กับดักรักซ่อนกลลวง•ตอนที่ 2

กฎสามข้อในเขตอันตราย

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
"เก็บร่มบ้าๆ ของคุณไปซะ คิมหันต์ ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจเอาส้นรองเท้าบดขยี้มันแทนพื้นคอนกรีต" น้ำเสียงของพิมพ์มาดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก เธอยืนบังอยู่เบื้องหน้าของกรณ์เล็กน้อย สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องเสียงดังลั่นเมื่อเห็นร่มสีดำสนิทในมือของชายหนุ่ม ร่มคันนั้นไม่ได้มีไว้กันฝน แต่มันคือสื่อนำทางของสิ่งของต้องสาปจากตลาดมืดที่เธอพยายามหนีให้พ้น คิมหันต์แย้มยิ้ม ดวงตาเรียวรีพิจารณ์ภาพตรงหน้าด้วยความขบขัน รอยยิ้มของเขาเคลือบยาพิษ ชวนให้รู้สึกสะอิดสะเอียนมากกว่าจะเป็นมิตร "ใจเย็นก่อนสิครับคุณพิมพ์มาดา ผมแค่อุตส่าห์หวังดีกลัวว่าคุณจะเปียกฝน... แม้ว่าตอนนี้แดดจะเปรี้ยงปร้างก็ตามทีเถอะ" กรณ์ขยับตัวก้าวขึ้นมาเคียงข้างพิมพ์มาดาอย่างเงียบเชียบ ความสูงของเขาทำให้อาณาเขตตรงนั้นดูแคบลงไปถนัดตา นัยน์ตาดำมืดสนิทราวกับห้วงเหวลึกจับจ้องไปยังคิมหันต์อย่างไร้ความรู้สึก มือข้างที่ซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตบีบนาฬิกาต้องสาปแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว "ถ้าธุระของคุณคือการมาเดินกวนประสาทคนอื่น เชิญไสหัวออกไปจากสำนักงานของผม" กรณ์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึกราวกับใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง "แต่ถ้ายังมีเรื่องธุรกิจใต้ดินอะไรที่คุณอยากจะเสี่ยง... ผมแนะนำให้ไปตายที่อื่น" คิมหันต์หัวเราะในลำคออย่างชอบใจ เขาหุบร่มในมือลงช้าๆ "ปากคอเราะร้ายสมคำร่ำลือจริงๆ ครับ คุณกรณ์ นักสืบผู้ผดุงความยุติธรรม... บนกองเลือดของตลาดมืด" เขาปรายตามองพิมพ์มาดาแวบหนึ่ง ก่อนจะก้าวถอยหลังออกไปอย่างไม่รีบร้อน "เอาล่ะ ผมไม่กวนเวลาอันมีค่าของคุณสองคนแล้ว หวังว่าข้อเสนอของผมเมื่อวันก่อน... จะยังคงน่าสนใจสำหรับคุณนะ พิมพ์มาดา" ร่างของคิมหันต์ลับตาไปแล้ว แต่ความอึดอัดยังคงเกาะกุมบรรยากาศในห้องสี่เหลี่ยมนี้ไว้อย่างเหนียวแน่น พิมพ์มาดาถอนหายใจยาวเหยียด ไหล่ที่เคยตั้งตรงผ่อนคลายลงเล็กน้อย เธอหันมามองหน้าชายหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้จนได้กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา "ขอบคุณ... สำหรับเมื่อกี้" "ผมไม่ได้ช่วยคุณ" กรณ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงห้วนจัดราวกับอยากจะผลักไสเธอออกไปให้พ้นระยะสายตา "ผมแค่รำคาญไอ้เวรนั่นที่มาทำตัวรกหูรกตาในพื้นที่ของผม และที่สำคัญ คุณทำให้งานของผมปั่นป่วน" พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนอย่างไม่ยอมแพ้ "ปากแข็งจริงนะคุณกรณ์ ทั้งที่เมื่อกี้คุณทำท่าเหมือนพร้อมจะกระชากคอเสื้อหมอนั่นอยู่รอมร่อ" เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอีกนิด ลดระยะห่างจนแทบจะสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของอีกฝ่าย "กลัวฉันจะตกเป็นเหยื่อของมันจนทนไม่ได้ หรือว่า... หึงกันแน่?" กรณ์ชะงักไปชั่ววินาที นัยน์ตาดำมืดไหววูบราวกับผิวน้ำที่ถูกโยนหินลงไป แต่เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา ใบหน้าหล่อเหลากลับเรียบตึงเป็นปกติ เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อแขนเรียวของเธอแล้วดึงเข้ามาใกล้ด้วยแรงที่มากกว่าเดิมเล็กน้อยจนเธอเกือบเซถลาเข้าไปปะทะแผงอกกว้าง "อย่าหลงตัวเองให้มันมากนัก พิมพ์มาดา" กรณ์ก้มลงกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนชวนให้ขนลุกซู่ "ผมเกลียดความยุ่งเหยิง และเกลียดผู้หญิงที่ชอบสร้างปัญหา... ยิ่งเป็นปัญหาที่ชื่อว่าคุณด้วยแล้ว ผมยิ่งอยากจะโยนออกไปนอกหน้าต่าง" แม้คำพูดจะเชือดเฉือนและร้ายกาจ แต่ทว่ามือที่บีบอยู่บนข้อแขนของเธอกลับไม่ได้ออกแรงบีบเค้นจนเจ็บ มันเป็นการกัก The ตัวเธอไว้ในอาณาเขตของเขาอย่างแนบเนียนต่างหาก พิมพ์มาดาใจเต้นรัวระส่ำ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วของเขาที่ไล้ผ่านผิวเนื้ออ่อนอย่างจงใจ "ถ้าเกลียดนักทำไมไม่ปล่อยฉันไปซะล่ะคะ?" เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาแพรวพราวท้าทายระคนเย้ายวน "เซ็นสัญญาว่าจ้างฉันซะ แล้วเรามาดูกันว่าใครจะทนใครได้นานกว่ากัน" กรณ์จ้องมองดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้น เขารู้ดีว่าการดึงเธอเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้เท่ากับการชักศึกเข้าบ้าน แต่น่าแปลก... สัญชาตญาณดิบในตัวกลับร่ำร้องว่าเขาไม่มีวันปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้หลุดมือไปให้ใครหน้าไหนครอบครองเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นคิมหันต์หรือใครหน้าไหนก็ตาม ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างจำยอม เขาปล่อยมือจากแขนเรียว ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาจรดปากกาเซ็นชื่อลงไปอย่างรวดเร็ว แล้วเลื่อนมันมาตรงหน้าเธอ "สัญญาว่าจ้าง... สามเดือน" กรณ์เอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด "และถ้าไม่อยากให้ผมจับคุณโยนออกไปจริงๆ คุณต้องทำตามกฎสามข้อนี้อย่างเคร่งครัด" พิมพ์มาดาก้มมองกระดาษแผ่นนั้น ดวงตาเรียวหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความสงสัย "กฎอะไรของคุณ?" "ข้อแรก..." กรณ์ชูนิ้วขึ้นมาทีละข้อ น้ำเสียงจริงจังจนไม่มีที่ว่างให้การล้อเล่น "ห้ามเดินตามหลังผมเกินสามก้าวในเขตอันตราย เพราะผมไม่มีเวลามาคอยระวังหลังให้ใคร" พิมพ์มาดาเบะปากเล็กน้อย "ฟังดูเห็นแก่ตัวดีนี่คะ แต่รับทราบ... ข้อสองล่ะ?" "ข้อสอง..." นัยน์ตาดำมืดทอประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก "ห้ามปิดบังข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับของวิเศษต้องสาปที่คุณถือครอง ไม่ว่ามันจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม ถ้าผมรู้ทีหลังว่าคุณโกหก... คุณจะได้รู้ว่านรกบนดินมันหน้าตาเป็นยังไง" บรรยากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลงฮวบฮาบ ความกดดันจากตัวตนของกรณ์แผ่ซ่านจนพิมพ์มาดาต้องกลืนน้ำลายลงคออึดใหญ่ แต่เธอก็ยังคงรอยยิ้มท้าทายไว้บนมุมปาก "ตกลง... ไม่มีปัญหา แล้วข้อสุดท้ายล่ะคะ กฎข้อที่สามที่ดูท่าทางจะสำคัญที่สุดสินะ" กรณ์เงียบไปอึดใจหนึ่ง เขาโน้มตัวลงมาท้าวแขนกับโต๊ะทำงาน ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้ว nuan ของเธอ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ "ข้อสาม..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความร้ายกาจและคำเตือนที่สั่นประสาท "ห้าม... ห้ามตกหลุมรักผมเด็ดขาด" พิมพ์มาดาชะงักค้าง หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง คำพูดนั้นไม่ได้ฟังดูเหมือนคำสั่ง แต่กลับคล้ายกับคำสารภาพที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยกำแพงน้ำแข็งที่พร้อมจะหลอมละลายได้ทุกเมื่อ เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบโต้ ประตูห้องทำงานที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามือของใครบางคน "ขอโทษที่ขัดจังหวะความหวานนะครับ..." เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยดังแทรกขึ้น พร้อมกับการก้าวเข้ามาของบุคคลที่สามที่ทำให้ทั้งกรณ์และพิมพ์มาดาต้องหันขวับไปมองพร้อมกัน นัยน์ตาของกรณ์หรี่แคบลงทันทีเมื่อเห็นว่าใครคือผู้มาเยือนในยามวิกาลนี้ ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุนผลงานของ "ประตูมิติที่แปด" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนกลลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%