคาหลายล้านบาท
"นัง... เอ๊ย! น้ำริน พูดจาเพ้อเจ้ออะไรของแก!" ป้าสมศรีเสียงสั่น ปรับสีหน้าให้กลับมาแข็งกร้าว "ป้าหวังดีหรอกนะ ถึงได้มาเตือน ที่ดินตรงนั้นน่ะ ถ้าแกไม่อยากมีอันเป็นไป ยกให้ลูกชายป้า... ไอ้พงษ์ เอาไปจัดการเสียยังจะดีกว่า อย่างน้อยเขาก็เป็นญาติผู้พี่ มีสายเลือดเดียวกัน ไม่แน่... ป้าอาจจะเมตตาแบ่งเงินสดให้พวกแกสักสองสามร้อยบาทเอาไว้ตั้งตัว"
ธันวาแค่นหัวเราะพรืดออกมา เสียงทุ้มต่ำทรงพลังกดดันบรรยากาศรอบตัวให้ลดฮวบลงจนน่าอึดอัด "สองสามร้อยบาท? เงินค่าขนมหลานผมยังได้มากกว่านั้นเลยครับป้า สมัยนี้ค่าครองชีพมันยุคปฏิรูปแล้วนะครับ ไม่ใช่ยุคหิน ข้าวของแพงระยับ ป้าจะมาฮุบที่ดินมูลค่าหลายล้านด้วยเงินหลักร้อย มันดูถูกสติปัญญาพวกเราเกินไปหน่อยกระมัง"
ป้าสมศรีหน้าดำคร่ำเครียด หล่อนรู้ดีว่าไม่อาจใช้ไม้นิ่มเกลี้ยกล่อมคนหัวแข็งอย่างธันวาและน้ำรินได้ จึงงัดไม้ตายสุดท้ายออกมาใช้ ดวงตาหรี่ลงอย่างเจ้าเล่ห์ หล่อนหยิบยันต์กระดาษสีเหลืองหมึกแดงก่ำที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อออกมาซ่อนไว้หลังมือ "เออ! ในเมื่อพวกแกมันพวกเนรคุณ ไม่ฟังคำเตือนของผู้หลักผู้ใหญ่ ก็คอยดูเถอะ... คืนนี้ หมาเห่าหอนโหยหวนเมื่อไหร่ อย่าหาว่าป้าไม่เตือน!"
พูดจบ ป้าสมศรีก็สะบัดก้นเดินจ้ำอ้าวหนีออกไปทันที ทิ้งความขุ่นมัวและกลิ่นอายความชั่วร้ายจางๆ เอาไว้เบื้องหลัง
น้ำรินมองตามร่างท้วมนั้นไปด้วยแววตานิ่งสงบ เธอยกมือขึ้นกอดอก นิ้วเรียวเคาะเบาๆ ที่ข้อศอกตัวเอง "หึ... ส่งผีมาเหรอครับ สงสัยป้าแกคงลืมไปว่า สามีของผมพกปืนกลที่บรรจุนกระสุนลงอาคมยันต์ปราบวิญญาณ ไม่ใช่กระสุนปืนพกเด็กเล่น"
ผู้กองธันวาหันมามองภรรยาคนเก่ง รอยยิ้มอบอุ่นระบายขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขายกมือขึ้นยีศีรษะทุยของเธอเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว "เย็นนี้อยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมครับคนดี? ผมกะว่าจะออกไปตกปลาช่อนตัวเขื่องในคลองหลังบ้านมาทำเมนูเด็ดต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญเสียหน่อย"
"อืม..." น้ำรินแสร้งทำท่าครุ่นคิด ก่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะผุดขึ้นที่มุมปาก "ถ้าอย่างนั้น... เมนู 'ปลาช่อนนาเผาเกลือสมุนไพร' จิ้มน้ำจิ้มแจ่วรสจัดจ้าน เสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียวร้อนๆ และผักสดจากมิติลับ น่าจะช่วยขับไล่ความอัปมงคลของพวกสัมภเวสีหน้าเงินได้ดีทีเดียวเลยนะครับ"
ทว่า... ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะหันหลังกลับเข้าบ้านเพื่อเตรียมวัตถุดิบทำอาหารเย็น กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงราวกับซากศพเนือยๆ ก็โชยปะทะเข้าจมูกอย่างกะทันหัน ลมหนาวพัดกรรโชกวูบใหญ่จนต้นมะม่วงหน้าบ้านไหวเอนผิดธรรมชาติ
ที่หน้าประตูรั้ว... ร่างเงาดำทะมึนร่างหนึ่งกำลังยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางความมืดที่เริ่มคืบคลานเข้ามา ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่พวกเขาทั้งสองด้วยความอาฆาตมาดร้าย และเมื่อเงาร่างนั้นก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเข้ามา เสียงกระซิบแหบพร่าเย็นยะเยือกก็ดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของทั้งคู่...
*“...เอาชีวิตพวกแก... มาสังเวยโฉนด... คืนนี้... ศพแรก... จะต้องเป็นมึง...!”*
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความสนุกสุดมันส์ในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้ากับความเดือดระดับพรีเมียมนะครับ!
หมอผีไอทีกับคุณทหารผู้ปราบผีด้วยปืนกล•ตอนที่ 4
ญาติจอมสูบขอสูบเลือด
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมอผีไอทีกับคุณทหารผู้ปราบผีด้วยปืนกล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!