ความมืดทึบของห้องรับรองหมายเลขสามไม่ได้น่ากลัวเท่ากับเสียงประตูลั่นดาลปิดตายจากด้านนอก กลิ่นอายของยางไม้สนและสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ทว่าสิ่งที่เด่นชัดที่สุดในโสตประสาทเวลานี้คือเสียงลมหายใจสั่นพร่าของพิมพ์มาดา ร่างบางพิงแผ่นหลังติดกับผนังเย็นเฉียบ ข้อมือข้างขวาปรากฏรอยแผลลึกเป็นทางยาว เลือดสีสดซึมทะลุผ้าเช็ดหน้าสีขาวที่เธอใช้มือซ้ายกุมกดไว้แน่นจนเนื้อผ้าชุ่มโชก
“ยินดีต้อนรับสู่ห้องรับสาม... พิมพ์มาดา หนูรอนานเหลือเกินนะ”
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่ดังผ่านลำโพงซ่อนรูป ย้ำเตือนว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ลำพัง และกับดักนี้ถูกวางไว้เพื่อต้อนรับการมาเยือนของเธอโดยเฉพาะ
“หุบปากซะ! แกต้องการอะไรกันแน่ คิมหันต์!” พิมพ์มาดาตะโกนตอบโต้กลับไปโดยไม่สนใจความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาจากข้อมือ ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว เธอไม่เคยพลาดท่าให้ใครง่ายๆ แบบนี้มาก่อน ยกเว้นก็แต่ครั้งนี้ที่ประมาทเกินไป
“ต้องการอะไรอย่างนั้นเหรอครับ... ผมก็แค่ต้องการของที่อยู่ในมือคุณ และ... อยากให้คุณได้เรียนรู้ว่าโลกใต้ดินแห่งนี้มันอันตรายแค่ไหน” เสียงหัวเราะในลำคอของอีกฝ่ายดังลอดออกมา ก่อนที่สัญญาณเสียงจะตัดขาดหายไป ปล่อยให้ความเงียบงันและหยดเลือดที่หยดติ๋งๆ ลงบนพื้นห้องกลายเป็นเสียงเดียวที่เหลืออยู่
“บ้าเอ๊ย...” พิมพ์มาดาซี้ดปากด้วยความเจ็บปวด เมื่อพยายามขยับข้อมือแล้วพบว่ารอยแผลฉีกกว้างขึ้น เลือดสีแดงฉานไหลทะลักออกมามากกว่าเดิม ความร้อนรุ่มจากพิษของของวิเศษบางอย่างที่เคลือบอยู่บนคมมีดเมื่อครู่เริ่มแผ่ซ่าน ทำให้ปลายนิ้วของเธอเริ่มชาดิกและสติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือน
ปัง!
เสียงถีบประตูไม้เนื้อแข็งดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกเพียงครั้งเดียวทำให้กลอนประตูเหล็กดัดหลุดกระเด็น กรณ์ก้าวพรวดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ดวงตาคมกริบกวาดมองสถานการณ์ภายในห้องชั่วพริบตา ก่อนที่สายตาจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบางที่ทรุดกายลงนั่งพับเพียบอยู่กับพื้น
“เล่นอะไรพิสดารอีกแล้วคุณ” น้ำเสียงของกรณ์ทั้งดุและซ่อนความห่วงใยไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็น เขาเดินดุ่มเข้าไปใกล้ พลางกวาดตามองรอยเลือดที่พื้นและข้อมือของเธอ “บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าทำอะไรเกินตัว ดื้อรั้นไม่เข้าเรื่อง”
“ถ้าฉันไม่ทำ... แล้วคุณจะตามมาเท่แบบนี้ทันเหรอคะ... อุ๊บ!” พิมพ์มาดาพยายามเถียงกลับตามนิสัย แต่พิษแผลและความอ่อนล้าทำให้เธอเซถลาเกือบล้มลงไปกองกับพื้น โชคดีที่กรณ์คว้าเอวบางเอาไว้ได้ทัน ร่างของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกาย
กรณ์ขบกรามแน่น ความโกรธระลอกใหม่พุ่งพล่านไม่ใช่เพราะความดื้อรั้นของเธอ แต่เป็นเพราะร่องรอยบาดแผลบนข้อมือเรียวสวยนั่นต่างหาก เขาดึงตัวเธอขึ้นมาพิงกับโซฟาตัวสั้นในมุมห้องอย่างรวดเร็ว ไม่สนใจคำประชดประชันใดๆ อีกต่อไป
“นั่งเฉยๆ ถ้าไม่อยากให้มือข้างนี้เน่าตายไปซะก่อน” กรณ์เอ่ยเสียงเข้ม พลางทรุดกายลงนั่งคุกเข่าตรงหน้าเธอ มือหนาคว้ากระเป๋าปฐมพยาบาลฉุกเฉินที่พกติดตัวออกมาด้วย เปิดฝาออกแล้วหยิบอุปกรณ์ทำแผลออกมาอย่างคล่องแคล่ว
บรรยากาศภายในห้องเงียบลงจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นโครมคราม พิมพ์มาดานั่งนิ่ง เผลอมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของนักสืบหนุ่มที่กำลังตั้งสมาธิกับการจัดการแผลให้เธอ สันจมูกโด่งเป็นคม คิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยยามที่เขาต้องใช้ความระมัดระวัง และริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น ทุกอย่างสะท้อนความจริงจังที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้
“มองอะไร หน้าฉันมีแผลหรือไง” กรณ์เอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง แต่หูของเขาแดงก่ำขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่ง
“เปล่าค่ะ... แค่คิดว่าเวลาคุณทำตัวเป็นสุภาพบุรุษแบบนี้ ก็ดูใช้ได้เหมือนกัน” เธอยิ้มมุมปาก พยายามกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอกด้วยวาจายียวน
“หุบปากแล้วส่งแขนมาดีๆ พิมพ์มาดา”
กรณ์เอ็ดเบาๆ ก่อนจะบรรจงใช้สำลีชุบน้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดรอบปากแผลอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขารู้ดีว่าพิษของมีดเล่มนั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น มันคือของวิเศษจากตลาดมืดที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อกัดกินเนื้อเยื่อ หากปล่อยไว้นานกว่านี้ ข้อมือข้างนี้คงใช้งานไม่ได้อีกต่อไป
เมื่อปลายนิ้วอุ่นของเขาแตะสัมผัสลงบนผิวเนื้อรอบรอยแผล พิมพ์มาดาเผลอสะดุ้งเฮือกและสูดปากด้วยความเจ็บ กรณ์ชะงักมือทันที ดวงตาคมเงยขึ้นสบตากับเธอในระยะประชิด ความใกล้ชิดที่ระเหิดความเย็นชาทั้งหมดที่มีออกไปจนหมดสิ้น
“เจ็บมากเหรอ” น้ำเสียงของเขาอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว มันไม่ใช่คำถามเชิงประชด แต่เป็นความห่วงใยที่หลุดลอดออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
“ถ้าฉันบอกว่าเจ็บ... คุณจะเป่าให้เหมือนเวลาเด็กๆ เจ็บตัวไหมล่ะคะ” เธอแกล้งหยอกเย้า ทั้งที่ใบหน้าหวานซ่านเลือดฝาดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับยามที่ช้อนมองเขา
กรณ์นิ่งงิ่งไปชั่วขณะ หัวใจในอกเต้นกระหน่ำรุนแรงยิ่งกว่าตอนวิ่งฝ่าดงกระสุนเข้ามาเสียอีก กลิ่นกายหอมหวานเฉพาะตัวของพิมพ์มาดาเคล้าคลออยู่ปลายจมูก สติที่เคยสุขุมเยือกเย็นเริ่มพังทลายลงทีละน้อย ภายใต้ใบหน้านิ่งสนิทและคำพูดปากร้าย ซึนเดะคนนี้กำลังพ่ายแพ้ให้กับรอยยิ้มและแววตาซุกซนของยัยตัวแสบตรงหน้าอย่างราบคาบ
“คุณนี่นะ...” กรณ์พึมพำเบาๆ
เขาขยับเข้าไปใกล้เธออีกนิดโดยไม่รู้ตัว มือข้างหนึ่งประคองข้อมือเธอไว้มั่น ส่วนมืออีกข้างเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสอ่อนโยนนั้นทำให้พิมพ์มาดาชะงัก ลลมหายใจของทั้งคู่ผสานเป็นจังหวะเดียวกันในพื้นที่แคบๆ ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงเรื่อยๆ จนแทบไม่มีช่องว่างให้สายลมผ่าน
“กรณ์...” เธอเรียกชื่อเขาแผ่วเบา ราวกับถูกสะกดจิต
กรณ์ก้มหน้าลงช้าๆ สายตาสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววไหวระริก ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้าไปใกล้ริมฝีปากอิ่มของเธอ ระยะห่างเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น...
แกร๊ก!
เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นที่มุมห้อง ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่กำลังวิ่งกรูเข้ามาใกล้ประตูล้อมกรอบห้องนี้ไว้ทั้งหมด กรณ์ชะงักกึก ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ เขาดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว ปล่อยมือจากข้อมือเธอแล้วควักปืนพกออกมาจากแจ็คเก็ตอย่างคล่องแคล่ว พลางดึงร่างของพิมพ์มาดาให้หลบมาอยู่ด้านหลังแผงโซฟาเพื่อกำบังกระสุน
พิมพ์มาดายังคงมีอาการหน้าแดงก่ำจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ทว่าเธอก็รีบปรับสีหน้าให้กลับมาจริงจังตามสถานการณ์อย่างรวดเร็ว
“ดูเหมือนว่าแขกไม่ได้รับเชิญไม่ได้มาแค่คนเดียวนะคะ” เธอกระซิบชิดริมหูเขา
กรณ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาดุดันจ้องมองไปยังเงาร่างหลายสายที่ทาบทับอยู่หลังบานกระจกฝ้าของห้องรับรอง พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่หยุดนิ่งสนิทหน้าประตู และเสียงปลดล็อกกระสุนปืนที่ดังชัดเจนแจ่มแจ้งในความเงียบ
“ไม่ว่าพวกมันจะเป็นใคร... วันนี้ไม่มีใครได้ออกไปจากที่นี่ทั้งนั้น” กรณ์กระซิบตอบด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ก่อนที่บานกระจกจะถูกกระแทกแตกกระจายด้วยกระสุนนัดแรก!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความมืดนี้ด้วยกันนะครับ
กับดักรักซ่อนกลลวง•ตอนที่ 6
ร่องรอยบนข้อมือ
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนกลลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!