กับดักรักซ่อนกลลวง•ตอนที่ 7

ผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญ

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
เศษกระจกนิรภัยเกลื่อนกลาดราวกับเกล็ดปลาสะท้อนแสงไฟนีออนสลัว กลิ่นดินปืนและคราบโอโซนจางๆ ลอยคละคลุ้งในอากาศอับชื้น ทว่าความโกลาหลจากการลอบสังหารเมื่อวินาทีที่แล้วกลับถูกแช่แข็งลงทันที เมื่อร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวข้ามกรอบหน้าต่างที่แตกละเอียดเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง รองเท้าหนังขัดมันเหยียบย่ำลงบนเศษแก้วจนเกิดเสียงดังกรอบแกรบ แต่นั่นไม่น่ากลัวเท่ารอยยิ้มมุมปากของแขกยามวิกาลผู้นั้น "ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะดินเนอร์กระสุนปืนสินะครับ คุณพิมพ์มาดา" เสียงทุ้มต่ำติดจะเยارหยันดังขึ้น คิมหันต์กวาดสายตาคมกริบมองสภาพห้องที่ยับเยิน ก่อนจะหยุดโฟกัสไปยังร่างของหญิงสาวที่ยืนบังกระปุกทองเหลืองลายโบราณ—ของวิเศษต้องสาปที่เป็นชนวนเหตุของเรื่องทั้งหมดเอาไว้มิดชิด แม้เนื้อตัวเธอจะมีรอยเปื้อนฝุ่นควัน แต่แววตาคู่สวยกลับไม่มีความหวาดกลัวเลยสักนิด มีเพียงประกายความดื้อรั้นที่ท้าทายอำนาจมืดอย่างชัดเจน พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะในลำคอ ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อซ่อนวัตถุอันตรายไว้ด้านหลัง "ถ้าคุณยังไม่อยากสมองไหลเป็นสีเดียวกับพรมราคาแพงนี่ ก็กรุณาถอยกลับออกไปทางเดิมซะ คิมหันต์" "ใจร้ายจังนะครับ ทั้งที่ผมอุตส่าห์แบก ‘ข้อเสนอ’ ที่คุณปฏิเสธไม่ลงมาให้ถึงที่" คิมหันต์หัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่หส่อต่อคำขู่ เขาเดินลอยชายเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ราวกับสถานการณ์รอบตัวไม่ใช่ห้องพักที่เพิ่งถูกถล่มด้วยกระสุนปืน ทว่า... ก่อนที่รองเท้าคู่หรูของพ่อค้าของเถื่อนจะได้ก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาว ร่างของใครอีกคนก็พุ่งเข้ามาขวางกั้นไว้ราวกับพายุหมุน *ปัง!* ไม่ใช่เสียงปืน แต่เป็นกำปั้นหนักๆ ของกรณ์ที่ซัดเข้าที่สันจاوของคิมหันต์เต็มแรงจนเซถอยหลังไปหลายก้าว แรงกระแทกนั้นมากพอที่จะทำให้มุมปากของคิมหันต์ปรากฏคราบเลือดซึม กรณ์ยืนแผ่รังสีอำมหิตทมิฬอยู่เบื้องหน้าพิมพ์มาดา ไหล่กว้างตึงเครียด ขากรรไกรขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาที่เบี้ยวเล็กน้อยคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะและความหึงหวงที่เจ้าตัวแทบจะเก็บอาการไว้ไม่ไหว "ถ้าไม่อยากตายคาที... ก็ไสหัวออกไปจากเขตรับผิดชอบของฉันซะ" กรณ์กดเสียงต่ำลอดไรฟัน น้ำเสียงเยียบเย็นจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น คิมหันต์ใช้ปลายนิ้วแตะรอยเลือดที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะหึๆ ในลำคออย่างชอบใจ แววตาที่มองกรณ์เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและท้าทาย "หึงหวงออกนอกหน้าขนาดนี้... ระวังหัวใจตัวเองจะพังคามือผู้หญิงคนนี้นะครับผู้หมวด" คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน พลาญกวาดสายตามองมือหนาของกรณ์ที่เอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของพิมพ์มาดาไว้แน่น ราวกับต้องการแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย พิมพ์มาดานิ่วหน้าด้วยความเจ็บเล็กน้อยจากการถูกบีบข้อมือ เธอเงยหน้าขึ้นมองค้อนชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันที่ยืนหายใจฮึดฮัดอยู่ข้างกาย "ปล่อยนะ กรณ์ ฉันไม่ได้เจ็บตัวสักหน่อย นายจะสติแตกทำไมเนี่ย" "เงียบไปเลยพิมพ์มาดา!" กรณ์ตวาดกลับเสียงเข้ม นัยน์ตาคมดุหันมามองค้อนเธอวับหนึ่งอย่างคาดโทษ ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับคู่ปรับเก่า "แกมีเวลาสามวินาที ก่อนที่ฉันจะส่งแกไปนอนคุยกับรากมะม่วง... หนึ่ง... สอง..." "โอ้ๆ ใจเย็นก่อนสิครับคุณนักสืบ" คิมหันต์ยกมือขึ้นระดับอกเชิงยอมแพ้ แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้ากลับไม่มีความเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย "ผมไม่ได้มาเพื่อเปิดศึก ผมมาเพื่อเจรจา... เรื่อง 'กล่องดนตรีทมิฬ' ที่อยู่กับคุณผู้หญิงคนนี้ต่างหากล่ะ" คำว่า *กล่องดนตรีทมิฬ* ทำให้บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที พิมพ์มาดาสะارتเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ส่วนกรณ์ขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณนักสืบเตือนภัยทันทีว่าเรื่องนี้มีเงื่อนงำมากกว่าที่ตาเห็น ของวิเศษระดับนั้นไม่ควรจะตกอยู่ในมือของคนอย่างคิมหันต์เด็ดขาด "แกหมายความว่ายังไง" กรณ์ถามเสียงเข้ม ร่างกายยังคงยืนบังพิมพ์มาดาไว้มิดชิดราวกับกำแพงเหล็ก "หมายความว่า... สิ่งที่คุณกำลังปกป้องอยู่น่ะ มันไม่ใช่แค่วัตถุโบราณธรรมดา แต่มันคือ 'นาฬิกานับถอยหลัง' ที่กำลังจะปลุกวิญญาณในตลาดมืดให้ตื่นขึ้นมาต่างหากล่ะครับ" คิมหันต์เว้นจังหวะ สายตาคมกราบกกราดมองข้ามไหล่ของกรณ์ไปยังร่างบางที่ซ่อนอยู่ด้านหลัง "และถ้าพวกคุณยังดื้อดึงเก็บมันไว้... อีกไม่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมงข้างหน้า คนที่ตายจะไม่ใช่แค่ลูกน้องกระจอกๆ ที่นอนอยู่นอกหน้าต่างนั่นหรอกนะครับ" ความเงียบโรยตัวปกคลุมชั่วขณะ อากาศในห้องราวกับถูกสูบออกจนหายใจติดขัด พิมพ์มาดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือเล็กที่ซ่อนอยู่ด้านหลังเผลอกำวัตถุในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว กรณ์สัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่แผ่ซ่านมาจากร่างบางด้านหลัง แม้ปากเธอจะเก่งแค่ไหน แต่สถานการณ์นี้มันเกินกว่าจะรับมือไหว ลึกๆ แล้วเขากลัว... กลัวว่ารอยยิ้มอวดดีนั้นจะหายไปตลอดกาล "แล้วทำไมฉันต้องเชื่อแก?" กรณ์เค้นเสียงถาม แววตาเต็มไปด้วยความระแวง "เพราะว่า..." คิมหันต์ยิ้มมุมปาก ย่างสามขุมเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนกระทั่งระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่ก้าว "ตอนนี้ คนที่ส่งมือปืนชุดแรกมาถล่มพวกคุณ... ไม่ใช่คนของผมหรอกครับ..." พ่อค้าใต้ดินเว้นจังหวะ หันไปมองที่บานประตูด้านนอกที่ยังคงปิดสนิท ทว่ามีเงาดำทมิฬทาบทับอยู่บนกระจกฝ้า ลางสังหรณ์บางอย่างกรีดร้องเตือนภัยในหัวของกรณ์ทันที "...แต่เป็นคนที่กำลังยืนเคาะประตูห้องคุณอยู่ตอนนี้ต่างหากล่ะครับ" *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว และก่อนที่ใครจะได้ทันขยับตัวกลอนประตูห้องพักก็ค่อยๆ หมุนเปิดออกเองอย่างช้าๆ โดยไม่มีใครเอื้อมมือไปแตะต้องมันเลยแม้แต่น้อย! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนกลลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%