กลอนประตูทองเหลืองขึ้นสนิมครึ่งหนึ่งส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดบาดหู ราวกับกระดูกของคนแก่ที่กำลังถูกบิดให้หักเป็นท่อนๆ ความมืดมิดหลังบานประตูไม่ได้คายความลับอะไรออกมา นอกจากกลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณและกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่า—กลิ่นเดียวกับที่ลอยวนเวียนอยู่รอบกายของพิมพ์มาดาในทุกครั้งที่เธอจงใจเดินเข้ามารุกรานพื้นที่ส่วนตัวของเขา
ไม่มีเงาร่างน่ากลัว ไม่มีสัตว์ประหลาดจากตลาดมืด มีเพียงความว่างเปล่า... และซองเอกสารสีน้ำตาลเข้มที่วางอยู่บนพรมเช็ดเท้าหน้าห้องอย่างไร้ที่มา
กรณ์หรี่ตาลงเล็กน้อย สัญชาตญาณนักสืบเอกชนมือหนึ่งร้องเตือนภัยด้วยเสียงอันดัง แต่ความสนใจของเขากลับถูกดึงดูดไปที่ร่างบางของคนที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องครัว สายตาคมกริบของพิมพ์มาดากำลังกวาดมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายของคนสุขุมอย่างเขาพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
"ดูท่าทางคุณจะตื่นตัวกับเสียงเคาะประตูเสียเหลือเกินนะครับ, นักสืบกรณ์" เสียงหวานใสเอ่ยแซะขึ้นมาก่อน พร้อมกับที่เธอขยับตัวเดินน่องเรียวเข้ามาใกล้ทีละนิด "หรือว่า... กำลังรอให้ใครมาเคาะเรียกหาอยู่กันแน่? อย่างเช่น... คุณคิมหันต์?"
ชื่อนั้นทำเอาคิ้วเข้มของกรณ์กระตุกวูบ ความหึงหวงที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากเย็นชาเกือบจะทะลักออกมาทางสายตา แต่คนอย่างกรณ์มีหรือจะยอมเสียฟอร์มให้ยัยตัวแสบได้ใจ
"ถ้าผมรอคิมหันต์จริงๆ ป่านนี้เขาคงพาผมไปดินเนอร์หรูหราใต้แสงเทียน แทนที่จะมายืนทนฟังคำพูดประชดประชันไร้สาระจากคุณในห้องแคบๆ นี่หรอกนะครับ" กรณ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความคมปลาบที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกฝ่าย
พิมพ์มาดาชะงักไปนิด รอยยิ้มบนเรียวปากอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนที่ประกตาคู่สวยจะวับววด้วยความท้าทาย เธอไม่ถอยหนย แต่กลับสาวเท้าเข้ามาประชิดจนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นหอมเย้ายวนนั้นตีรวนเข้ามาในโสตประสาท จนกรณ์ต้องเป็นฝ่ายผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว—ซึ่งนั่นแหละคือสิ่งที่เธอต้องการ
"อ๋อเหรอคะ..." พิมพ์มาดาเอียงคอเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์เกินต้านทาน เธอยื่นมือเรียวบางออกไปแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อเชิ้ตสีเข้มของเขา ปลายนิ้วเรียวไล้ผ่านแผงอกแกร่งช้าๆ อย่างจงใจยั่วยวน "ปากแข็งเสียจริงนะคะ ทั้งที่เมื่อวานซืนฉันยังเห็นคุณยืนมองรูปคู่ของฉันกับคิมหันต์ในนิตยสารธุรกิจเล่มนั้นตาไม่กะพริบ... หรือว่าหึงจนกินไม่ได้นอนไม่หลับกันแน่คะ, คุณกรณ์?"
กรณ์รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วผิวหนังที่ปลายนิ้วของเธอสัมผัส เขาขบกรามแน่นจนสันนูนเด่นชัด มือหนาเอื้อมออกไปรวบข้อมือเล็กของเธอไว้ทันทีก่อนที่เธอจะลามปามไปมากกว่านี้ แต่แรงบีบนั้นไม่ได้หนักหน่วงพอที่จะทำร้าย มีเพียงความสั่นเทาเล็กๆ ที่หลุดรอดความควบคุมของเขาเอง
"อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลยครับ, คุณพิมพ์มาดา" กรณ์โน้มใบหน้าลงไปกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าอย่างอันตราย "ผมไม่ได้หึง... ผมแค่รำคาญที่แมลงปีกแข็งอย่างคิมหันต์ชอบบินวนเวียนอยู่ใกล้ของที่ผม... เอิ่ม... ใกล้คดีที่ผมกำลังรับผิดชอบอยู่ก็เท่านั้น"
"ของที่กำลังรับผิดชอบงั้นเหรอคะ?" พิมพ์มาดาหัวiเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคมกวาดมองลึกลงไปในดวงตาสีนิลของเขา "แปลกจังนะคะ ทั้งที่ฉันเป็นแค่ 'คดี' ในสายตาคุณ แต่ทำไมเวลาคุณมองฉัน สายตาของคุณมันถึงได้ร้อนแรงราวกับอยากจะกลืนกินฉันเข้าไปทั้งตัวแบบนี้ล่ะคะ"
คำพูดนั้นทำเอากรณ์ถึงกับพูดไม่ออก เขาจ้องมองริมฝีปากที่ขยับพูดคำเย้ายวนนั้นด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนยิ่งกว่าพายุหมุน ยัยนี่ช่างกล้า... กล้าดียังไงมาปั่นหัวเสือหลับให้ตื่นขึ้นมาอาละวาด
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกันในระยะประชิด กรณ์ก้มมองริมฝีปากอิ่มที่เผยอขึ้นเล็กน้อยอย่างเผลอไผล ความยโสและมาดมั่นทั้งหมดมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความสุภาพมานาน นัยน์ตาคมกริมฉายแววคลั่งรักที่ปิดไม่มิดอีกต่อไป เขาขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มด้วยความหมั่นเขี้ยวระคนคลั่งไคล้
"ถ้าคุณยังไม่หยุดยั่วผมด้วยคำพูดและสายตาแบบนี้..." กรณ์กระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักลอยอยู่ห่างจากกลีบปากนุ่มเพียงมิลลิเมตรเดียว "คุณอาจจะไม่ได้ออกจากห้องนี้จนกว่าพระอาทิตย์จะตกดินอีกรอบแน่ครับ, คนสวย"
พิมพ์มาดาชะงักไป ลมหายใจของเธอสะดุดกึกเมื่อเห็นแววตาจริงจังที่เต็มไปด้วยไฟปรารถนาในนัยน์ตาของนักสืบหนุ่ม ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มสั่นคลอน ร่างบางนิ่งค้างอยู่ในอ้อมกอดกลายๆ ของเขา หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ไม่คิดว่าคนปากแข็งอย่างเขาจะกล้าพลิกเกมกลับมาต้อนเธอจนมุมได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้
ทว่า—ในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันและบรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุดนั้นเอง...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งอย่างกะทันหัน แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่เสียงเคาะธรรมดา หากแต่เป็นการทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวด้วยความเร่งรีบและเกรี้ยวกราด!
ทั้งคู่ผละออกจากกันราวกับโดนไฟลวก พิมพ์มาดาสูดหายใจเข้าปอดลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา ขณะที่กรณ์หันขวับไปมองบานประตูห้องพักด้วยแววตาดุดัน มือหนาเอื้อมไปคว้าปืนพกสีดำสนิทที่ซ่อนอยู่ใต้ขอบโต๊ะทำงานขึ้นมาปลดเซฟอย่างรวดเร็ว
และก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยปากถามอะไร เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยแต่เต็มไปด้วยความร้อนรนก็ดังทะลุบานประตูไม้เข้ามา...
"พิมพ์มาดา! เปิดประตูให้ผมเดี๋ยวนี้! คิมหันต์มันส่งคนมาล้อมตึกนี้ไว้หมดแล้ว!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ประตูมิติที่แปด" มาโดยตลอดนะครับ
กับดักรักซ่อนกลลวง•ตอนที่ 8
เกมวัดใจของคนปากแข็ง
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนกลลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!