กับดักรักซ่อนกลลวง•ตอนที่ 4

ปากร้ายกับใจไม่ตรงกัน

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
แสงไฟฉายกราดผ่านรอยแตกของผนังไม้เก่าคร่ำคร่าจนเกิดเป็นลำแสงสีขาวตัดกับฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างในอากาศ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบย่ำเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความตาย ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายอยู่ห่างกันแค่เส้นยาแดงผ่าแปด กรณ์กลับไม่สนใจเงาดำที่กำลังปิดล้อมโกดังแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบของนักสืบหนุ่มจ้องมองเพียงผู้หญิงตรงหน้า—พิมพ์มาดาที่กำลังยืนไขว่ห้างพิงลังไม้ด้วยสีหน้าไม่สะทกสะท้าน "ดูเหมือนรสนิยมการเลือกที่นัดเดตของคุณจะแย่ลงทุกวันนะ คุณพิมพ์มาดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด กรณ์ขยับตัวเข้าประชิดร่างบางโดยไม่ให้ตั้งตัว มือหนาคว้าข้อศอกเธอแล้วดึงหลบเข้ามุมอับของเสาคอนกรีตเสริมเหล็กอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นอายความเย็นยะเยือกของค่ำคืนนี้ลอยเข้าแตะจมูก จนนักสืบหนุ่มต้องเผลอสูดหายใจลึกโดยไม่รู้ตัว "ปล่อยนะคุณกรณ์ ฉันเดินเองได้" พิมพ์มาดาขมวดคิ้วมุ่น สะบัดแขนออกจากการเกาะกุมอย่างไม่สบอารมณ์ แม้สถานการณ์รอบด้านจะคับขันแค่ไหน แต่เธอกลับไม่มีทีท่าหวาดกลัวเลยสักนิด ดวงตากลมโตคู่สวยตวัดมองเขาอย่างเอาเรื่อง "แล้วก็เลิกเหน็บแนมฉันสักทีเถอะค่ะ... อ้อ ลืมไป นิสัยปากเสียแบบนี้คงแก้ไม่หายสินะ ถึงได้ยังต้องมาวิ่งหนีหางจุกตูดอยู่ในที่แบบนี้" "ปากเก่งไม่เปลี่ยน" กรณ์แค่นسเสียงหัวเราะในลำคอ สายตาคมกวาดสำรวจใบเนียนใสที่ไม่มีแม้แต่รอยเหงื่อกาฬ "ถ้าไม่ใช่เพราะคุณเอาตัวเข้าไปพัวพันกับของวิเศษต้องสาบชิ้นนั้นในตลาดมืด มีหรือที่เราจะต้องมาติดแหง็กอยู่ในรังโจรนี่... จำไม่ได้หรือไงว่าครั้งสุดท้ายที่คุณดื้อดึงแบบนี้ ผลลัพธ์มันเกือบทำให้คุณเอาชีวิตไม่รอดที่ฮ่องกง" คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้รอยยิ้มเยาะบนเรียวปากสวยชะงักไปชั่วขณะ พิมพ์มาดาหุบยิ้มทันที แววตาไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาทีก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความแข็งกร้าว เธอขยับเข้าไปประชิดตัวเขาจนหน้าอกเกือบแนบชิดกับแผงอกกว้าง ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้ปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะชนกันในความมืด "เรื่องที่ฮ่องกงมันผ่านมานานแล้ว คุณกรณ์... หรือว่าคุณยังฝังใจกับเรื่องวันนั้นกันแน่คะ?" พิมพ์มาดาแกล้งเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงเย้ายวน จงใจใช้ปลายนิ้วเรียวไล้ลงบนปกเสื้อสูทของเขาอย่างเชื่องช้า "ที่คอยตามรังควานฉัน ตามสืบทุกฝีก้าว ไม่ใช่เพราะงานหรอกมั้ง... หรือจริงๆ แล้วคุณแค่กลัวว่าตัวเองจะ 'ลืม' ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้กันแน่?" คำถามยอกย้อนที่ทรงพลังและบาดลึก ทำเอาคนที่สุขุมเยือกเย็นอย่างกรณ์ถึงกับชะงักกึก ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้ประสาทสัมผัสทุกส่วนของเขาตื่นตัวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ผู้หญิงคนนี้อันตราย... ไม่ใช่เพราะเריี่ยวแรงหรืออาวุธในมือ แต่เป็นเพราะวิธีที่เธอปั่นป่วนหัวใจเขาให้ปั่นป่วนได้ด้วยคำพูดแค่ไม่กี่คำ "อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลย คุณพิมพ์มาดา" กรณ์กดเสียงต่ำลง พยายามบังคับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดแม้ว่าหัวใจจะเต้นรัวจนน่ารำคาญ "ผมก็แค่มืออาชีพที่ไม่อยากให้ลูกค้างี่เง่าต้องตายก่อนหมดสัญญาจ้าง... โดยเฉพาะลูกค้าที่ยังค้างเงินค่าจ้างผมอยู่ก้อนใหญ่" "ปากแข็ง" พิมพ์มาดายิ้มเยาะอย่างผู้ชนะ "ทั้งๆ ที่หน้าของคุณตอนนี้แดงจนลามไปถึงใบหูหมดแล้วนะคุณนักสืบ" ก่อนที่กรณ์จะได้สวนกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบอะไรออกไป เสียงฝีเท้าด้านนอกก็หยุดลงตรงหน้าประตูโกดังพอดี! แสงไฟสปอตไลท์สว่างจ้าสาดส่องทะลุร่องไม้เข้ามา กวาดผ่านจุดที่พวกเขายืนอยู่ห่างไปไม่ถึงสองเมตร เงาร่างหนาใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบคนพร้อมอาวุธครบมือเดินกระจายกำลังเข้ามายึดพื้นที่ บรรยากาศกดดันพุ่งสูงจนแทบจะหยุดหายใจ กรณ์ดึงตัวพิมพ์มาดาเข้ามาชิดร่างของตนเองมากกว่าเดิม ฝ่ามือหนากดศีรษะเล็กให้ซบลงกับอกเพื่อซ่อนตัวจากแสงไฟที่กำลังกวาดมาทางนี้ กลิ่นกายหอมละมุนจากเรือนร่างของหญิงสาวท่ามกลางสถานการณ์เป็นตายเท่ากัน กลับสร้างความฟุ้งซ่านที่แปลกประหลาดให้เกิดขึ้นในใจของนักสืบหนุ่ม พิมพ์มาดาเองก็แข็งขืนไปชั่วขณะเมื่อใบหน้าแนบอยู่กับแผงอกที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการหายใจของเขา ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวของกรณ์ทำให้หัวใจที่เคยด้านชาเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้ *กึก...* เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งหยุดลงห่างจากเสาที่พวกเขาทั้งคู่หลบอยู่ไม่ถึงก้าว ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทโผล่พ้นมุมผนังออกมา พร้อมกับเสียงกระซิบสั่งการที่ลอดผ่านความเงียบ "แยกย้ายกันหา... นายท่านสั่งว่าต้องเอาตัวผู้หญิงคนนั้นมาให้ได้ ต่อให้เหลือแค่ศพก็เถอะ!" กรณ์หรี่ตาลง ร่างกายตึงเครียดขึ้นมาทันที กล้ามเนื้อทุกมัดพร้อมปะทะ มืออีกข้างเอื้อมไปหยิบปืนพกเก็บเสียงที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างเงียบเชียบ ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะก้าวออกไปเผชิญหน้าเพื่อเปิดทางหนี พิมพ์มาดากลับเอื้อมมือมาแตะที่ข้อมือของเขาไว้เบาๆ ดวงตากลมโตเงยขึ้นสบตากับเขาในความมืด แววตาคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความเจ้าเล่ห์ที่ฉายชัดราวกับกำลังวางแผนการบางอย่างที่บ้าบิ่นที่สุดในชีวิต "อย่าเพิ่งใจร้อนสิคะคุณกรณ์..." พิมพ์มาดาขยับปากกระซิบชิดริมหางตาของเขา ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มจนกรณ์ต้องขบกรามแน่น "คนที่สั่งล่าพวกเรา ไม่ใช่คนของคิมหันต์หรอก... แต่เป็นคนของคุณต่างหาก" คำพูดนั้นทำให้กรณ์ชะงักกึก สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางความมืดมิด "หมายความว่ายังไง?" เขากระซิบถามกลับด้วยความสงสัย "ก็หมายความว่า..." พิมพ์มาดายิ้มมุมปาก ยื่นมือไปหยิบบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อสูทของกรณ์ที่ขโมยมาได้ตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้—มันคือแฟลชไดรฟ์ข้อมูลลับที่พวกมันตามหา "เรากำลังโดนตลบหลัง... และคนที่ขายข่าวให้พวกมัน ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนที่ยืนอยู่หลังประตูนั้นต่างหากล่ะคะ" สิ้นเสียงกระซิบของพิมพ์มาดา ประตูเหล็กบานใหญ่ด้านหลังโกดังก็ถูกถีบพังโครมลงมาพร้อมกับเสียงตะโกนก้อง "อยาขยับ! ล้อมไว้หมดแล้ว!" แสงไฟจ้าสาดส่องเข้ามาจนแสบตา กรณ์หรี่ตาปรับโฟกัสภาพเบื้องหน้า ก่อนที่นัยน์ตาคมกริบจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เมื่อร่างของบุคคลที่ยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนติดอาวุธ ไม่ใช่ศัตรูที่พวกเขาคาดคิด... แต่เป็น "คนสนิท" ที่เพิ่งแยกย้ายกับเขาไปเมื่อสองชั่วโมงก่อน! ... ติดตามตอนต่อไปใน "กับดักรักซ่อนกลลวง" ตอนที่ 5 ครับ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของผมเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนกลลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%