“คุณกำลังทำให้ผมเสียสมาธิ พิมพ์มาดา”
เสียงทุ้มต่ำของกรณ์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาสูบจางๆ และไอความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ เขาไม่ได้เงยหน้าจากเอกสารคดีสำคัญที่วางอยู่ตรงหน้า แต่ฝ่ามือหนาที่กดลงบนขอบโต๊ะจนเส้นเลือดปูดโปนนั้นฟ้องว่าเขากำลังพยายามควบคุมอารมณ์อย่างหนัก
พิมพ์มาดานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังฝั่งตรงข้าม เธอหยิบสร้อยข้อมืออาถรรพ์ที่ขโมยมาจากตลาดมืดเมื่อวานขึ้นมาแกว่งเล่น สายตาเรียบเฉยของเธอกรีดแทงความอดทนของเขาจนยับเยิน
“เสียสมาธิเรื่องคดี หรือเสียสมาธิเพราะฉันกันแน่คะ... คุณนักสืบ?” พิมพ์มาดาเว้นจังหวะ ยิ้มมุมปากก่อนจะโยนสร้อยเส้นนั้นลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงกระทบกันดังแกร๊ง “แล้วก็เลิกทำท่าทางเหมือนหมาถูกทิ้งได้แล้ว มันไม่เข้ากับมาดเย็นชาของคุณเลยสักนิด”
กรณ์วางปากกาหมึกซึมลงอย่างแรงจนน้ำหมึกกระเซ็นเปื้อนกระดาษ เขาผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดยืนอยู่หน้าเธอ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเขากดทับบรรยากาศให้หนักอึ้ง พิมพ์มาดาเงยหน้ามองเขา แววตาท้าทายยังคงไม่ลดละ
“คุณคิดว่าผมเป็นหมาเหรอ?” กรณ์โน้มตัวลง ใบหน้าคมเข้มอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่นิ้ว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับใบหน้าของเธอ “งั้นก็ดี ผมจะได้แสดงให้เห็นว่า... หมาที่โดนคุณทอดทิ้งมันจะคลั่งได้แค่ไหน”
เขากระชากร่างบางขึ้นมาประชิดตัว พิมพ์มาดาเสียหลักเล็กน้อยแต่ยังคงเชิดหน้าสู้ แววตาที่เคยแข็งกร้าวของเขาสั่นไหวด้วยความปรารถนาที่ปิดไม่มิด กรณ์ไม่ได้ต้องการคำอธิบาย เขาต้องการให้เธอยอมรับว่าระยะห่างที่เธอสร้างขึ้นตลอดสัปดาห์นี้มันทรมานเขามากเพียงใด
“อย่ามาทำแบบนี้... เราตกลงกันแล้วว่าเรื่องนั้นให้มันจบไป” พิมพ์มาดาเสียงสั่นเล็กน้อยเมื่อเขาลดใบหน้าลงมาคลอเคลียที่ข้างลำคอ ความร้ายกาจที่เขาสั่งสมมาตลอดถูกถ่ายทอดผ่านสัมผัสที่ทั้งรุนแรงและโหยหา
“ตกลงกัน? ใครตกลง?” กรณ์พึมพำชิดผิวเนียน “ผมไม่เคยอนุญาตให้คุณไปเดินควงกับคิมหันต์ในที่แบบนั้น และผมไม่เคยอนุญาตให้คุณหายไปจากสายตาผมด้วย”
ความหึงหวงที่ซ่อนไว้ระเบิดออกมาอย่างไม่มีชิ้นดี กรณ์ไม่ใช่คนประเภทที่ยอมพูดคำหวาน แต่เขากำลังทำในสิ่งที่ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูด เขารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือเดียว ก่อนจะกดจูบหนักหน่วงที่ริมฝีปากอิ่มเพื่อลงโทษความดื้อรั้น มันเป็นจูบที่ไม่มีความปรานี มีเพียงความขุ่นเคืองและความโหยหาที่อัดอั้นมานาน
พิมพ์มาดาทุบอกเขาเบาๆ แต่สัมผัสที่ร้อนแรงนั้นกลับทำให้เธอกลายเป็นคนไร้เรี่ยวแรง เคมีที่เข้ากันได้อย่างเหลือเชื่อทำให้เธอเผลอไผลไปกับรสจูบที่เปรียบเสมือนกับดักอันหอมหวาน กรณ์ผละออกเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ
“สำนึกผิดแล้วหรือยัง?” เขาถามด้วยเสียงแหบพร่า
“สำนึกอะไร... คุณต่างหากที่ต้องสำนึกที่มาหาเรื่องฉันก่อน” พิมพ์มาดาเถียงกลับทั้งที่หอบหายใจถี่
กรณ์หัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูขมขื่นแต่ก็มีความเอ็นดูซ่อนอยู่ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมาโยนลงบนตักเธอ หน้าจอแสดงภาพถ่ายล่าสุดของเธอกับคิมหันต์ที่ถูกถ่ายไว้ในงานเลี้ยงลับเมื่อคืนก่อน
“คิมหันต์มันขายของวิเศษให้คุณ และมันก็อยาก ‘ขาย’ ตัวเองให้คุณด้วย... พิมพ์มาดา คุณคิดว่าผมจะทนดูอยู่เฉยๆ ได้นานแค่ไหน?” เขาเชยคางเธอขึ้น “ผมยอมให้คุณร้าย ยอมให้คุณปั่นหัว แต่ถ้าคุณคิดจะเอาตัวไปใกล้ผู้ชายคนนั้นอีก ผมไม่รับประกันนะว่าผมจะทำอะไรลงไปบ้าง”
เขาก้มลงกระซิบข้างหู น้ำเสียงเปลี่ยนจากดุดันเป็นออดอ้อนอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน “ง้อผมสิ... ทำให้ผมหายโกรธ แล้วผมจะยอมให้คุณทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ”
พิมพ์มาดาชะงัก เธอรู้ดีว่านี่คือเกมที่เขาวางไว้ แต่มันกลับเป็นเกมที่เธอเต็มใจจะเล่น เธอโน้มคอเขาลงมา ประทับจูบแผ่วเบาที่มุมปากอย่างอ่อนโยนจนกรณ์ถึงกับนิ่งงัน ความเย็นชาที่เขาพยายามสร้างขึ้นพังทลายลงในพริบตา
“คนบ้า... แค่หึงจนหน้ามืดก็บอกมาเถอะ ไม่เห็นต้องทำเรื่องใหญ่โตเลย”
“ผมไม่ได้หน้ามืด ผมแค่... ขาดคุณไม่ได้” คำสารภาพที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ
ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและลึกซึ้ง เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นสองครั้งตามด้วยเสียงผลักประตูที่ไม่ได้รอคำอนุญาต ร่างสูงโปร่งของคิมหันต์ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปากในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลใบใหญ่
“ขอโทษที่ขัดจังหวะช่วงเวลาหวานชื่นนะครับคุณนักสืบ” คิมหันต์เหลือบมองสภาพของทั้งคู่ที่ยังคงกอดก่ายกันอยู่บนโซฟา ก่อนจะวางเอกสารลงบนโต๊ะ “แต่ดูเหมือนของที่พิมพ์มาดาเอาไปเมื่อวาน... จะมี ‘คำสาป’ ที่ไม่ได้มีไว้ให้มนุษย์ครอบครอง”
กรณ์ผละจากพิมพ์มาดาทันที สายตาสลับกลับไปโหมดนักสืบที่เฉียบคมในเสี้ยววินาที เขามองซองเอกสารนั้นแล้วยิ้มเย็น
“ของแบบนั้น... ผมรู้ดีกว่าคุณนะ คิมหันต์”
แล้วเขาก็หันไปหาพิมพ์มาดา มือหนาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นก่อนจะดึงให้มายืนข้างหลังเขา “และดูเหมือนว่า... เรื่องสนุกของเราเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งนะที่รัก”
ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้น พิมพ์มาดารู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากซองเอกสารนั้น มันไม่ใช่แค่คำสาป แต่มันคือเบาะแสที่เชื่อมโยงถึงจุดจบของปริศนาที่พวกเขาตามหามาตลอด
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับผมในบทที่เข้มข้นเช่นนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ประตูมิติที่แปด
กับดักรักซ่อนกลลวง•ตอนที่ 26
หมาโบ้สำนึกผิด
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนกลลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!