กลิ่นไอน้ำมันเครื่องผสมกับกลิ่นอับชื้นของโกดังร้างหมายเลขเก้าในย่านท่าเรือเก่า ลอยอบอวลจนน่าคลื่นไส้ แต่ไม่มีใครในที่นี้มีสิทธิ์เบี่ยงเบนความสนใจไปจากวัตถุชิ้นเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะไม้กระดานผุๆ ตรงหน้า
"ผมคิดว่าพวกคุณคงกำลังตามหานี่อยู่สินะครับ... ของเล่นชิ้นนี้ ดูท่าจะพัวพันกับเรื่องยุ่งยากกว่าที่คิดซะแล้วล่ะครับ"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันของคิมหันต์ดังขึ้น พร้อมกับที่ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนกล่องดนตรีโบราณสลักลวดลายประหลาด ซึ่งส่งเสียงติ๊กต่อกแผ่วเบาราวกับหัวใจที่กำลังเต้นรัวของคนใกล้ตาย
พิมพ์มาดาขยับตัวเข้าไปใกล้โต๊ะนั้นโดยสัญชาตญาณ ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ร่างบางในชุดสูทเข้ารูปไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวต่อบรรยากาศกดดันแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกลับยกยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย
"เก็บรอยยิ้มอวดดีของคุณไว้ใช้ตอนที่รอดออกจากที่นี่เถอะคิมหันต์" พิมพ์มาดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึก "ของในกล่องนั้นไม่ใช่ของเล่น... และคุณก็รู้ดีว่าถ้าองค์กรของนายใหญ่รู้ว่าคุณตุกติก แขนขาของคุณคงไม่ได้อยู่ครบดีแน่"
คิมหันต์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและชวนขนลุก เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง สายตาเจ้าเล่ห์เหลือบมองข้ามไหล่ของหญิงสาวไปยังร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกนิ่งเงียบอยู่มุมมืดของโกดัง
"คุณนักสืบกรณ์... ดูเหมือนภรรยา (หรือคู่หูล่ะครับ?) ของคุณจะใจร้อนเอามากๆ เลยนะ ไม่คิดจะห้ามปรามหน่อยหรือครับ ปล่อยให้ผู้หญิงออกหน้าแทนแบบนี้ ศักดิ์ศรีนักสืบมือหนึ่งไม่ค้ำคออยู่หรือยังไง"
กรณ์ก้าวเท้าออกจากเงาสลัว ช้าๆ ทว่ามั่นคง แรงกดดันรอบตัวลดอุณหภูมิลงจนแทบกลายเป็นน้ำแข็ง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจ้องมองคิมหันต์ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มือหนาข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงไว้อย่างผ่อนคลาย แต่มืออีกข้างกลับกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน—ความหึงหวงและความโกรธที่อีกฝ่ายกล้าเข้าใกล้พิมพ์มาดามากเกินไป กำลังตีรวนอยู่ในอกจนเขาต้องขบกรามแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์
"เลิกเล่นลิเกแล้วคายความจริงออกมาซะคิมหันต์" กรณ์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ทรงพลัง และเยือกเย็นจนคนฟังต้องสะดุ้ง "นายไม่ได้เอาของชิ้นนี้มาล่อให้เรามาติดกับเพื่อจะมาพูดจาไร้สาระหรอก นายต้องการอะไร... พูดราคามา"
คิมหันต์ยิ้มกว้างขึ้นราวกับปลาติดเบ็ด "คุยกับคนฉลาดนี่มันง่ายดีจริงๆ นะครับ... ผมไม่ได้ต้องการเงินหรอกกรณ์ สิ่งที่ผมอยากได้ คือ 'ความลับ' ที่พิมพ์มาดาซ่อนไว้ต่างหาก"
พิมพ์มาดาหน้าตึงขึ้นทันที เธอก้าวเข้าไปขวางหน้ากรณ์ไว้โดยอัตโนมัติ "คุณไม่มีสิทธิ์มาต่อรองเรื่องนั้น!"
"มีสิทธิ์หรือไม่มี คุณก็รู้ดีที่สุดพิมพ์มาดา" คิมหันต์โน้มตัวลงกระซิบเสียงต่ำ กล่องดนตรีตรงหน้าเริ่มสั่นระริก เสียงกลไกภายในดังขึ้นผิดจังหวะ ราวกับมันกำลังถูกกระตุ้นด้วยพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็น "ของวิเศษชิ้นนี้เชื่อมโยงกับประตูมิติที่เปิดออกในคืนเดือนมืด และถ้าพวกคุณยังดึงดันจะหาตัวการใหญ่โดยไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากผม ทั้งเมืองนี้ได้กลายเป็นสุสานแน่..."
บรรยากาศในโกดังตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง ลมทะเลด้านนอกพัดโชยกลิ่นไอเค็มปะปนกับกลิ่นฝนที่กำลังตั้งเค้า กรณ์ดึงแขนพิมพ์มาดาให้ถอยหลังไปครึ่งก้าว แรงสัมผัสที่อบอุ่นและหนักแน่นทำให้หญิงสาวชะงัก เธอนำสายตาขึ้นมองชายหนุ่มด้านข้าง และพบว่ากรามของเขากำลังขบเข้าหากันอย่างอดกลั้น
"ถอยไปพิมพ์" กรณ์เอพ1พูดเบาๆ แต่เด็ดขาด น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นโหมดจริงจังขั้นสุด "เรื่องเจรจากับพวกค้าของเถื่อน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผม"
"แต่กรณ์คะ— เอ๊ย! กรณ์ครับ..." พิมพ์มาดาเกือบหลุดคำคุ้นเคย แต่ก็เปลี่ยนสรรพนามทันเวลาเมื่อเห็นสายตาคาดโทษจากเขา "ฉันหมายถึง... เราต้องจัดการเรื่องนี้ด้วยกันนะ ฉันไม่ใช่เด็กๆ ที่นายจะต้องมาคอยปกป้องตลอดเวลาซะหน่อย"
"หุบปากแล้วยืนดูเงียบๆ เถอะน่า ยัยตัวแสบ" กรณ์เอ็ดเบาๆ แต่แววตาที่ทอดมองเธอกลับเจือความห่วงใยและคลั่งรักจนปิดไม่มิด "ถ้าเธอเป็นอะไรไป... ใครจะคอยมาเถียงผมทุกวันล่ะ"
คำพูดนั้นทำเอาหัวใจของพิมพ์มาดากระตุกวูบ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ แม้ในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ ผู้ชายคนนี้ก็ยังหาจังหวะมาหยอกล้อให้เธอเสียอาการได้เสมอ
คิมหันต์มองภาพคนทั้งคู่แล้วหัวเราะหึๆ ในลำคอ "หวานกันซะจริงนะครับ... งั้นผมจะใจดีบอกเบาะแสสุดท้ายให้ก็แล้วกัน คนที่คุณกำลังตามหา ตัวการใหญ่ที่ชักใยตลาดมืดและเป็นเจ้าของที่แท้จริงของกล่องดนตรีชิ้นนี้... ไม่ใช่ใครที่ไหนไกลหรอกครับ..."
คิมหันต์เว้นจังหวะ ดวงตาหรี่ลงอย่างเจ้าเล่ห์ ปลายนิ้วผลักกล่องดนตรีให้เลื่อนไปตรงกลางโต๊ะ "เขาคือคนใกล้ตัวที่สุด... คนที่พวกคุณเพิ่งร่วมโต๊ะอาหารด้วยเมื่อวานนี้ยังไงล่ะครับ"
ฉับพลันนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากด้านนอก ล้อมรอบโกดังร้างแห่งนี้ไว้ทุกด้าน ไฟหน้ารถยนต์หลายคันสาดส่องทะลุกระจกหน้าต่างที่แตกละเอียดจนแสงสว่างจ้าบาดตา
คิมหันต์ยิ้มเยาะ ถอยหลังหายเข้าไปในความมืดของมุมตึกอย่างรวดเร็วกว่าที่ใครจะคว้าตัวไว้ทัน
กรณ์ดึงพิมพ์มาดาเข้าสู่อ้อมแขน ป้องกันเธอจากกระสุนปืนนัดแรกที่พุ่งทะลุกระจกเข้ามาในโกดัง เศษไม้และกระจกกระจายเกลื่อนพื้น เสียงฝีเท้าของกองกำลังปริศนากำลังก้าวใกล้เข้ามาทุกที
ในวินาทีที่ความเป็นตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย และความจริงกำลังจะถูกเปิดเผย ประตูเหล็กบานใหญ่ของโกดังก็ถูกถีบกระเด็นหลุดออกจากบานพับด้วยแรงมหาศาล
ร่างของชายคนหนึ่งก้าวพ้นกลุ่มควันและแสงไฟเข้ามา... พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้เลือดในกายของกรณ์และพิมพ์มาดาเย็นเฉียบลงทันที
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
กับดักรักซ่อนกลลวง•ตอนที่ 17
เบาะแสสุดท้าย
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนกลลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!