กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณปะปนกับกลิ่นคาวสนิมเหล็กจางๆ ลอยอวลอยู่ในห้องใต้ดินทึบตันแห่งนี้ แสงไฟนีออนสีส้มกะพริบไหวทุกสามวินาที ราวกับลมหายใจรวยรินของเหยื่อที่ใกล้หมดสติ
"คุณคิดตื้นเกินไปแล้ว พิมพ์มาดา"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ กรณ์ขยับตัวเข้าประชิดร่างบางที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อศอกเรียวของเธอไว้แน่น ออกแรงดึงเข้ามาหาตัวด้วยความหงุดหงิดปนเป็นห่วงจนซ่อนไม่มิด
พิมพ์มาดาไม่แม้แต่จะสะดุ้ง เธอยังคงเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาคมกริบของนักสืบหนุ่ม ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับด้วยความท้าทาย แม้รอบตัวพวกเขาจะมีกล่องไม้แกะสลักลึกลับนับร้อยวางเรียงรายอยู่บนชั้นวางเหล็กขึ้นสนิม ซึ่งแต่ละกล่องต่างกักเก็บ "ของวิเศษต้องสาป" ที่ทรงพลังและพร้อมจะคร่าชีวิตคนได้ในพริบตา
"ถ้าฉันไม่ทำ แล้วใครจะล่อตาข่ายของคิมหันต์ออกมาได้ล่ะคะ... เอ๊ย... ได้เล่าคุณกรณ์" เธอแก้คำพูดอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นดวงตาคมกริบของอีกฝ่ายหรี่ลงด้วยความไม่พอใจ
"อย่ามาทำเป็นเก่งให้มากนักนะพิมพ์มาดา รู้ตัวไหมว่าที่เราเดินตามรอยเท้าของไอ้คิมหันต์เข้ามาถึงใจกลางโกดังร้างนี่ มันหมายความว่าอะไร" กรณ์เค้นเสียงลอดไรฟัน ความโกรธกรุ่นในอกตีรวนขึ้นมาจนหน้าอกกระich สันจโด่งเป็นสันคมโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน "เรากำลังเดินเข้าปากเสือ และคุณก็เป็นคนถ่อสังขารพาตัวเองมาเป็นเหยื่อให้มันเคี้ยวเล่นเอง!"
"ปากเสือเหรอคะ... หึ ฉันว่าที่นี่มันเหมือนรังหนมากกว่านะ" เธอยังคงลอยหน้าลอยตาเถียงกลับ พยายามซ่อนมือเรียวที่สั่นเทาเล็กน้อยไว้ข้างลำตัว แต่มีหรือที่สายตาคมกริบระดับนักสืบมือหนึ่งจะมองไม่เห็น
กรณ์ลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ ความโกรธที่คุกรุ่นเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นความรู้สึกเจ็บแปลบในอกอย่างหาสาเหตุไม่ได้ เขารู้ดีว่ายัยตัวแสบคนนี้ดื้อรั้นแค่ไหน และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาต้องคอยตามเช็ดตามล้างความยุ่งเหยิงให้อยู่เรื่อย แต่ถึงกระนั้น... เขาก็ไม่เคยปล่อยให้เธอต้องเผชิญหน้ากับอันตรายลำพังเลยสักครั้ง
"ดื้อด้าน" กรณ์พึมพำเสียงต่ำ ก่อนจะเปลี่ยนจากการจับข้อศอกเป็นการรวบเอวบางเข้าหาตัวแน่นขึ้น ลากร่างเธอกดแนบชิดกับแผงอกแกร่งเพื่อหลบมุมอับสายตาจากเงาดำที่เคลื่อนไหวอยู่หลังชั้นวางของ
"คุณกรณ์... ทำบ้าอะไรเนี่ย" พิมพ์มาดาอุทานเบาๆ ใบหน้าสวยเห่อร้อนขึ้นมาอย่างกะทันหันเมื่อสัมผัสได้ถึงไอ1อุ่นจากร่างกายของอีกฝ่าย หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวระคนตื่นตระหนก ไม่ใช่เพราะกลัวศัตรูที่ซ่อนอยู่ แต่เป็นเพราะสัมผัสแนบชิดอย่างไร้ระยะห่างนี้ต่างหากที่ทำให้เธอเสียอาการ
"เงียบ... แล้วยืนนิ่งๆ ถ้าไม่อยากตายที่นี่"
ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดข้างใบหู ทำให้ขนอ่อนลุกชันไปทั่วร่าง บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นในเสี้ยววินาที เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังย่างสามขุมเข้ามาใกล้จุดที่พวกเขายืนอยู่เรื่อยๆ
เงาร่างสูงโปร่งของใครคนหนึ่งปรากฏขึ้นตรงทาง ภายใต้แสงไฟสลัว ใบหน้าคมคายรอยยิ้มเยาะเย้ยอันเป็นเอกลักษณ์ปรากฏชัดเจน คิมหันต์ก้าวเท้าเข้ามาพร้อมกับเคาะนิ้วลงบนกล่องไม้โบราณในมือเบาๆ
"ยินดีต้อนรับครับ คุณนักสืบ... และคุณพิมพ์มาดา ไม่คิดเลยว่าหนูตัวน้อยจะวิ่งเข้ามาติดกับดักที่ผมอุตส่าห์บรรจงสร้างไว้ด้วยตัวเองแบบนี้"
เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยทักทายราวกับเจ้าบ้านกำลังต้อนรับแขกผู้สูงเกียรติ แต่แววตาหลังกรอบแว่นสายตากลับเต็มไปด้วยความอำมหิตและริษยาที่ปิดไม่มิด เมื่อเห็นท่าทีที่กรณ์ยังคงโอบกอดปกป้องหญิงสาวไว้ในอ้อมแขน
กรณ์ขยับตัวบังพิมพ์มาดาไว้ครึ่งตัว สายตาดุดั่งเหยี่ยวจ้องมองคู่แข่งทางธุรกิจตรงหน้าไม่วางตา มือขวาล้วงเข้าไปในเสื้อแจ็คเก็ตเพื่อเตรียมชักอาวุธประจำตัว "แกต้องการอะไรกันแน่ คิมหันต์ ของพวกนี้ถูกผนึกไว้แล้ว ทำไมต้องเสี่ยงปลุกมันขึ้นมาอีก"
"ต้องการอะไรเหรอครับ?" คิมหันต์หัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนเหลือระยะห่างแค่ไม่กี่ก้าว "ผมก็แค่ต้องการทวงคืนสิ่งที่ควรจะเป็นของผม... รวมถึงผู้หญิงคนนั้นด้วย" พายุมหาสมุทรแห่งความหึงหวงพัดกระหน่ำในแววตาของกรณ์ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกจากปากพ่อค้าของวิเศษใต้ดิน
พิมพ์มาดาขมวดคิ้วมุ่น เตรียมจะอ้าปากสวนกลับตามนิสัยเดิม แต่ทว่า...
*คลิก!*
เสียงกลไกโลหะดีดตัวดังขึ้นจากใต้พื้นรองเท้าที่พวกเขายืนอยู่ พร้อมๆ กับที่แสงไฟนีออนทั้งหมดในโกดังดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดสนิท กรณ์เบิกตากว้างเมื่อตระหนักได้ทันทีว่าใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาไม่ได้เหยียบอยู่บนพื้นปูนธรรมดา แต่มันคือแผ่นกลไกของวิเศษต้องสาปที่ถูกตั้งเวลาทำงานไว้ล่วงหน้า!
"แย่แล้ว..." กรณ์สบถออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจกระชากร่างของพิมพ์มาดาให้พุ่งหลบไปด้านข้างด้วยสัญชาตญาณดิบ
แต่ทว่า... มันสายเกินไปเสียแล้ว พื้นคอนกรีตใต้ร่างของพวกเขากำลังแตกสลายลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับพลังงานสีดำทมิฬที่พวยพุ่งขึ้นมาจากหลุมเบื้องล่าง พันธนาการข้อเท้าของทั้งคู่ไว้แน่นหนาราวกับโซ่ตรวนแห่งความตาย
ในเสี้ยววินาทีที่ร่างของพวกเขากำลังร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง กรณ์ตัดสินใจคว้ามือเรียวของพิมพ์มาดากลัดแน่นจนฝ่ามือประสานกันแนบสนิท ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก
"จับมือผมไว้แน่นๆ นะพิมพ์มาดา... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมไม่มีทางปล่อยคุณเด็ดขาด"
ก่อนที่ร่างของทั้งสองจะหายลับลงไปในหลุมมรณะ ประตูเหล็กบานใหญ่เบื้องบนก็ถูกพังกระแทกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ดังสะท้อนก้องโกдар
"ท่านประธานครับ! เราพบร่องรอยการใช้งานของวิเศษระดับ S-Class ที่นี่... เฮ้ย! ข้างล่างนั่นมันเกิดอะไรขึ้นวะ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
กับดักรักซ่อนกลลวง•ตอนที่ 18
กับดักมรณะ
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนกลลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!